ทำงานยังไงให้มีรายได้เพิ่มขึ้น3เท่า

สวัสดีค่ะ วันนี้เราก็จะมาพูดเรื่องทำยังไงให้รายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า จากงานวาด หรืองานฟรีแลนซ์อื่นๆกันนะคะ

25561226-221722.jpgภาพนี้ไปถ่ายรายการ hello english ช่อง 11 ออกอากาศทุกวันศุกร์ 5 โมง อันนี้คือเพิ่งอัดรายการเสร็จค่

อาดัมคู นักธุรกิจด้านการศึกษากล่าวไว้ว่า การทำรายได้3เท่าจากเงินปกตินั้น มันเหมือนกับฟังก์ชันของมือถือค่ะ
ลองดูโนเกีย3310รุ่นดึกดำบรรพ์ สิ่งที่ทำได้ก็คือโทรเข้าโทรออก รับและส่งข้อความเท่านั้น แต่ลองมาเทียบกับมือถือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ อย่างไอโฟน จะเห็นว่าทำอะไรได้เยอะกว่ามาก เช่น นอกจากโทรแล้ว ยังสามารถคุยแบบเห็นหน้า เล่นเกม อ่านหนังสือ เล่นวีดีโอ ถ่ายรูป จนเหมือนคอมพิวเตอร์ย่อมๆเครื่องนึง

คำถามคือคุณเป็นมือถือรุ่นไหนคะ โนเกีย3310หรือเป็นไอโฟน?

การที่จะรับเงินจำนวนมากกว่าปกติ3เท่านั้น เราต้องดูฟังก์ชันภายในตัวเราก่อนค่ะ ว่ามีทักษะอะไรอินสตอลไว้บ้าง?
เช่น นอกจากเพนท์เก่งแล้วเราอาจจะสามารถคุมทีมของนักวาดคนอื่นๆด้วย เราก็จะได้เป็นอาร์ท ไดเรคเตอร์
หรือคุณเป็นกราฟฟิคดีไซเนอร์ ที่สามารถออกแบบเว็บไซต์ได้ เราจึงบอกในเอนทรี่ที่ผ่านๆมาว่าคุณควรมีไอดอลในการทำงาน หรือการใช้ชีวิตคนอื่นๆด้วยค่ะ และคุณควรมีสายอาชีพที่ชัดเจนหลักๆคืออย่างหนึ่งที่ใช้ทำมาหากิน ไม่ว่าจะเป็น copy writer,graphic designer,concept artistฯลฯ

ซึ่งถ้าคุณไม่ได้มีความสามารถมากนักแล้วอยากได้งานที่เงินเยอะๆมันเป็นไปได้ยาก และคนที่ทำงานกับต่างประเทศหรือสตูดิโอในต่างประเทศ คุณจะต้องมีสกิลเพนท์และวาดเส้นหรือสกิล digital painting ที่สามารถทำงานแนวตะวันตก หรือทำงานแนวผู้ชายๆได้ด้วย นอกจากนี้ก็คือต้องมีทักษะด้านภาษาอังกฤษที่ค่อนข้างดี เพราะสตูไม่ว่าจะเป็นต่างประเทศหรือในไทยก็ตาม บางสตูดิโอเน้นการสื่อสารเรื่องภาษาอังกฤษมาก นอกจากนี้การที่สกิลภาษาคุณดี คุณยังสามารถไปออกงานการ์ตูนในต่างประเทศ หรือ comicon ได้ด้วย

อย่างที่บอกค่ะ ว่าเราเลือกไปทำงานต่างประเทศ เพราะเราอยากได้รายได้ที่มากกว่าเดิม ประมาณ3เท่าในการเปลี่ยนงาน แล้วเราก็ได้จริงๆ ดังนั้น ในชีวิตของคุณควรมี benchmark เอาไว้ ว่าอยากได้รายได้เท่าไหร่ แต่อย่าไปเครียดกับมันมากค่ะ ลองเขียนเอาไว้ในสมุด หรือโน็ตไว้ในที่ๆเห็นได้ชัดค่ะ จากนั้นเราก็มาดูว่าเราจะต้องเพิ่มทักษะอะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น คุณเป็นกราฟฟิคดีไซน์ และสามารถทำงานเขียน ทำงานวาด ออกแบบเว็บได้ด้วย

ต่อมาพอเราเป็น illustrator ในไทย เราคิดอย่างต่ำสุดคือรูปละ 5,000ค่ะ ถ้าเป็นงานต่างประเทศ หรือสำนักพิมพ์ในไทย ก็จะราวๆ 7,500-30,000 แล้วแต่ขนาดโปรเจค ทั้งนี้ราคาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของงานค่ะ และขึ้นอยู่กับงบประมาณของบริษัทที่จ้างเรา เราคิดเรทเท่านี้เพราะว่าเราสอนเป็นงานหลัก งานวาดเป็นงานเสริม(จากเมื่อก่อนเป็นงานหลัก) ทำให้เราโฟกัสงานที่อยากทำได้ค่ะ เพราะว่าถ้าไปทางสายงานวาดหลักๆแล้ว เวลาเจอโจทย์ที่ไม่อยากทำ ก็จำเป็นต้องทำ แต่ตอนนี้เราสามารถเลือกที่จะทำงานไหน หรือไม่ทำก็ได้

น้องอาจจะมีเพื่อนหรือรุ่นพี่ที่ทำสายงานวาดๆเขียนๆหรืองานสายอื่นๆแล้วรายได้เยอะๆ ลองถามดูหรือสังเกตุดูค่ะ ว่าเขามีวิธีการอย่างไร?

มีนิทานอยู่เรื่องหนึ่งค่ะ ชื่อ นายเอกับ นายบี ทั้งสองคนทำงานเป็นช่างที่ต้องหาบน้ำ ไปสู่หมู่บ้านบนยอดเขา ทั้งสองคนมีรายได้ใกล้เคียงกันในจุดเริ่มต้น นายเอกับนายบีเริ่มต้นไม่เหมือนกัน นายเอมาถึงก็ทำงานหาบน้ำทันที เขาหาบเก่งที่สุดในหมู่บ้าน เขาหาบน้ำได้มากขึ้น มากขึ้นทุกวัน ขณะที่นายบีไม่เริ่มหาบน้ำ

นายบีเริ่มด้วยการท่อต่อน้ำ ที่ยากมาก เขาคิดถึงแผนการว่าจะต่อท่อยังไงให้ไปถึงยอดเขาได้ นายเอหาบน้ำมากขึ้นๆ และนึกว่าตัวเองชนะแน่นอนเพราะว่าหาบน้ำเก่งที่สุดในหมู่บ้านขณะนี้ เขาจึงมีรายได้มากกว่านายบี ขณะเดียวกัน เขาก็เริ่มเล่นกล้าม เพื่อจะได้มีกล้ามใหญ่ๆ ไว้หาบน้ำได้จำนวนมาก ชาวบ้านต่างหัวเราะนายบี คิดว่าสิ่งที่นายบีกำลังทำอยู่มันเป็นสิ่งที่น่าขำ และมีแต่คนหัวเราะเยาะนายบี กับสิ่งที่เขาพยายามทำ

ขณะเดียวกัน นายเอ เริ่มหาบน้ำได้น้อยลง พร้อมทั้งแก่ตัวมากแล้ว ไม่สามารถยกหรือหาบน้ำหนักๆได้อีก เขาจึงหาบน้ำแค่เบาๆพอมีรายได้เลี้ยงตัวได้ แต่นายบีได้ทำท่อส่งน้ำจนเสร็จ เขาจึงมีรายได้มากกว่านายเอ และทำรายได้มากกว่านายเอถึงสิบเท่าโดยเปลืองแรงตัวเองน้อยที่สุด

นิทานเรื่องนี้แล้วแต่คนจะตีความค่ะ มันอาจจะหมายความว่า เราควรสร้างรายได้ ด้วยการสร้างระบบในการทำงานขึ้นมาไม่ใช่การนำสกิลหรือทักษะไปแลกงานอย่างเดียว เพราะแรงงานของคนเรามีจำกัด แต่จะบอกว่า คนรุ่นใหม่ในยุคนี้ นิยมหุ้นกันมากค่ะ ไปดูหนังสือก็เจอแต่เรื่องหุ้น กับอีกอย่างที่คุณเอ่ยคำว่าอิสรภาพทางการเงิน นั่นคือ พวกธุรกิจเครือข่ายนั่นเอง

นอกจากนี้ นิทานเรื่องนี้ เราพบเจอระหว่างที่เข้าไปศึกษาพวกธุรกิจเครือข่าย เพื่อเรียนรู้ทักษะการขาย นอกจากนี้ก็มีทักษะการพูด บางวันจะมีการให้บางคนออกไปพูดหน้าห้อง คล้ายชั้นเรียนค่ะ แต่จะบอกว่าถ้าคุณไม่ได้สนใจในงานด้านขาย หรือมีอคติกับงานด้านนี้ก็ไม่ต้องไปศึกษาหรือยุ่งเกี่ยวก็ได้

แต่เราจะบอกว่า ระหว่างที่เรากำลังศึกษาธุรกิจนี้ เราหาบทความมาอ่านมากมายค่ะ และไปเจอนิทานหลายเรื่องที่สนุกดี เอามาใช้กับชีวิตได้ เราเคยได้ยินว่า โรเบิร์ต คิโยซากินี่เขียนหนังสือให้ธุรกิจพวกนี้ก็มีเพราะหลายๆเล่มที่อ่าน จะเจอโรเบริ์ตแกแนะนำให้ไปทำธุรกิจเครือข่าย เพราะจะได้ทักษะการขาย เราไม่ได้เชื่อที่คิโยซากิพูด 100% นะคะ เพราะเจอคนวิจารณ์ว่าคิโยซากิ เขารวยได้เพราะงานเขียน และสร้างเกมแคชโฟล์ว

แต่จะบอกว่าอย่าไปทำเลย ถ้าคุณไม่ได้รักงานด้านขายและหวาดกลัวงานด้านนี้ เพราะเคยเจอคนถูกหลอก และคนทำธุรกิจผิดๆมีเยอะ จนต้องเสียเพื่อนไปก็มี เราเองระหว่างทำก็เสี่ยงๆ กับการเสียเพื่อน แต่เรากล้าและอยากลองดูว่ามันทำได้จริงๆอย่างคนอื่นๆว่าไหม มันเหมือนกับว่าเราเคยอคติกับธุรกิจพวกนี้มาระยะหนึ่ง แต่สงสัยว่าทำไมคนถึงไปทำ เราอยากรู้ นอกจากนี้เรายังศึกษาธุรกิจนี้เรื่องการโค้ช หรือการปรับทัศนคติของคนที่ทำ และเทคนิคขั้นตอนการขายหลายอย่าง

ถ้าคุณอยากทำงานได้รายได้เยอะๆ คุณควรขายงานให้เป็นค่ะ ซึ่งมันไม่ได้มีหนทางเดียว ในการฝึกขาย ทัศนคติเรา ธุรกิจเครือข่ายและขายประกัน เป็นอะไรที่สุดยอดแห่งการศึกษาวิธีการขายแล้วค่ะ เพราะว่าคุณจะเจอคนรอบตัวและเพื่อนๆรังเกียจราวกับเป็นแมลงสาบ หรือกลัวคุณไปขายอะไรเขา เราลองไปแคมป์ของธุรกิจเครือข่ายด้วย ก็ได้วิธีในการพรีเซนต์และทักษะการพูดมาจากการไปแคมป์นี่แหละ แต่ถ้ามีใครมาชวนอีก เราไม่ไปทำแล้วค่ะ แต่สินค้าบางตัวที่เคยใช้มันดีจริง ก็อาจจะสนใจซื้อต่อไป

การขายจริง ๆ คือ การให้คำแนะนำหรือส่งพอร์ทให้กับคนที่สนใจค่ะ คนที่เริ่มแสดงความสนใจออกมาก่อน เช่น ของเราก็จะเป็น การที่มีบ.ก.สำนักพิมพ์ติดต่อมา ว่าจะให้ร่วมงานด้วย มีนักเรียนสนใจจะเรียนกับเรา กรณีนี้เรียกว่า lead ค่ะ ก่อนหน้าจะเป็น lead ได้ ก็ต้องมี prospect หรือคนที่อยู่ในกลุ่มคนที่สนใจจะจ้างคุณนั่นเอง วิธีก็คือ จะทำยังไงให้ prospect กลายเป็น lead และกลายเป็นลูกค้าของเราได้ ฉะนั้นมันจะเป็น prospect>lead>customer ค่ะ การที่อยากได้รายได้เพิ่ม เราก็ต้องทำอย่างอื่นๆเพิ่มนอกเวลางานค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การโปรโมทงานของคุณเพื่อเพิ่ม prospect ค่ะ

ซึ่งหลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่านอกจากธุรกิจเครือข่ายแล้วยังมีอีกหลายอย่างที่คุณสามารถทำนอกเวลาได้ เราเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งผู้หญิงคนเขียนเขาเป็นหนี้หลายแสน เพราะใช้บัตรเครดิต หลังจากนั้นเขาหาวิธีปลดหนี้ โดยการซื้อผ้าพันคอไหมแล้วไปขายคนในออฟฟิศ นอกจากนี้ยังออกขายตามตลาดนัดอีกด้วยค่ะ เราเพิ่งรู้จากน้องคนหนึ่งที่เรารู้จัก เขาทำงานขายของตลาดนัดนี่แหละ แต่ได้รายได้เยอะมาก บางวันๆละ 5,000 -หมื่นกว่า ผู้หญิงคนนั้นเขาก็ปลดหนี้ด้วยการขายของธรรมดานี่แหละ ซื้อมาขายไป เป็นอาชีพเบสิคสุดตั้งแต่มนุษย์เราเริ่มต้นระบบทุนนิยมเลยค่ะ เสียแต่ว่าคนที่จบปริญญามามักจะเกลียดการขายและถูกมองว่าต้อยต่ำ

ซึ่งต่อมาเราตั้งเป้าไว้ว่ารายได้ต้องพอกันหรือมากกว่าทำงานประจำนะคะ ถึงคุ้มค่าที่จะออกมาทำของตัวเองเพราะต้องแบกรับความเสี่ยงในการทำงานอาชีพนั้นๆได้ด้วย เพราะอาจจะไม่ใช่ทุกช่วงที่มีลูกค้า และตอนนี้งานเรารายได้เสถียรและดีและที่สำคัญคือ เรามีความสุขกับงานที่เราทำค่ะ สำหรับเราก็วิธีการไม่มาก เราใช้การให้ความรู้ฟรีๆในบลอคนี้ เพื่อให้นักเรียนหรือคนที่สนใจเรียนหรือจะไปต่อทางด้านนี้ได้ประโยชน์ และเป็นงานที่เรารักด้วยค่ะ

คือการเขียนบลอคหรือบลอคเกอร์ ในต่างประเทศอาชีพนี้บูมมากค่ะ สำหรับในไทยยังน้อยอยู่แต่มากขึ้นกว่าเดิมแล้ว และบลอคที่มีคุณภาพจะเขียนบทความให้ถึง 2,000 คำค่ะ ซึ่งเราสามารถเช็คในแอพเพจในไอแพด หรือจากไมโครซอฟท์เวิร์ดก็ได้ค่ะ ของเราหลังๆก็จะเขียนให้ถึง 2,000 คำค่ะ เพราะว่าจะเพิ่มโอกาสในการเซิร์จมาเจอของลูกค้าได้มากกว่า และสร้างความน่าเชื่อถือว่าเรามีตัวตนอยู่จริง ซึ่งผลของการที่เราเขียนบลอคอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เราขายสินค้าอื่นๆที่เกี่ยวข้องการวาด เช่นดีวีดีสอนวาด ซึ่งเราเสียค่ากล้องวีดีโอไปประมาณสองหมื่นกว่า จนตอนนี้ขายดีวีดีรายได้แซงค่ากล้องวีดีโอแล้ว และขายได้อย่างต่อเนื่องค่ะ

นอกจากการขายของตัวเอง ยังทำให้เรามีโอกาสไปออกทีวีมาแล้ว 3 รายการ คือรายการ mangokids,bookbloggang,และล่าสุดคือ Hello English ที่รอออกอากาศอยู่ค่ะ
ทั้งนี้จุดเริ่มต้นของเรา คล้ายๆที่ยาโร สตาร์แร็ค บล็อคเกอร์ชื่อดังเขากล่าวว่า เราจะต้องมีความพยายามในการสร้างแชนเนลหรือวิธีการสื่อสารที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ และบล็อคเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมในการเผยแพร่ข้อมูล เพราะการจัดหน้าของบลอคจะไล่จากเก่าไปสู่ใหม่ เมื่อเราเริ่มต้นแชนเนลเล็กๆ เราก็จะมีโอกาสไปสู่แชนเนลใหญ่ขึ้นได้ เช่น การออกทีวี หรือ การขายสินค้าที่ตัวเองผลิตมา ทั้งนี้อยากให้ดูเรื่องของนายเอ กับนายบี เป็นตัวอย่างค่ะ คนเรามีแรงทำงานได้จำกัด ชีวิตเราควรจะมีความสนุกสนาน ไม่ใช่แค่ทำงานเครียดอย่างเดียว ซึ่งเราได้รับบทเรียนเรื่องนี้มาเยอะค่ะ

สุดท้ายก็ขอให้ทุกคนโชคดีเช่นเคยค่ะ

ถ้าหากชอบในเนื้อหาและต้องการสนับสนุน sasi tanadeerojkul สนับสนุนได้ที่ Patreon ค่ะ