8 สิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณสำเร็จในการเป็นนักวาด

สวัสดีค่ะ สำหรับ entry วันนี้ก็จะเป็นเรื่องของสิ่งที่สำคัญในการเป็นนักวาดให้สำเร็จนะคะ ซึ่งมี 8 ข้อ ด้วยกันค่ะ

25560506-143425.jpg

1.ความสม่ำเสมอของลายเส้น
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่นักวาดใหม่ๆหลายคนทำไม่ได้ เพราะว่าชอบสไตล์หลากหลายเกินไป อันนี้เราควรสำรวจตัวเองก่อนค่ะ ว่าจริงๆแล้วสไตล์หรือลายเส้นของเรานั้นเป็นแบบไหน ดูวีดีโอวิธีการหาสไตล์ของตัวเองได้ที่นี่ค่ะ

คนที่เก่งเรื่องของลายเส้น ก็ควรจะเน้นเรื่องของลายเส้นไปเลยแล้วลงสีน้อยๆ คนที่เก่งเรื่องสี ก็ควรจะเน้นเรื่องสีให้มากๆเลือกสีให้สวยๆ ใช้เส้นน้อยๆก็ได้ คือสิ่งที่สำคัญควรหาจุดเด่นของงานตัวเองให้พบค่ะว่างานเราเป็นแนวไหนกันแน่ เสร็จแล้วเวลาอัพสกิลก็อัพเฉพาะด้านนั้นๆให้สุดไปสักทางหนึ่ง

ปัญหาที่เกิดขึ้นสำหรับคนทั่วไปคือ เราชอบหลายสไตล์มากเกินไปจนไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเราอยากทำสไตล์ไหนกันแน่ สไตล์ที่เราควรทำคือ สไตล์ที่เราชอบ+สไตล์ที่เราถนัด+สไตล์ที่มีตลาดรองรับค่ะ(ถ้าเราคิดจะขายงานให้กับคนทั่วไปนะ) สไตล์ที่มีตลาดรองรับในที่นี้อาจจะไม่ใช่สไตล์แมสหรือสไตล์ที่คนส่วนใหญ่ชอบก็ได้ ขอแค่มีคนบางกลุ่มชอบงานเรามากพอก็พอแล้วค่ะในการที่จะทำให้เราอยู่รอดในสายนี้ได้

สิ่งที่สำคัญสำหรับคนส่วนใหญ่ที่ทำกันไม่ได้ก็คือไม่สามารถรักษาความสม่ำเสมอของลายเส้นให้ดูแล้วเป็นคนๆเดียวกันวาดได้ค่ะ ซึ่งการจะทำให้คนติดตาในลายเส้นของคุณนั้นจะต้องอาศัยระยะเวลาพอสมควร ก็เหมือนเรื่องของการสร้างแบรนด์ขึ้นมาแบรนด์หนึ่ง ถ้าสมมติเราดูโฆษณายาสีฟันยี่ห้อหนึ่ง ครั้งแรก ยาสีฟันนี้โฆษณาว่าทำให้ฟันขาวมาก พอต่อมาก็บอกว่าแก้เสียวฟันได้ ต่อมาโฆษณาอีกว่า ยาสีฟันนี้เป็นยาสีฟันสมุนไพรสามารถแก้ไขโรคเหงือกได้ ต่อมาเราก็จะงงว่าตกลงแล้วคุณสมบัติที่เด่นจริงๆของยาสีฟันนี้คืออะไรกันแน่ ถ้าต่อมาเรามีอาการเสียวฟัน แล้วเราต้องการยาสีฟันสักอันที่แก้ไขอาการเสียวฟันของเรา เราก็คงจะเลือกยาสีฟันที่โฆษณามาตลอดว่า แก้อาการเสียวฟันได้ชงัดนัก

เหมือนกันกับการเป็นนักวาดค่ะ การที่จะทำให้คนนึกถึงคุณว่าเด่นด้านไหนนั้น คุณจะต้องมีสไตล์ที่สม่ำเสมอ ที่ทำมายาวนานพอค่ะ

2.ความสม่ำเสมอในการออกผลงาน
นอกจากสไตล์จะสม่ำเสมอแล้ว สิ่งที่จะทำให้เราเป็นนักวาดที่อยู่ได้ก็คือต้องขยันออกผลงานในช่องทางต่างๆค่ะ สิ่งที่สำคัญเลยคือโดยปกติแล้วคนเราจะลืมกันง่ายมาก เพราะว่าคนเรามีสิ่งดึงดูดความสนใจเยอะในแต่ละวัน ถ้าคุณไม่ขยันสร้างผลงานของตัวเองแล้ว คนก็จะลืมคุณในที่สุดค่ะ การออกผลงานของตัวเอง ไม่จำเป็นว่าจะต้องทำงานรับจ้าง ทำงานกับสำนักพิมพ์ คุณจะออกโดจินชิ หนังสือทำมือ หรือแม้แต่การวาดรูปโพสต์ผลงานตามช่องทางออนไลน์ต่างๆ ก็ถือว่าทำให้คนนั้นยังคิดถึงคุณอยู่เสมอนั่นเองค่ะ ถ้าให้แนะนำในยุคปัจจุบันก็ควรสร้างแอคเคาน์ pixiv,deviantart,facebook page เอาไว้โพสต์ผลงานอย่างสม่ำเสมอค่ะ

ส่วนความถี่ในการโพสต์นั้น ถ้าทำได้ควรจะโพสต์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างต่ำค่ะ ยกตัวอย่างเช่น บทความใน illustcourse นี้ก็จะโพสต์เฉลี่ยอยู่ที่สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งหรือบางสัปดาห์ก็ถี่กว่านั้นถ้ามีเรื่องให้เขียนเยอะ หรือถ้าคนที่ไม่ได้โพสต์ผลงานช่องทางออนไลน์เลย ก็ควรจะมีงานที่ออกสู่สายตาคนบ้างค่ะ ไม่งั้นคนจะลืมคุณไปแน่นอนค่ะ

3.คุณภาพของผลงาน
ภาพดีๆที่ตั้งใจวาด 1 ภาพ ดึงดูดคนได้มากกว่าผลงานธรรมดาๆ 100 ภาพ คำพูดนี้ clint watson ที่เป็นเจ้าของเว็บ ​faso เว็บให้บริการพอร์ทโฟลิโอสำหรับ artist ได้พูดเอาไว้ค่ะ คือถ้าคุณต้องการวาดเล่นๆแล้วโพสต์ ก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่คุณควรจะมีงานที่ตั้งใจจริงๆมากๆอยู่บ้างในพอร์ทโฟลิโอของคุณ และเวลาคุณทำพอร์ท ก็ไม่ต้องยัดทุกอย่างเข้าไปในพอร์ทค่ะ เอาเฉพาะงานที่ตั้งใจวาดมากจริงๆก็พอ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของเราพบว่างานที่ตั้งใจวาดมากๆ 1 ภาพ เอาไปต่อยอดผลงานได้เยอะค่ะ เช่นเวลาลงสื่อ ก็มักจะใช้รูปที่ตั้งใจวาดมากๆ ลง ตรงกันข้ามรูปที่วาดเล่นมีเยอะมาก แต่ว่ารูปพวกนี้ กลับต่อยอดผลงานได้น้อยกว่ามาก
คือนำไปใช้งานอะไรไม่ค่อยได้ พอจะเอามารวมเล่ม ก็ต้องมีผลงานที่ตั้งใจวาดมากๆรวมอยู่ด้วย ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถดึงดูดความสนใจให้คนมาซื้องานได้เท่าไรค่ะ ถ้ามีแต่งานวาดเล่นๆอย่างเดียว

4.ความรับผิดชอบ
เรื่องนี้จริงๆเราก็พลาดมาเยอะในช่วงแรกๆของการทำงานค่ะ คือเราทำงานประจำและรับงานฟรีแลนซ์เยอะมาก ส่งผลให้เหนื่อยมาก และไม่สามารถทำบางงานให้เสร็จลุล่วงไปได้ ได้กลายมาเป็นบทเรียนของเราในช่วงหลังว่า ถ้าหากไม่สามารถทำงานไหนให้ผ่านไปได้แล้ว อย่ารับงานนั้นมาทำแต่แรกจะดีกว่าค่ะ เพราะมันเป็นการเสียเครดิตของเรา การจะอยู่รอดเป็นนักวาดได้ ความรับผิดชอบในการทำงานให้เสร็จและตรงเวลาเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญมากค่ะ

5.ความขยัน
จริงๆเรื่องความขยันนี่ก็สำคัญในการที่จะทำอาชีพทุกอาชีพให้สำเร็จค่ะ แต่ว่านักวาดนั้นจะต้องขยันทำงาน ขยันโปรโมทผลงาน และขยันหาความรู้ ดูผลงานและดูเทรนด์ใหม่ๆของโลกอยู่เสมอ คือจะต้องทันสมัยและตามโลกให้ทันด้วยค่ะ

การขยันหาความรู้นี่ก็อย่างเช่นอ่านหนังสือมากๆ อ่านทั้งที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวกับเรา อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับความรู้รอบตัวทั่วไป หนังสือแนวธุรกิจ เพราะว่าการที่จะอยู่รอดได้ บางทีเราก็ต้องทำใจว่าไม่ได้มีแค่มุมมองด้านศิลปะอย่างเดียว แต่เราต้องเข้าใจความเป็นธุรกิจของงานด้านนั้นๆได้ดีด้วยหรือมีความเข้าใจในองค์รวมนั่นเองค่ะ

ได้ยินหนังสือหลายเล่มบอกค่ะว่า การลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนในตัวเองค่ะ คือการที่คุณจะก้าวหน้าในอาชีพการงานด้านไหนนั้น คุณจะต้องมีซอฟแวร์มากพออินสตอลอยู่ในหัวของคุณ เช่นถ้าคุณเป็นนักวาด แต่ขายงานไม่เป็นเลย ไม่รู้เรื่องวิธีการดีลงาน ก็ควรเรียนรู้เรื่องทักษะการเจรจาต่อรองเพิ่มเติม,หรือถ้าคุณอยากได้งานดีๆ ก็ต้องศึกษาวิธีการทำพอร์ทโฟลิโอและresume เป็นต้นค่ะ

หนังสือที่เปลี่ยนชีวิตเรามีหลายเล่มด้วยกันค่ะ ส่วนใหญ่แล้วจะไม่เกี่ยวกับศิลปะเลย เรามักจะชอบอ่านหนังสือหาความรู้เสมอๆ ปัจจุบันก็ยังอ่านอยู่เรื่อยๆ แต่ถ้าให้แนะนำควรอ่านงานของใครบ้างสำหรับคนเป็นนักวาด แนะนำ the dip ของ seth godin ค่ะเป็นหนังสือเล่มเล็กๆ แต่ช่วยเรื่องการผ่านอุปสรรคในชีวิตหรือว่าช่วงที่ตันๆของนักวาดไปได้ค่ะ

6.ความแตกต่าง
จริงๆแล้วสิ่งนี้สำคัญมากค่ะ คือถ้าคุณเป็นนักวาดที่ทำได้เหมือนกับคนอื่นๆ คุณไม่มีความแตกต่างอะไรเลย ก็ไม่มีเหตุผลไหนที่ลูกค้าต้องเลือกคุณค่ะ และการที่คุณเหมือนๆกับคนอื่นๆคุณก็จะเป็นคนธรรมดา(mediocre) แต่ถ้าคุณอยากที่จะสำเร็จในหน้าที่การงานหรืออยากอยู่ได้ในสายนี้ คุณควรมีความแตกต่างบ้างด้านใดด้านหนึ่งค่ะ อย่างที่บอกค่ะ คือคุณควรหาจุดขายของคุณให้พบ ดูวิธีการหาจุดขายของนักวาดได้ที่นี่ค่ะ

ความแตกต่างจะทำให้คุณเป็นคนที่ไม่ธรรมดาค่ะ และสิ่งที่สำคัญเลยคือ การเป็นปลาตัวใหญ่ๆในบ่อเล็กๆ ดีกว่าการกลายเป็นปลาตัวเล็กๆในบ่อใหญ่ๆค่ะ อย่างที่สุภาษิตฝรั่งว่าไว้ว่า It’s better to be big fish in small pond,rather than small fish in big pond หมายความว่าการที่คุณทำสไตล์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร แต่มีผู้ติดตามคุณอยู่บ้าง ดีกว่าการตามกระแส ทำตามที่คนส่วนใหญ่ชอบแต่จมหายไปกับกระแสนั้นๆไปค่ะ

7.ความอดทน
เรื่องนี้ก็สำคัญในการเป็นทุกอาชีพให้สำเร็จค่ะ การเป็นนักวาดโดยเฉพาะการเป็นฟรีแลนซ์ คุณสามารถอดทนหรืออยู่ได้ไหม ถ้าหากไม่มีงานเข้าเลยหลายๆเดือน ข้อนี้ก็ต้องมาพร้อมกับการเตรียมตัวที่ดีของคุณค่ะ คุณมีเงินสำรองหรือยัง ที่สามารถอยู่ได้โดยไม่มีงานเข้าเลยอย่างน้อย 6 เดือน

คุณสามารถอดทน ทำสิ่งที่อาจจะไม่เห็นผลในปัจจุบันเพื่อที่จะสำเร็จในอนาคตได้ไหม ถ้าคุณทำไม่ได้ เส้นทางนี้ก็ไม่เหมาะกับคุณค่ะ เพราะการเป็นนักวาด คุณต้องอดทนหลายอย่าง

คุณสามารถอดทนได้ไหม กับการปรับแก้งานตามใจลูกค้าหลายๆครั้ง และยังมีอีกหลายเรื่องที่คุณต้องอดทน

สิ่งที่สำคัญคือ คนอยากเป็นฟรีแลนซ์หรืออยากเป็นนายตัวเอง ปัจจุบันมีเยอะ แต่ที่อยู่ได้จริงๆ มีน้อย หรือแม้แต่การเป็นพนักงานประจำก็ตาม คุณก็ต้องมีความอดทนเช่นกันค่ะ

8.self-motivation
หรือการกระตุ้นตัวเองนั่นเองค่ะ อย่างที่เคยบอกเอนทรี่ที่แล้วเรื่องการหมดไฟในการวาดรูป ดูวิธีการแก้ไขปัญหาการหมดไฟในการวาดได้ที่นี่ซึ่งถ้าเราอยากจะทำให้สำเร็จในการเป็นนักวาดเราต้องสามารถปรับตัวได้เร็วเหมือนกิ้งก่าค่ะ คือไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรมาก็ตามในชีวิต ถ้ามีงานเข้ามา เราก็ยังสามารถทำงานได้โดยที่ไม่กระทบกับงาน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เพราะนักวาดเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช้อารมณ์ในการวาดรูปค่อนข้างสูง เรื่องนี้จึงต้องฝึกฝนค่ะ แต่มีเคล็ดลับที่พ่อเราสอนมาอีกทีคือใช้หลักศาสนาพุทธ ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตามขึ้นกับชีวิต อย่าดีใจมาก อย่าเสียใจมากกับชีวิตค่ะ ทำอารมณ์ให้เป็นปกติ แล้วเราจะสามารถผ่านมันไปได้ และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เราก็จะไม่หมดไฟในการวาดรูปง่ายๆค่ะ

หวังว่าเอนทรี่วันนี้จะช่วยให้ใครหลายๆคนสามารถตามฝันตัวเองในเส้นทางนี้ได้และเป็นนักวาดที่สำเร็จกันทุกคนค่ะ
มีอะไรเพิ่มเติมที่จะคุยกันประเด็นนี้ก็คอมเมนต์ด้านล่าง คิดว่าประเด็นไหนสำคัญที่สุดในการเป็นนักวาดก็สามารถแชร์กันได้ค่ะ