1. ทัศนคติ ฉันทำได้


เป็นขั้นแรกของการวาดรูปเลยนะคะ ก่อนอื่น น้องจะต้องมี ทัศนคติบวก ต่อการวาดรูปก่อน เพราะหลายๆคนที่ไม่เก่งขึ้น เป็นเพราะน้องยัง ขาดความมั่นใจในการวาด
เพราะน้องยังคิดว่า  คนนั้นเก่ง คนนี้เก่งเขาเลยทำได้ จริงๆไม่ใช่นะคะ
เพราะว่า พรสวรรค์นั้น 1% เท่านั้น อีก 99% คือการฝึกฝนค่ะ
วิธีนี้น้องลองคิดว่าน้องกลายเป็นอาจารย์ที่น้องชอบดู
น้องต้องคิดว่า ตอนนี้เราวาดรูปเก่งมากนะคะ
อาจจะส่องกระจกแล้วพูดกับตัวเองก็ได้ว่าเราวาดรูปเก่งมาก
อาจจะเป็นวิธีที่ดูเพี้ยน แต่พี่อยากจะบอกว่ามันได้ผล
เพราะว่ามันคือการฝังความคิดลงไปในจิตใต้สำนึกของเรานะคะ
แล้วเราจะกลายเป็นคนแบบนั้นจริงๆ แรกๆอาจจะดูฝืนๆหน่อย
เทคนิคนี้ทอม ฮอฟกินส์เรียกว่า “fake it until you get it” ค่ะ
เหมือนเวลาที่น้องคิดว่าน้องเป็นคนเรียนหนังสือเก่ง
การกระทำของน้องก็จะเป็นไปตามนั้นใช่ไหมคะ?
คือน้องจะตั้งใจอ่านหนังสือสอบ เพราะคิดว่าตัวเองทำได้
การวาดรูปก็ต้องคิดแบบเดียวกันค่ะ เริ่มจากคิดว่าเราเก่งเราทำได้ก่อนนะคะ
ถ้าอาจารย์ที่น้องชอบทำได้ น้องก็คิดว่าเราก็ทำได้เหมือนกัน
เพราะน้องกับอาจารย์ไม่มีอะไรต่างกัน เราเป็นคนเหมือนกัน
มี 2 มือเหมือนกันค่ะ
เทคนิคนี้น้องเอาไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ทุกเรื่องนะคะ
ไม่ใช่เฉพาะการวาดรูป

2.การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ


เมื่อทัศนคติน้องผ่านแล้วก็มาถึงการฝึกฝนนะคะ
การฝึกฝนนั้น ให้น้องคิดว่า เหมือนกับการวางกระดาษเป็นแผ่นๆนะคะ
ลงไปบนพื้น ซึ่งกระดาษนั้นมันบางมาก มองด้านข้างเราอาจจะมองไม่เห็นอะไรเลยใช่ไหมคะ ก็เหมือนกับการฝึกวาด ช่วงแรกๆอาจจะยังไม่เห็นผลมากเท่าไร
เพราะมันคือกระดาษ 1 แผ่นที่น้องวางลงไป
แต่ถ้าน้องวางกระดาษอย่างสม่ำเสมอทุกวัน 1 แผ่นก็จะกลายเป็น 1 ตั้ง
ซึ่งตอนนี้มันจะหนามากนะคะ การฝึกฝนนั้นต้องการ ”ความสม่ำเสมอ”ค่ะ
เพราะฉะนั้นน้องเริ่มจากฝึกวาด ”อะไรก็ได้” อย่างสม่ำเสมอนะคะ
เริ่มจากสิ่งรอบๆตัวน้อง สิ่งที่น้องเห็น  อะไรก็ได้ที่น้องชอบวาดและอยากวาด วันละ 1 รูปก็ได้ ในขั้นนี้น้องอาจจะยังไม่รู้ว่าสิ่งที่น้องชอบคืออะไร
น้องรู้แต่เพียงว่าน้องชอบวาดรูปมากเท่านั้น ดังนั้น
ในขั้นนี้ให้น้องฝึกสังเกตุให้มากๆ และสนใจในสิ่งที่ตัวเองชอบหรือรสนิยมของตัวเอง
เพราะมันจะนำไปสู่สไตล์ของน้องในที่สุดนะคะ

3.สะสมแรงบันดาลใจ


น้องเริ่มเปิด internet อ่านการ์ตูน
เจออาจารย์ที่น้องชอบ น้องเปิดนิตยสารแฟชัน เจอภาพที่น้องชอบ น้องสะสมไว้นะคะ
น้องแต่ละคนควรจะมีแฟ้มของตัวเอง ให้น้องๆตัดนิตยสารที่น้องชอบเก็บ
(ถ้าน้องไม่อยากตัดก็แสกนแล้วปรินท์ออกมา) ปรินท์ภาพที่ชอบออกมาเก็บไว้
หรือถ้าใครไม่อยากปรินท์ ก็เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์นะคะ
ในโฟลเดอร์ที่เราหาง่ายๆ เวลาเราขาดแรงบันดาลใจเราจะได้เปิดดู
ให้เราดูสิ่งที่หลากหลายเข้าไว้ไม่ว่าจะเป็นงาน graphic,fashion,รูปถ่ายสวยๆ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่สไตล์ของน้องได้ในที่สุดนะคะ
เพราะว่าสไตล์ของน้องจะมาจากทักษะ+สิ่งที่น้องชอบ+สิ่งที่น้องเป็น
นั่นก็คือสิ่งทีน้องมีอยู่ในคลังข้อมูลของสมองน้องนั่นเอง
เพราะฉะนั้นใครที่มีคลังข้อมูลใหญ่
ก็จะสามารถสร้างงานที่แตกต่างจากคนอื่นได้ง่ายด้วยนะคะ

ถ้าหากชอบในเนื้อหาและต้องการสนับสนุน sasi tanadeerojkul สนับสนุนได้ที่ Patreon ค่ะ

16 ความคิดเห็น

  1. มีกำลังใจและแรงฮึดขึ้นเป็นกอง
    จะฝึกฝนเรื่อยๆ ค่ะ! ขอบคุณมากนะคะ ^^

  2. มีกำลังใจและแรงฮึดขึ้นเป็นกอง
    จะฝึกฝนเรื่อยๆ ค่ะ! ขอบคุณมากนะคะ ^^

  3. แอบเข้ามาอ่าน…ได้ประโยชน์มากค่ะ

    ในอนาคตพี่น่าจะมีเปิดสอนแบบ online บ้างนะคะ จะได้เรียนกันหลายๆ คน
    แบบมีเอกสารเป็นไฟล์ pdf แจกให้ แล้วให้ assignment กลับไปทำส่งมาคอมเม้นท์
    เหมือนพวกเรียนทางไปรษณีย์สมัยก่อนน่ะค่ะ สำหรับคนที่อยู่ไหล หรือเวลาว่างไม่ตรงกัน

  4. แอบเข้ามาอ่าน…ได้ประโยชน์มากค่ะ

    ในอนาคตพี่น่าจะมีเปิดสอนแบบ online บ้างนะคะ จะได้เรียนกันหลายๆ คน
    แบบมีเอกสารเป็นไฟล์ pdf แจกให้ แล้วให้ assignment กลับไปทำส่งมาคอมเม้นท์
    เหมือนพวกเรียนทางไปรษณีย์สมัยก่อนน่ะค่ะ สำหรับคนที่อยู่ไหล หรือเวลาว่างไม่ตรงกัน

  5. ขอบคุณมากครับต่อจากนี้จะขยันฝึกเรื่อยๆและหาสไตล์ของตัวเองให้ได้ครับครับ^ ^

  6. ขอบคุณมากครับต่อจากนี้จะขยันฝึกเรื่อยๆและหาสไตล์ของตัวเองให้ได้ครับครับ^ ^\

  7. กำลังมีปัญหากับเรื่องแรงบันดาลใจอยู่พอดี

    เห็นในดีเอมีแทคเกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการวาดหรือคนที่มีอิทธิพลในการวาด

    …มองตัวเองแล้ว…หาไม่เจอ =_ =lll (oTL)

    แน่นอนว่ารูปที่ชอบ อาจารย์ที่ชอบ ย่อมมีแต่ไม่เคยเก็บงานไว้(เคยเก็บเมื่อก่อนแต่หลังจากฮาร์ดดิสก์เจ๊งไปก็ไม่ได้เก็บอีกเลย)

    ข้อ 1กับ 2 จะพยายามทำเรื่อย ๆ แต่ข้อ 3 กำลังจะได้ลองทำดูบ้างแล้วสิ

    ขอบคุณที่แนะนำนะคะ ^_^

  8. กำลังมีปัญหากับเรื่องแรงบันดาลใจอยู่พอดี

    เห็นในดีเอมีแทคเกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการวาดหรือคนที่มีอิทธิพลในการวาด

    …มองตัวเองแล้ว…หาไม่เจอ =_ =lll (oTL)

    แน่นอนว่ารูปที่ชอบ อาจารย์ที่ชอบ ย่อมมีแต่ไม่เคยเก็บงานไว้(เคยเก็บเมื่อก่อนแต่หลังจากฮาร์ดดิสก์เจ๊งไปก็ไม่ได้เก็บอีกเลย)

    ข้อ 1กับ 2 จะพยายามทำเรื่อย ๆ แต่ข้อ 3 กำลังจะได้ลองทำดูบ้างแล้วสิ

    ขอบคุณที่แนะนำนะคะ ^_^

  9. search google เเล้วมาเจอเว็บนี้

    อ่านบทความนี้ มีความหวังอย่างเเรง T w T

    จะตั้งใจ จะพยายาม สักวันจะทำให้ได้

  10. search google เเล้วมาเจอเว็บนี้

    อ่านบทความนี้ มีความหวังอย่างเเรง T w T

    จะตั้งใจ จะพยายาม สักวันจะทำให้ได้

  11. พอขาดแรงบัลดาลใจก็เข้ามาอ่านบล็อกพี่มุ่ย ก็จะได้ข้อคิดดีๆกลับไป  

    มีแรงบันดาลใจเพิ่มขึ้น  พอได้อ่านบทความนี้ก็รู้สึกผ่อนคลายลงเพราะก่อนหน้านี้  

    หนูจะพยายามวาด  วาดๆเพื่อให้เก่งขึ้น  เพื่อให้วาดสวยๆได้แบบคนนั้นคนนี้  จากที่เคยวาดแบบผ่อนคลายสบายอารมณ์ก็กลายเป็นความเครียดว่า เมื่อไรจะวาดได้แบบเขาซักที  จนมีความรู้สึกว่างานมันขาดๆไม่พอใจตัวเองซักที   พออ่านบทความนนี้ก็อื้ม..นั่นสินะ  ดันลืมสิ่งที่สำคัญไปซะสนิทเลย    ลืมไปว่าต้องวาดด้วยความรักไม่ใช่ทยานอยาก    ขอบคุณข้อคิดจากพี่มุ่ยมากๆค่ะ 

  12. ขอบคุณนะคะพี่นุ้ย ทำงานไม่ได้เกี่ยวกับศิลปะเลย แต่ชอบ และอยากวาดรูปเก่งๆ ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆนะคะ

  13. ที่จริงผมทำแบบนี้มาตั้งแต่ ป.4 ป.5 แล้ว

    ไม่มีสมุดวิชาไหนที่ไม่ได้เจิมหน้าหลัง
    บางเล่นกินไปครึ่งเล่ม

    ณ ปัจจุบันพอมองกลับไปผลงานเก่ารู้สึกว่า…
    ‘ทำไมมันห่วยงี้วะ!’ นั่นมันมีความหมาย

    หมายความว่า ปัจจุบันผม ม.4 แล้ว ฝีมือพัฒนาขึ้นนั่นเอง
    บางครั้งการเลียนแบบทำให้พัฒนาฝีมือได้ ภายใน 1 สัปดาห์ (แค่รูปเดียวด้วย)

Comments are closed.