มาเดินเข้าสู่จุดหมายที่เราต้องการกันเถอะ

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาพบกับเอนทรี่ ที่เขียนว่านักวาดรุ่นใหม่ๆสามารถจะทำอะไรได้บ้างเพื่อก้าวไปสู่จุดที่ตัวเองต้องการค่ะ

25561223-140852.jpg

ก่อนอื่นนั้นน้องควรสำรวจตัวเองก่อนว่า น้องมีความถนัดอะไร,ชอบวาดการ์ตูนประเภทไหนเป็นพิเศษ,งานแนวไหนที่ทำแล้วโดนใจคน ซึ่งถ้าถามพี่ซึ่งปัจจุบันรับงานวาดน้อยลง เพราะอิ่มตัวแล้ว ยังชอบงานวาดอยู่ ไม่ได้คิดจะเลิกนะคะ แต่อยากทำงานแบบสบายๆ ไม่ต้องกังวลว่าจะขายได้หรือไม่ได้
25561223-152631.jpg

พี่ถึงชอบเจย์พาร์ค ตรงที่ชีวิตของเขาลงสู่จุดต่ำสุด โดนแฟน(ขับ) ไล่ออกจากเกาหลี แต่สามารถตะกายขึ้นมาบนที่สว่างได้อีกครั้ง น้องอาจจะบอกว่าเคยไปดูกาก้าคอนเสิร์ต แล้วชอบมาก พยายามเม้าท์กับเพื่อนที่ชอบสายการ์ตูนมากกว่าดูคนจริงๆแล้วเพื่อนไม่อินตาม มันเป็นเพราะว่าน้องคนนั้นอาจจะไม่ได้ชอบกาก้า เลยไม่รู้สึกอะไร

การที่พี่จะชอบศิลปินหรือนักเขียนคนไหน พี่จะดูแบ็คกราวน์ หรือภูมิหลังเขาด้วย ว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมงานเขาจึงเป็นแบบนี้ค่ะ และการที่มีศิลปินคนอื่นๆที่เก่งกว่า ร้องดีกว่า หล่อกว่า สวยกว่า หน้าใหม่กว่า สดกว่า มันไม่ได้ทำให้พี่ชอบศิลปินที่เราชอบน้อยลง แต่การที่รสนิยมเราเปลี่ยนไปเรื่อยๆกืจะชอบศิลปินคนละคน มีไอดอลคนละคน ทำกิจกรรมคนละอย่าง ความสนใจคนละแบบ ก็จะทำให้งานน้องเปลี่่ยนไปได้

หลายๆคนก็ต้องใช้ความบกพร่องในชีวิต ไปสร้างชีวิตของตัวเอง เช่น สตีฟ จ็อบ และนักพูด,นักเขียน หลายๆคน เป็นโรคที่ชื่อว่่าดิสเล็คเซีย การเป็นโรคชนิดนี้ทำให้บุคคลนั้นมีปัญหาเรื่องการอ่านตัวอักษร นักเขียนเหล่านี้ก็อาจจะต้องจ้างคนมาช่วยสัมภาษณ์ค่ะ แล้วถอดเทปเป็นหนังสือ นอกจากนี้ การที่เป็นคนไม่สมบูรณ์ พระเจ้าเลยมอบสมองอันชาญฉลาดให้กับเขา

จริงๆพี่ก็อยากกลับไปทุ่มเทให้กับงานวาดเหมือนที่เคยทำ แต่มันเลยจุดนั้นไปแล้ว มันเหมือนเวลาที่เราเจอทางหลายแพร่ง แล้วเราต้องเลือกว่าเราจะเอาทางไหน พอเลือกแล้วจะหวนกลับไปยากค่ะ ช่วงที่พี่ทำงานวาดเป็นหลัก พี่ถามตัวเองเยอะมาก ว่าเรามีความสุขจริงๆหรือเปล่าที่รับจ้างวาดเรื่อยๆ แต่จะบอกว่า ตอนที่ทำก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แค่รู้สึกว่า อยากกลับไปเป็นตัวเองตอนอยู่มหาวิทยาลัย หรือ ตอนที่เข้าสตูดิโอได้ใหม่ๆ

ตอนนั้นไฟวาดแรงมาก อยู่กับ cg นั่งทำรูปนึง 4-5วันเร็วๆก็1-3ชั่วโมง แต่กลายเป็นว่า ตอนนี้พี่ทำงานเขียนได้คล่องกว่าวาดมากๆโดยที่ใข้เวลาฝึกฝนไม่นานมาก น้องสาวพี่บอกว่าพี่เหมือนเงือกที่เอาหางไปแลกเป็นขา เพราะถ้าพี่ไม่ได้เจอประสบการณ์ชีวิตแบบนี้ พี่ก็ไม่สามารถเข้ามาอยู่ในเส้นทางนี้ ตอนนี้ถ้าช้อยส์เปลี่ยนไปสักอย่างนึง มันจะเกิดเป็นบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟคค่ะ คือ สิ่งเล็กๆน้อยๆที่เราทำ กลายเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคต

การที่เราติดการมีชื่อเสียง มันเหมือนกับการติดยาเลย เราจะต้องไปดูว่ามีคนกดไลค์กี่คน คนกดแชร์บ้างไหม คนพูดถึงงานเราอย่างไร มีคอมเมนต์กี่คอมเมนต์ ซึ่งพี่เองก็รู้นะว่ามันไม่ดี เลยลดลงจากเช็ควันละ5ก็เป็น1-2ครั้งแล้วเข้าไปดูอีกที(ความจริงเข้าไปเชคทั้งวัน) และอ่านบทความตัวเองหลายสิบรอบเพื่อสังเกตุว่า จุดไหนที่ทำให้เราเขียนแล้วโดนใจคนอ่าน เอนทรี่ไหนที่ได้รับความนิยมน้อย และสไตล์การเขียนแบบไหนที่โดนใจคน เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้

ซึ่งถ้าใครติดทำแบบนี้มากๆ จะพบว่าเวลาคนชอบงานเราน้อยลง ก็จะเกิดอาการท้อ ว่าทำไมเราถึงไม่ได้จำนวนไลค์เยอะเท่าเพื่อนๆ น้องต้องดูว่า น้องไปสายไหนก่อน และสายที่น้องเลือกนั้น เป็นสายที่เป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบันหรือเปล่า ไม่เช่นนั้นน้องก็เหมือนคนที่เอากางเกงขากระดิ่งที่เป็นยีนโป่งๆตรงขา ฮิตมาประมาณ15ปีก่อนมาใส่

แต่มันจะไม่มีปัญหาเลยถ้าน้องบอกว่า “พี่ครับ ผมวาดรูปเป็นงานอดิเรก ผมไม่สนว่าคนจะชอบเยอะหรือน้อยครับ ผมแค่อยากมีความสุขกับการวาด” ถ้าน้องคิดได้แบบนี้ น้องจะก้าวไปอีกเสตปแล้วค่ะ เพราะงานที่ดี คืองานที่เราใส่ตัวตน จิตใจ และชีวิตของเราเข้าไปในงานนั้น แม้แต่หน้าตาตัวละคร ยังบ่งบอกได้เลยว่าคนๆนั้น เป็นคนอย่างไร คิดอะไรอยู่เวลาวาดภาพ วาดโดยที่เราไม่ต้องสนใจว่าคนจะชอบไหม หรือจะเป็นที่นิยมหรือเปล่าก่อน อย่าเพิ่งวาดด้วยความรู้สึกติดลบ

ตอนนี้มันเหมือนกับพี่ต้องสร้างจุดที่พี่มีตอนนี้ให้ดีที่สุดค่ะ นั่นก็คือ สิ่งที่พี่อยากทำ เขียนประสบการณ์ของตัวเอง,สอนวาดใน youtube,ส่วนการสอนตัวต่อตัวนั้น เป็นสิ่งที่พี่มีรายได้มาสานต่อในสิ่งที่พี่ทำไว้มากกว่า

สมัยก่อนพี่เล่นมาริโอ้สาม มันจะมีการปลดล็อคไอเทมฟรีก่อนที่จะเข้าไปสู่ด่านของเกม พี่มักจะเลือกหา
แร็คคูนที่มีตัวPกำกับ โดยปกติแล้วหางแร็คคูนจะเก็บได้จากบล็อคไอเทม ที่ต้องกระโดดเอาหัวทิ่มบล็อค แต่หางแรคคูนอันนั้นจะต้องวิ่งเร็วๆรัวๆจนบินได้ก่อนแล้วมีพลังอ่อนแรงทำให้ต่อยๆตกลงมา แต่ถ้าใ้ช้สูตรเรียกหางP ก็จะบินได้ตลอดเกมเลยค่ะ ทำให้พี่สามารถบินเล่นๆไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะตาย

25561223-145422.jpg
และวิธีเล่นที่เซฟที่สุดคือ บินด้านบนให้สุดจอค่ะ จะไม่มีตัวอะไรทำเราได้เลย พี่่เล่นเกมนี้กว่า 30 ครั้ง แล้วใช้ไอเทมโกงตลอด มาตอนหลังนั่งนึกๆดูมันสนุกตรงไหน เพราะบางฉาก เวลาเราบินด้านบนมันจะไม่เห็นทัศนียภาพด้านล่างเลยว่าเป็นยังไง แต่สิ่งที่รู้สึกมันส์คือตอนที่สามารถเอาไปคุยกับคนอื่นๆได้ว่าจบมาริโอสามมาหลายสิบครั้งแล้ว(แต่ไม่ได้บอกนะว่าใช้วิธีนี้)

นอกจากนี้ยังมีไอเทมอีกอันที่เทพมากคือขลุ่ย สามารถใข้ขลุ่ยข้ามไปเวิลด์หรือโลกชุดต่อๆไปได้โดยไม่ต้องเล่นฉากที่เหลือ
พอพี่มานั่งนึกๆตอนนี้ หลังจากที่เล่นเกมเพลย์สเตชันรุ่นแรก โดยไม่ใช้แอคชันรีเพลย์(โกง) และเกมรุ่นต่อมาที่ซื้อก็ไม่เคยโกงเลยเพราะเวลาเล่นแล้วไม่สนุก เวลาคนเราโตขึ้นก็อยากได้โจทย์ที่ท้าทายความสามารถมากกว่า

25561223-150115.jpg
เช่น สมัยก่อนพี่ชอบไบโอฮาซาร์ด หรือ resident evil มากๆ พี่เล่นแผ่น Leon A(มันจะมีสองแผ่น)เนื้อเรื่องของสองตัวละครที่เจอปริศนาต่างกัน เล่นเกมเดิมซ้ำๆนี่แหละหลายสิบรอบ จนรู้หมดว่าเดี๋ยวมอนสเตอร์มันจะออกมาตรงนี้ ตรงนี้ซอมบี้เยอะ จะฆ่าบอสต้องใช้ปืนไหน และพี่เล่นจนจบโหมดตัวละครลับหรือ Hunk ได้ด้วย(คือจะบอกว่าบ้าเกมนี้ขนาดนั้น) แต่มันจะมีตัวละครลับอีกตัว ชื่อเต้าหู้(tofu)อันนั้นเล่นไม่จบ ยากเกิน

คือจะบอกว่าในชีวิตจริง คุณไม่สามารถหลีกหนีอุปสรรคหรือสิ่งที่คุณต้องเจอระหว่างทางได้เหมือนเกมค่ะ เกมเราก็แค่เล่นไปตามทางของมัน แต่ชีวิตจริงของคนมันซับซ้อนมากกว่านั้นและตัวช่วยน้อยด้วย

พี่นึกถึงเรื่อง About time เป็นหนังโรแมนติค คอเมดี้ ที่ตัวเอกมีความสามารถพิเศษในการย้อนเวลาได้ แล้วก็พบกับความจริงว่า เรื่องบางเรื่องย้อนเวลากลับไปแก้ไขแล้ว ใข่ว่าผลจะออกมาเป็นผลลัพธ์ใหม่ที่ดีกว่าเดิมเสมอไป มันอาจจะดีกว่าเดิม หรือแย่กว่าเดิมก็ได้ หรือมีเหตุการณ์เลวร้ายบางอย่างเกิดขึ้นกับชีวิตคนในครอบครัว แล้วพอเขากลับไปแก้ไข ก็ทำให้เรื่องออกมาไม่เหมือนเดิม จนกลายเป็นว่าต้องทำใจยอมรับสภาพ และสิ่งที่เป็นอยู่ น้องพี่บอกว่า เนื้อหาหนังสอนให้คนทำเต็มที่ในปัจจุบันค่ะ และผลจะออกมาเป็นยังไงก็อย่าไปดีใจหรือเสียใจกับมันมาก ชีวิตคนเราไม่ได้อยู่นานนัก เผลอพักๆก็ปีหนึ่งผ่านไปอีกแล้ว การที่ไม่ต้องเกิดเรื่องดรามากับใครเลยถือเป็นเรื่องประเสริฐสุดแล้วค่ะ

25561223-145708.jpg
และสมัยนี้นักวาดหลายๆคนก็จะรู้สึกเคือง เวลามีคนเอาภาพเราไปโพสต์ที่อื่นๆค่ะ ตอนแรกพี่ก็เคยเคืองเหมือนกัน อย่างเช่น บทความในเว็บนี้ ก็ถูกก็อปปี้ไปลงเว็บอื่นๆหลายเว็บ พี่ก็เลยติดไอคอน Creative commons คือเอาโพสต์ได้นะ แต่ต้องให้เครดิตที่มาค่ะ

ถ้าน้องๆหรือหลายๆคนที่อ่านบทความนี้อยู่ พี่จะเล่าให้ฟังว่า มีศิลปินกลุ่มหนึ่ง ในยุคก่อนนี้ ที่ดังมากในอเมริกา นั่นคือวง เกรทฟูลเดด วงนี้แตกต่างจากวงดนตรีอื่นๆตรงที่ อนุญาติให้เอากล้อง,กล้องวีดีโอไปถ่ายในงานได้เต็มที่ ไม่มีการฟ้อง การจับเอากล้องออก ทำให้เกิดกลุ่มแฟนๆของเกรทฟูลเดดขึ้น (รู้สึกว่าแฟนคลับจะชื่อเดดเฮดค่ะ) เกรทฟูลเดด เป็นวงแรกๆที่มีขื่อเรียกแฟนคลับตัวเอง และแฟนคลับก็จะเอาคลิปมาแลกกันอย่างสนุกสนาน ถ้าถามว่าวงนี้อยู่ได้ไง ก็คงเป็นเพราะแฟนคลับที่ช่วยสนับสนุน บอกต่อ เอาไปแชร์กับคนที่ตัวเองรัก เลยได้แฟนคลับเพิ่มเติม โดยที่ไม่ได้เน้นขายเทปหรือซีดีแต่เน้นเล่นคอนเสิร์ตมากกว่า

และถ้ามาดูประเทศไทย จะพบว่าค่ายไม่ได้เน้นปั้นศิลปินเยอะๆแบบเมื่อก่อนแล้ว และมีการประกวด เดอะสตาร์,Academy fantasia เพื่อหาคนที่มี passion และอยากทำงานจริงๆ เลยอยากจะให้นักวาดของไทยที่โดนสถานการณ์โดนเอาบทความ หรือ งานสร้างสรรค์ไปลงเว็บอื่น เอาโดจินไปแปลลงไซต์ต่างประเทศ มันแสดงให้เห็นแล้วว่า งานเราต้องดีจริงๆถึงมีคนมาก็อปปี้ไปลงไซต์ ดังนั้นหลายๆคนจึงต้องป้องกันโดยการติดลายน้ำหรือโลโก้เอาไว้ทุกอันที่โพสต์เพื่อเป็นการป้องกันการแอบอ้างไปโพสต์ แต่การที่มันรั่วออกไปนี้ คิดในแง่ดี เหมือนเป็นช่วยโปรโมทงานไปในตัว แต่ที่สำคัญที่หลายๆคนโดนคือ เอาภาพไปใข้โดยไม่บอกแหล่งที่มา ไม่ให้เครดิต

ก่อนหน้านี้ก็เลยมีนักเขียนชื่อดังคนหนึ่งชื่อ Chris Anderson ผู้เขียนหนังสือ Longtail เขาทำนายไว้ว่า ในยุคหน้าคนจะใช้กลยุทธฟรีเยอะ เหมือนกับทำอะไรออกมาให้ใช้ฟรีๆแต่มีข้อเสนอแลกเปลี่ยน เช่น Gmail ของGoogleมีการติดโฆษณาในหน้าอีเมล์ก่อนหน้านี้ (ปัจจุบันไม่ได้สังเกตุค่ะว่ายังมีโฆษณาอยู่หรือเปล่า),googleบริการฟรีแต่เก็บเงินจาก adword เป็นต้น

เช่นกรณีของเว็บคอมิคในต่างประเทศมีการทำมานานแล้ว ในไทยเริ่มมีตอนยุคที่มีบลอคนี่แหละ แต่ก็ยังกระจัดกระจายตัวกันอยู่มาก ตามบลอค exteen,facebook pageไม่ค่อยมีใครทำขึ้นมาเป็นกิจลักษณะ แต่มีบางคนที่เริมทำแล้วและได้รวมเล่มหลายๆคนเช่น มลแมนตูน ,manudglomมีนักวาดหลายคนในต่างประเทศใช้การวาดเว็บคอมิค แล้วเอาไปทำรวมเล่มจริงๆ โดยมีการใส่หน้าปก ใส่อาร์ทเวิร์คเพิ่ม ซึ่งอันนี้ก็เข้าหลักการฟรีของ Chris Anderson เข่นกัน คนต่างประเทศที่ทำสำเร็จในเว็บคอมิคมีมากมาย ที่เด่นๆก็ของ Shilin carchiphona ค่ะ

นอกจากนี้ถ้าเราไปดูในเว็บระดมทุน Crowd fundingของหลายๆเว็บเช่น kickstarter,indiegogo จะเห็นได้ว่ามีคนทำคอมิคอยู่เยอะจริงๆและหลายๆคนก็ทำผ่านเว็บเหล่านี้จนได้ทุนมาพิมพ์การ์ตูนของตัวเอง ซึ่งที่น้องต้องฝึกคือเรื่องของทักษะหรือสกิลค่ะ เพื่อให้งานเรนเดอร์ออกมาแล้วดูดี อย่าลืมว่าในยุคนี้เรามีทางเลือกเยอะ แต่ข้อแม้นี้คือ น้องอาจจะต้องทำจริงๆจังๆกับมันทำให้ดูเป็นมืออาชีพจริงๆแล้วงานน้องจะขายได้ค่ะ ขอให้โชคดีเช่นเคยค่ะ