สร้างพอร์์ทโฟลิโอผลงานวาดอย่างไรให้โดนใจลูกค้า#ตอนที่2offline portfolio

สวัสดีค่ะ มาพบกับการทำพอร์ทโฟลิโอให้โดนใจลูกค้าตอนที่ 2 นะคะ ซึ่งตอนนี้จะพ่วงการสัมภาษณ์งานด้้วยค่ะ

25560710-104622.jpg
จะเป็นการทำพอร์ทโฟลิโอแบบหนังสือและแฟ้มผลงานนะคะ ซึ่งก็คือ offline portfolio นั่นเองค่ะ
อ่านตอนที่1สร้างพอร์ทโฟลิโอออนไลน์ได้ที่นี่ค่ะ

ทำไมต้องทำพอร์ทโฟลิโอเป็นหนังสือและแฟ้มผลงาน

เพราะว่าอย่างแรกเลยคือ จะทำให้งานคุณดูแล้วสวยงามเป็นระเบียบและดูมืออาชีพยิ่งขึ้นค่ะ และคุณสามารถติดตัวแฟ้มผลงานหรือหนังสือไปด้วยได้ตามงาน convention ต่างๆ และสามารถเอาให้ art director ดูผลงานได้ทันที ซึ่งงานคอนบางที่นั้นก็จะมีการรับสมัครงานหรือดูพอร์ทโฟลิโอภายในงานด้วยเช่นกันค่ะ

สำหรับดีไซน์เนอร์หรือคนทำสายกราฟฟิคไปด้วยนี่พอร์ทโฟลิโอลักษณะนี้ค่อนข้างสำคัญ เพราะคุณสามารถเอาไปตอน walk-in เข้าไปสมัครงาน ซึ่งผู้ว่าจ้างอาจจะสนใจดูงานเมื่อปรินท์ออกมาสำเร็จแล้วก็เป็นได้ ทั้งนี้แบบหนังสือจะดูดีกว่าเป็นแฟ้มผลงานมากๆนะคะ อย่างไรก็ตามคุณควรมีพอร์ทโฟลิโอออนไลน์ควบคู่กันไปค่ะ
นอกจากนี้ถ้าคุณทำพอร์ทโฟลิโอเป็นหนังสือ คุณยังสามารถขายผลงานอาร์ทบุคของคุณให้คนทั่วไปได้อีกด้วยค่ะ

การทำพอร์ทโฟลิโอแบบ offline

อันนี้เราควรพิจารณาก่อนค่ะว่าเราจะทำพอร์ทโฟลิโอเป็นหนังสือหรือเป็นแฟ้มผลงาน ถ้าเรามีทุนหน่อยก็แนะนำให้ทำหนังสือไปเลยค่ะ โดยใช้บริการ print on demand อย่าง fastbook ที่สามารถทำหนังสือได้โดยไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ส่วนถ้าเป็นแฟ้มผลงานนั้น ก็เลือกแฟ้มที่ทำพอร์ทโฟลิโอโดยตรง ควรเลือกแฟ้มที่ดีไซน์ดีๆ ใช้วัสดุดีๆหน่อยค่ะ ไม่ใช่แบบ มีสี​ฉูดฉาด มีลายการ์ตูนอื่นๆ ดูแล้วไม่เป็นมืออาชีพ ควรจะเลือกแฟ้มสีพื้นๆเช่น ดำ,เทาค่ะ อย่าใช้สีที่แรงมาก อาจจะลงทุนซื้อแบบที่ใช้ทำพอร์ทโดยตรง ที่ราคาอาจจะสูงขึ้นมาหน่อย ส่วนขนาดแฟ้มก็ A4 หรือ B4 กำลังดีค่ะ

สำหรับการปรินท์ผลงานใส่พอร์ท ควรจะเลือกปรินเตอร์ที่ดีๆ หรือไม่ก็ไปร้านอัดรูปให้อัดรูปออกมาดีกว่าค่ะ ความคมชัดจะสูงกว่า ไม่แนะนำให้ใช้ปรินเตอร์ที่ติดแทงค์หมึกปรินต์ภาพใส่พอร์ทนะคะ เหตุผลคือ ปรินเตอร์ที่ติดแทงค์สีมักจะเพี้ยนง่ายกว่าและความคมของเม็ดสีสู้ปรินเตอร์ที่ใช้หมึกแท้ไม่ได้ค่ะ ควรจะไปให้ร้านปรินต์ๆให้ค่ะ

ส่วนประกอบและข้อควรคำนึงในการทำพอร์ทโฟลิโอ

เราควรแยกประเภทของผลงานเอาไว้ให้ชัดเจนค่ะ เช่น คาแรคเตอร์ดีไซน์ ดีไซน์ฉาก ดีไซน์ชุด ดีไซน์ยานพาหนะ และมีส่วนที่บ่งบอกประเภทนั้นๆให้ชัดเจน ให้แยกส่วนเสก็ตซ์ออกจากส่วนที่เป็น full illustration ค่ะ และควรใส่งานเสก็ตซ์เข้าไปในพอร์ทด้วยเพื่อให้ผู้ว่าจ้างได้ดู process ในการคิดหรือไอเดียในการทำงานของเราค่ะ

ให้เอาส่วน full illustration ไว้ด้านหน้า แยกตามประเภทของงาน หรือ medium(อุปกรณ์ที่ใช้ในการวาด) ซึ่งวิธีการแบ่ง category หรือหมวดหมู่ของงานนั้น ขึ้นอยู่กับว่าคุณเน้นสายงานอะไรค่ะ เช่น ถ้าเป็นสาย concept art คุณควรแยกประเภทงานเป็น ส่วน illustration,character design,environment design,sketch ถ้าเป็นสาย illust ก็อาจจะแยกเป็น card game illustration,novel cover illustration,magazine illustration,personal work,sketch เป็นต้นค่ะ หรือถ้าสาย fineart ก็อาจจะแบ่งเป็น oil painting,acrylic painting คือแบ่งตามอุปกรณ์ที่ใช้วาด

พอร์ทโฟลิโอ offline ถ้าเป็นแฟ้ม ให้คุณเลือกมาแค่ 15-20 ผลงานที่ดีที่สุดก็พอค่ะในแต่ละส่วน
ถ้าเป็นหนังสือคุณสามารถใส่งานได้เยอะเท่าที่ต้องการแต่ก็ควรจะเลือกผลงานที่ดีที่สุดเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องอัดผลงานทุกงานเข้าไปในพอร์ทนะคะ และก็เหมือนเดิม คือส่วนของ fanart อยากจะให้คำนึงนิดนึงว่าการไปสมัครงานโดยเฉพาะในตำแหน่ง character designer/concept artist คุณควรระวังจุดนี้ให้มากค่ะ ไม่ควรมี fanart เลยด้วยซ้ำสำหรับพอร์ทสมัครงานพวกบริษัทลักษณะนี้ ยกเว้นว่างานนั้นจะเป็นโปรเจคที่คุณทำกับบริษัทนั้นๆโดยตรง ไม่ใช่แฟนอาร์ทค่ะ

ถ้าเป็นหนังสือ และตัวคุณไม่ได้เป็นกราฟฟิค ดีไซน์เนอร์ที่สามารถจัดอาร์ทเวิคเองได้ ก็แนะนำให้จ้างข้างนอกดีกว่าค่ะ เพื่อความดูดีของผลงาน เพราะการทำพอร์ทโฟลิโอนี่เราทำครั้งเดียวแล้วใช้ได้ตลอดนะคะ ยกเว้นจะมีการอัพเดทผลงานลงพอร์ทบ้าง ซึ่งแฟ้มผลงานจะอัพเดทผลงานได้ง่ายกว่าการทำหนังสือค่ะ

ด้านหน้าควรจะมี resume หรือประวัติ ของคุณเอาไว้เปรียบเสมือนหน้า about ของออนไลน์พอร์ทโฟลิโอค่ะ
โดยคุณควรเขียน ชื่อจริง นามสกุลจริง ประวัติการศึกษา,ประวัติการทำงาน,รางวัล,รายชื่อลูกค้าที่ผ่านมา,โปรเจคที่เคยทำเอาไว้ให้ชัดเจน รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆของคุณที่เคยทำ เช่น เป็นกรรมการในการตัดสินการประกวด,เคยเป็นประธานนักเรียนเป็นต้น อีกส่วนที่สำคัญก็คือ เคยลงสื่อไหนมาบ้าง เขียนปีกำหนดไว้ได้ยิ่งดี แต่ถ้าไม่มีปี ก็ต้องมีชื่อสื่อที่เคยได้ลงให้ชัดเจน

สำหรับประวัติการศึกษาและประวัติการทำงานให้ใส่ไล่ปี เช่น 2000-2005 การศึกษาปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย xx เป็นต้นค่ะ ถ้าคุณได้เกียรติินิยม ก็ควรเขียนไว้ด้วยเช่นกันค่ะ จะมีผลต่อการจ้างงานอยู่บ้าง แต่ส่วนมากดูผลงานในพอร์ทโฟลิโอมากกว่าค่ะ ตอนคุณจบมาไม่มีใครนั่งถามหรอกว่าคุณได้เกรดเท่าไร แต่เกรดอาจจะมีผลต่อการทำพอร์ทในการศึกษาต่อและการได้ทุนการศึกษาค่ะ

สำหรับการศึกษานั้นให้เขียนไว้แค่ระดับปริญญาก็พอค่ะ แต่คุณควรใส่ด้วยว่าคุณเคยผ่านการอบรมอะไรมาบ้าง ถ้าเป็นการอบรมที่สำคัญๆหรือคอร์สที่สำคัญๆ ,นอกจากนี้ คุณใช้โปรแกรมอะไรได้บ้าง ระดับสกิลเป็นอย่างไร พอใช้,ดีหรือดีมาก ทักษะภาษาอังกฤษของคุณเป็นอย่างไร(บางบริษัทดูค่ะ บางบริษัทก็กำหนดเลยว่าให้มีทักษะด้านภาษาอังกฤษดี) แบ่งเป็น writing,reading,speaking คุณมีความสามารถในภาษาอื่นๆหรือไม่ ในส่วนนี้ถ้าเป็นพอร์ทหนังสือและต้องการขายคนทั่วไปคุณอาจจะตัดออกก็ได้ค่ะ เพราะคงไม่มีใครอยากรู้ส่วนนี้มากนัก

ถ้าให้เราแนะนำคือ ภาษาอังกฤษสำคัญมากค่ะ คุณควรเรียนรู้ที่จะชอบ หรือถ้าคุณไม่ชอบ อย่างน้อยคุณควรจะมีในระดับสามารถสื่อสารได้ เหตุผลคือ ประเทศในเขตอาเซียนจะรวมกันเป็น AEC ในอีกไม่กี่ปีนี้ ถ้าคุณไม่เก่งภาษา คุณจะกลายเป็นคนที่ตกยุคสมัยไปเลยในตัวและโอกาสในการทำงานต่างๆก็น้อยลงด้วยค่ะ อ่านวิธีการฝึกภาษาที่นี่ค่ะ

นอกจากนี้ ส่วนที่สำคัญเลยคือรายชื่อลูกค้าและโปรเจคค่ะ เวลาเขียนให้เขียนชื่อโปรเจคที่เราทำก่อน แล้วให้เขียนชื่อลูกค้า เช่น novel cover illustration,XX publication
XX Card game illustration for XX.co.tld

ส่วนอื่นๆก็อาจจะเป็นการเล่าประวัติของคุณโดยคร่าวๆหรือเขียน artist statement ประมาณ 5-10 บรรทัดหรือครึ่งหน้ากระดาษก็ดีค่ะ เป็นการเกริ่นให้คนรู้คร่าวๆ ณ.ส่วนนี้ก็คงเหมือนกับการทำออนไลน์พอร์ทโฟลิโอค่ะที่ได้พูดไปแล้ว
สำหรับ artist statement ก็ให้ดูตามเว็บของอาร์ติสท์ที่มีชื่อเสียงหน่อยเป็นต้นแบบนะคะ เค้าจะบอกว่าแรงบันดาลใจในการวาดมาจากอะไร ทำไมถึงทำงานออกมาสไตล์นี้ เป้าหมายในการทำงานศิลปะเป็นอย่างไรค่ะ

สำหรับหน้าสุดท้ายอาจจะเป็นข้อมูลการติดต่อ หน้านี้ก็ใส่อีเมล์,เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้,ที่อยู่ แนะนำว่าอย่าใส่เป็นตู้ป.ณ.นะคะ ควรใส่ที่อยู่ที่เป็นที่อยู่จริงๆจะดูมีตัวตนมากกว่าค่ะ แล้วก็ใส่ลิงค์ social network ของคุณเข้าไปด้วยเช่น linkedin,facebook ค่ะ

สำหรับคนที่อยากได้งานในต่างประเทศ เราจะแนะนำว่า ให้หาโอกาสไปงาน convention ของต่างประเทศค่ะ แล้วติดพอร์ทโฟลิโอของคุณไปด้วยหรือหนังสือไปด้วย เมื่อเจอสำนักพิมพ์ก็ได้โอกาส present งานไปเลยค่ะ

การสัมภาษณ์ให้ได้งาน

จริงๆจะบอกว่างานสายอาร์ทหรือสายวาดๆนั้น การสัมภาษณ์นั้นสำคัญรองลงมาจากพอร์ทโฟลิโอค่ะ ความสำคัญของการสัมภาษณ์ก็คือ โดยมากมักจะดูอุปนิสัยใจคอของผู้สมัครงานว่าเป็นอย่างไรมากกว่า เพราะฉะนั้นการสัมภาษณ์ให้ได้งานเลยก็ โดยมากบริษัทอาจจะถามเรื่องเป้าหมายในชีวิตของเราในงานสายนี้ หรือว่าเราชอบเล่นเกมไหม ชอบแนวไหน เขาจะดูว่าไลฟ์สไตล์ของเราสามารถเข้ากับบริษัทได้หรือไม่ค่ะ

เพราะฉะนั้นการสัมภาษณ์ให้ได้งานก็ไม่มีอะไรมากถ้าพอร์ทเราดีอยู่แล้วก็ไม่ต้องกังวลค่ะ ก็ควรจะตอบคำถามอย่างฉะฉาน อย่างอ้ำๆอึ้งๆหรือ เอ่อ…ผม …หนู อะไรแบบนี้ ส่วนมากเขาจะดูบุคลิคของเราว่าเป็นคนอย่างไร สามารถเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ดีไหม หรือมีปัญหาอะไรหรือเปล่าในการทำงานค่ะ ถ้าพอร์ทโฟลิโอดีพอๆกัน การสัมภาษณ์จะเป็นตัวตัดสินว่าคุณจะได้งานหรือไม่ค่ะ บางบริษัทอาจจะไม่สนว่าคุณเก่งมากเป็นเทพมาจากไหน แต่ถ้าอุปนิสัยใจคอของคุณไม่ดี และคุณมีปัญหาในการทำงาน อีโก้สูง บริษัทก็อาจจะไม่รับคุณเข้าทำงานก็ได้ค่ะ

แล้วก็สิ่งที่สำคัญรองลงมาก็คือการแต่งตัวไปสัมภาษณ์ควรจะให้สะอาดและให้สื่อถึงตัวตนของเราค่ะ อาจจะไม่ต้องถึงกับใส่สูทผูกไทค์ ให้แต่งตัวสุภาพเรียบร้อยให้เกียรติสถานที่และผู้รับสมัครงานก็พอแล้วค่ะ