สำหรับวันนี้เราจะมาเล่าชีวิตของเรา
ช่วงที่เราทำงานวาดๆเป็นหลักค่ะ ว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร

25560311-112800.jpg

เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอยากออกมาใช้ชีวิตอิสระบ้าง

ดูอยากเป็นนักวาดฟรีแลนซ์ทำยังไง#1เกริ่นนำได้ที่นี่ค่ะ
สำหรับชีวิต 5ปีของเรานั้น
เราทำงานวาดฟรีแลนซ์อย่างเดียวมา 2 ปีครึ่งค่ะ
อีก 2 ปีครึ่งทำงานสอนเป็นงานหลัก

ช่วงที่ทำงานวาดเป็นหลักของเราจะแบ่งเป็น 2 ช่วงค่ะ
คือช่วงที่ออกจากงานประจำใหม่ๆ(ประมาณปี 2008)
ช่วงนี้เป็นช่วงที่รายได้ยังไม่เสถียรค่ะ
เพราะว่าเราออกมาโดยที่เรายังไม่มีรายชื่อลูกค้า
ที่เป็นลูกค้าหลักๆเลย คือเราทำงานฟรีแลนซ์ให้กับหลายที่
ไม่ได้ทำงานให้กับที่ไหนเป็นหลักเป็นแหล่ง
จึงเป็นเรื่องค่อนข้างลำบากสำหรับเราค่ะ

แต่เป็นช่วงที่ผลิตผลงานวาดใหม่ๆที่โดดเด่น
เรารู้สึกว่าช่วงนี้เราต้องสร้างพอร์ทโฟลิโอใหม่ๆก่อน
ผลงานช่วงนี้ของเราจะค่อนข้างติดสไตล์มาจากสมัยทำงานสตูดิโอค่ะ
(คือลักษณะการเพนท์แบบกึ่งๆตะวันตก)
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ไฟสร้างสรรค์แรงมาก วาดรูปทุกวันเลยก็ว่าได้

หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนติดต่อมาให้ทำงานเรื่อยๆค่ะ
เป็นงานขาจรบ้าง ฟรีบ้าง ก็ทำไปเรื่อยๆ
จนเริ่มมีสำนักพิมพ์ที่เคยทำงานด้วยติดต่อมาให้ทำงานปก
ก็ทำงานวาดปกเป็นหลักณ.ช่วงนั้น กับทำงานอื่นๆไปด้วย
เราอยู่ได้เพราะไม่ได้ออกไปไหนมากนัก กินข้าวบ้าน
ใช้จ่ายประหยัดๆ

จนประมาณปี 2009 ก็เกิดจุดหักเหในชีวิตอย่างหนึ่งค่ะ
คือเราถูกย้ายไปทำงานอีกแนวหนึ่งซึ่งบังเอิญมีงานน้อยกว่าในไทย
แต่ก็เป็นงานแนวที่เราชอบทำค่ะ งานปกเข้ามาน้อยลง
เราก็เลยต้องหาทางทำอย่างอื่น นั่นก็คือรับจ้างต่างประเทศวาดรูปค่ะ

ช่วงรับจ้างต่างประเทศวาดรูปจะเป็นช่วงที่สองในการทำงานวาดค่ะ
เรามีงานเข้ามาเรื่อยๆค่ะ เพราะเราประกาศรับงานตลอด
ช่วงนี้เริ่มเป็นช่วงที่พอร์ทโฟลิโอต่างๆที่เราทำไว้เมื่อปีก่อน
เริ่มออกดอกออกผลค่ะ (คือเริ่มได้ลงสื่อต่างประเทศหลายๆที่)
และเป็นช่วงที่เราเริ่มหาแนวทางในการเขียนของตัวเองค่ะ
ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ รายได้ก็ค่อนข้างโอเคค่ะ
มีรายได้เข้ามาทุกเดือน

ที่เราอยู่ได้จากรับจ้างต่างประเทศวาดอย่างเดียว
เพราะว่าตอนนั้นเรามียอดเพจวิวในเดเวียนอาร์ท(deviantart)สูงแล้วค่ะ
แล้วก็มีคนติดตามผลงานอยู่เยอะพอสมควรแล้ว
เราแทบไม่ได้ทำงานอย่างอื่นเลย ทำแต่รับจ้างวาดอย่างเดียวก็อยู่ได้
นอกจากนี้ก็ทำงานภาพประกอบแม็กกาซีนเฉพาะทางด้วยค่ะ
งานไม่ออกสาธารณะเลย
แต่จริงๆเป็นช่วงที่ทำงานแบบสบายใจมาก
เพราะว่าทำไปก็ไม่มีแก้งานเลยค่ะ เงินก็ได้เร็ว(ได้ก่อนทำ)
ก็เลยเป็นช่วงที่ไม่มีปัญหา
รวมถึงเรามีลูกค้าเก่าๆ ค่ะ ที่จะจ้างเราทำงานชิ้นใหญ่ขึ้นมาหน่อย

ถ้าถามเราว่าทำไมไม่รับงานจากบริษัทอีก
จากประสบการณ์ของเรางานที่รับจากบริษัทเป็นงานที่มีขั้นตอนเยอะค่ะ
และต้องแก้ไขเยอะกว่าจะผ่าน (ไม่ว่าเป็นบริษัทใหญ่หรือเล็ก)
ยิ่งบริษัทใหญ่มาก งานก็จะผ่านยากขึ้น
ซึ่งสำหรับเรา เราชอบทำงานแบบสบายใจๆ
แม้จะเป็นงานเล็กๆแต่ก็โอเคค่ะ

ช่วงที่เราอยู่ได้จากงานวาดอย่างเดียวนั้น
เป็นช่วงเวลาที่เราพิสูจน์ตัวเองค่ะ
คือเราเคยสงสัยว่า ถ้าไม่มีงานจากสำนักพิมพ์เลยหรือไม่มีงานจากบริษัทเลย
จะอยู่รอดยังไง ปรากฏว่าอยู่ได้จริงๆด้วยค่ะ
อยู่มาเต็มๆ 1 ปี แบบที่ไม่ต้องทำงานกับสำนักพิมพ์เลย

แล้วก็มาถึงจุดหักเหอีกจุดในชีวิตค่ะ คือปลายปี2010
เราเริ่มถึงจุดอิ่มตัวกับการรับจ้างวาดรูปค่ะ
และเป็นช่วงที่เราค้นพบตัวเองค่ะ
เราเริ่มถามคำถามหลายๆอย่างกับตัวเอง
เช่น ทำไมเราวาดรูปแต่ไม่มีความสุขเท่าเดิม

ตอนหลังเราถึงค้นหาเจอตัวเองว่าเราชอบสอนกับเขียน
เราเลยสร้าง illustcourse.com ขึ้นมา

ถ้าถามเราว่าช่วงที่ทำงานวาดรายได้เสถียรไหม
มีรายได้ทุกเดือนค่ะ แต่มากน้อยต่างกัน
เรียกว่าเสถียรก็ได้ แต่เรารู้สึกว่าถ้าทำต่อไปแบบนี้เรื่อยๆ
มันไม่ใช่แนวทางที่เราชอบทำ เราก็เลยไม่ได้เลือกที่จะทำต่อ

ถ้าให้เราแนะนำสำหรับคนชอบงานวาดจริงๆและอยากทำเป็นอาชีพ
คือ คุณควรมีแหล่งงานที่ชัดเจนสัก 2-3 แหล่งก่อนค่ะ
ก่อนจะออกจากงานประจำ ไม่เช่นนั้นจะลำบากค่ะ
พยายามเผยแพร่ผลงานตัวเองออกช่องทางต่างๆบ่อยๆค่ะ
(กรณีที่คุณอยากเป็นนักวาดฟรีแลนซ์นะ)

จะบอกว่าณ.จุดนี้เราไม่กลัวเลยค่ะว่าจะอยู่ไม่ได้
เพราะว่าเราผ่านความกลัวณ.จุดนั้นมาแล้วค่ะ
ถ้าอยากเป็นนักวาดฟรีแลนซ์จะต้องขยันมากค่ะ
ขยันออกผลงาน ขยันวาด ขยันทุกอย่างค่ะ
ถึงจะอยู่ได้สบายหน่อย ไม่อย่างนั้น
แนะนำให้เลือกทำงานประจำพวกบริษัทเกมหรือสตูดิโอค่ะ
เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ชอบงานวาด
แต่ไม่ชอบเสี่ยง และไม่ชอบชีวิตแบบอิสระๆ

หวังว่าจะมีประโยชน์
และเป็นแนวทางสำหรับคนที่อยากทำงานวาดฟรีแลนซ์ได้ค่ะ

ถ้าหากชอบในเนื้อหาและต้องการสนับสนุน sasi tanadeerojkul สนับสนุนได้ที่ Patreon ค่ะ

About the Author sasi tanadeerojkul

Meisan mui หรือพี่มุ่ยเป็นนักวาดภาพประกอบ ทำงานภาพประกอบ/ออกแบบคาแร็คเตอร์ มาทั้งหมดราวๆ 7 ปี มีผลงานลงสื่อทั้งไทยและต่างประเทศ และเป็นผู้เขียนหนังสือพ็อคเกตบุ็ค "ลาเจ้านายไปตามฝัน"