สวัสดีค่ะ สำหรับวันนี้เราจะมารีวิว how to train your dragon 2 กันค่ะ ใครยังไม่ได้ดูรีบไปดูด่วนๆนะคะ เนื่องจากหนังออกชนโรงกับ Maleficent ซึ่งแม่มาลีกวาดโรงไปเยอะค่ะ ทำให้หนังในบางโรงเหลือฉายในโรงแค่ 2 โรงให้เลือกเท่านั้นค่ะ หนังเรื่องนี้มีความยาวประมาณ 1.30 หรือชั่วโมงกว่าๆค่ะ ซึ่งดูๆไปก็เป็นความยาวที่เหมาะสม ไม่สั้นไม่ยาวมากสำหรับอนิเมชันค่ะ25570617-200021-72021946.jpg
สำหรับความรู้สึกที่ดู เนื่องจากเห็นในเฟสที่หลายๆคนบอกว่าสนุกดี พี่มุ่ย พี่เต้ยจึงพาแม่ไปดูหนังเรื่องนี้(จริงๆก็พอแม่ไปดูด้วยทุกเรื่องหละนะ) เนื่องจากพี่เต้ยไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ภาคแรกมาก่อน แต่พอดูก็สามารถดูได้โดยไม่รู้สึกงงเนื้อเรื่องมากนัก

จริงๆมันก็เป็นภาคต่อจากภาค 1 นั่นแหละ เล่าภาค 1 แบบไม่สปอยล์นะ เอาเข้าจริงแล้วเราก็ลืมเหมือนกันว่าภาคหนึ่งมันเป็นยังไง จำได้ว่ามันเป็นช่วงที่พระเอกของเรื่องหรือฮิคคัพ ได้เขี้ยวกุดมังกรเพลิงนิลมาค่ะ ซึ่งเนื้อเรื่องภาคนี้ มันเป็นหลายปีหลังจากเกิดภาคหนึ่งขึ้น ควรไปดูภาคหนึ่งถ้าอยากรู้ว่าเขี้ยวกุดมันเก่งเมพแค่ไหนก็คุ้มละค่ะ

ต่อมาก็คือ ภาคนี้เริ่มจากหมู่บ้านชาวไวกิ้ง ซึ่งแน่นอนว่ามันเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก (เมื่อก่อน เนื้อเรื่องในภาคแรกทุกคนจะหวาดกลัวมังกรกันมากค่ะ ต้องไปดูภาคแรกเสริมเพื่อความเข้าใจนะว่าทำไมปัจจุบันจึงเป็นแบบนี้) เริ่มเรื่องจะเป็นการแข่งขันของชาวไวกิ้ง โดยตอนนี้ที่ดูแบบนึกถึงควิชดิชใน Harry potter เลยจ้า แต่การละเล่นของชาวไวกิ้งเป็นการจับแกะ ใครจับได้มากสุดชนะ โดยการจับแกะนั้น ถ้าจับได้แกะดำจะได้คะแนนสูงกว่า โดยที่ฉากนี้ไม่มีแม้แต่เงาของพระเอกคือฮิคคัพเลย เลยทำให้ผู้ชมสงสัยว่าพระเอกไปอยู่ไหนหว่า?

ก่อนอื่นกล่าวถึงสภาพหมู่บ้านก่อน มันเปลี่ยนไปจากสมัยก่อนมาก ผู้คนต่างเลี้ยงมังกรกันเป็นปกติ มีคอกเลี้ยง มีอาหารให้มังกรอยู่กันอย่างสุขสบาย มังกรกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของชาวไวกิ้งไปเลย รวมไปถึงพวกมันแต่ละตัวก็ดูมีความสุขดีที่ได้อยู่ร่วมกันกับมนุษย์และเข้ากับมนุษย์ได้ดี

ตรงนี้กลายเป็นว่า..นึกถึงพวกหมาแมวที่คนเลี้ยงค่ะ เนื่องจากหมากับแมวเป็นสัตว์เลี้ยงของคนมานานแล้ว ดังนั้นสายพันธุ์ของหมาแมวดั้งเดิมที่เป็นสัตว์ป่ามันจึงวิวัฒนาการไปมาก เนื่องจากถูกมนุษย์ผสมพันธุ์ข้ามไปมาจนเกิดพันธุ์ใหม่ๆที่เป็นสัตว์เลี้ยงของคน ยังไงก็ตามหมาแมวมันก็ยังคงล่าอยู่ดีค่ะ แมวบ้านเราเลี้ยงไว้มีหนูเข้ามามันก็ตบหนูตาย นั่นก็คือความเป็นสัตว์นักล่าของมันไม่ได้หายไป ถึงแม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงค่ะ

25570617-200127-72087620.jpg

กลับมาสู่เรื่องต่อ พอเจอพระเอกปุ๊บก็พบว่า ฮิคคัพมันโตมาแล้วหล่อขึ้นเยอะเลยค่ะ รวมไปถึงแอสทริดที่หน้าตาสวยน่ารักขึ้นมาก เทียบกับภาคก่อนเป็นเด็กกะโปโล ในภาคนี้นอกจากแอสทริดจะสวยเซี๊ยะแล้ว ยังคงความห้าวและกล้าหาญ รวมไปถึงลูกบ้าไว้อย่างครบครัน ซึ่งเป็นเรื่องไม่แปลกสำหรับอนิเมชันของดรีมเวิร์คในยุคหลังๆ ตั้งแต่ rise of the guardian โดยที่ dreamwork นั้นพยายามทำหน้าตาพระเอกให้ดูแล้วหล่อเป็นสากลโลก(คือฝรั่งมองก็ว่าหล่อ ญี่ปุ่นมองก็ว่าหล่อ ต่างจากอนิเมญี่ปุ่นที่ฝรั่งในบางส่วนยังไม่ชอบหน้าตาแบบอนิเมญี่ปุ่น และอาจจะอายที่จะไปดูอนิเมชันเหล่านั้นในโรง)

ยังไงก็ตามเราชาวไทยก็ไม่ได้แคร์อยู่แล้วเรื่องนี้ เนื่องจากบ้านเรายุคหลังๆนี้เด็กเติบโตมาพร้อมกับยุคการ์ตูนลิขสิทธิ์ ทำให้เซนส์ในการมองดูหน้าตาการ์ตูนของคนไทยจึงเบนเข็มไปทางญี่ปุ่นมากกว่า แต่เด็กยุคหลังๆก็โตมากับพิกซาร์ Pixar และ dreamwork animation เช่นกัน

ส่วนฝรั่งแน่นอนว่าคอมิคอเมริกันยุคเก่าไม่ได้กินเงินสาวไทยง่ายๆแน่ เพราะหล่อไทยหล่อฝรั่งไม่เหมือนกันในสมัยก่อน ตัวละครในคอมิคที่ดูเท่มากๆ พอมีลิขสิทธิ์ในไทย ดันขายได้ไม่ดีเท่าการ์ตูนญี่ปุ่นหรือสู้ไม่ได้แม้กระทั่งการ์ตูนไต้หวัน เรื่องนี้ดูเหมือนทางตะวันตกจะรู้

สังเกตุได้จากการแคสท์ตัวละครและเขียนบทหนังอย่างพวก Marvel นี่ช่วงหลังๆทำให้คนไทยชอบกันมากๆเรื่องหน้าตาของตัวเอกที่แคสมา เรื่องนี้อนิเมชันก็ได้รับอานิสงค์ไปด้วยนั่นก็คือดูเหมือนตะวันตกจะเริ่มเข้าใจตะวันออกมากขึ้นค่ะ สังเกตุหน้าตาตัวละครอนิเมชันยุคหลังๆของดรีมเวิร์คดูค่ะ จะมีแววตา สีหน้าบางอย่าง และรวมไปถึงเซนส์ในความขำที่ตรงกันทั้งตะวันตกและตะวันออกซึ่งนี่คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปและพัฒนาไปในปัจจุบัน

พล่ามนอกเรื่องเยอะ กลับมาที่ฮิคคัพค่ะ ก็โตขึ้นมาอย่างสง่างามในฐานะ successor หรือผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าเผ่าไวกิ้ง ซึ่งปัจจุบัน พ่อของฮิคคัพคือ สโต๊ยค์เป็นหัวหน้าเผ่าอยู่ หน้าสโต๊ยค์นี่ เหมือนกิมลีในลอร์ดออฟเดอะริงค์โฮกๆเลยค่ะ และยังนึกถึงเหล่าคนแคระขึ้นมาทันที(ภาคสม็อคล่าสุดจบคาใจโพดๆ) แต่สิ่งที่ขาดหายไปในตัวฮิคคัพตั้งแต่ต้นเรื่องเลยคือ ฮิคคัพเป็นตัวละครที่ขาดความมั่นใจมาก พอดีไม่ได้ดูย้อนไปภาคแรกก่อนด้วย เลยไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น จำไม่ได้ค่ะ

คือ ฮิคคัพภาคนี้มันคิดว่าตัวเองไม่เก่งพอที่จะแบกรับความผิดชอบในฐานะการเป็นหัวหน้าเผ่าได้ค่ะ ซึ่งจุดนี้เราคิดว่ามันไปเหมือนกับเรื่องEpic ค่ะ ที่ตัวเอกชายของเรื่องมันไม่ได้แบบรู้สึกว่าจะต้องรับผิดชอบโดยการเป็นหัวหน้าเผ่า แต่กลับกันตรงที่ เรื่อง Epic นั้นประสบความสำเร็จด้านรายได้น่าจะน้อยกว่า How to train your dragon และเรื่องนั้นตัวเอกหลักที่สุดของเรื่องเป็นผู้หญิงค่ะ แต่เอาเป็นว่ามันเล่นประเด็นเดียวกันละกันนะ ตอนนี้ นอกจากนึกถึงเรื่องนั้นแล้วเรายังนึกถึงคลาวด์ใน FF7 ที่มักจะทำหน้าสำนึกผิดทำหน้าแบบเบื่อโลกมากๆ(สังเกตุในอนิเมภาคแอดเวนต์ชิลเดรน) แต่ฮิคคัพยังดูโอเคกว่าคลาวด์ตรงที่มันไม่ได้โทษตัวเองเหมือนคลาวด์ แต่สิ่งที่ต่างคือ มันเป็นพระเอกแนวโลกสวยมากกกกก คือ ฮิคคัพจะคิดว่าสามารถเปลี่ยนแปลงคนได้ทุกคน เนื่องจากมั่นใจว่าถ้าหากฮิคคัพสามารถเปลี่ยนแปลงความหัวรั้นของสโต้ยค์หรือพ่อตัวเองได้แล้ว เขาน่าจะเปลี่ยนแปลงคนอื่นๆได้เช่นกัน บทสรุปไปดูในเรื่องกันเองค่ะ

ส่วนประโยคเด่นหรือข้อคิดเด่นของเรื่องก็คือ
“อำนาจที่ยิ่งใหญ่ ถ้าตกไปในมือคนชั่ว มันก็จะเป็นอำนาจแห่งความชั่วที่ขยายใหญ่ขึ้น”

เรื่องนี้ถ้าเทียบกันในโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว จะพูดถึงคนส่วนมากที่คิดว่าคนรวย คนมีเงิน หรือเศรษฐีส่วนใหญ่เป็นคนสกปรก เห็นแก่ได้ ทั้งๆที่จริงๆแล้วเศรษฐีที่ใจบุญมีอยู่ทั่วโลกค่ะ มันเหมือนประเด็นในเรื่องนี้ค่ะ ก็คือ เงินมันก็แค่ขยายความเป็นตัวตนของคนๆนั้นมากขึ้นเท่านั้น ถ้าคนนั้นเป็นคนดีก็จะใช้เงินทำเรื่องดีๆ ส่วนคนชั่วก็ทำเรื่องชั่วๆเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่แต่ละคนเป็นคนยังไงมากกว่า

เรื่องของการออกแบบนั้น แน่นอนว่า สวยดีค่ะ สวยแบบถ้ามีอาร์ทบุคก็ถือว่าน่าเก็บพอตัวเลยค่ะ ส่วนตัวแล้วชอบมุมกล้องและจังหวะที่ลงตัวของเฟรมในการถ่ายทำมาก และชอบการเล่าเรื่องและลำดับเรื่อง และมุกฮา ซึ่งมีไม่เยอะ แต่ดูแล้วแบบเออ ฮาดีว่ะจุดนี้ จริงๆแล้วเนื้อเรื่องมันก็เดาได้บางอย่าง บางอย่างเดาไม่ได้ บางอย่างมันพลิกแบบไม่น่าเชื่อว่ากล้าทำ เพราะหนังอนิเมชันส่วนใหญ่ไม่กล้าแบบเรื่องนี้ ละไว้ในฐานที่เข้าใจค่ะ ไปดูเองเหอะ ที่อนิเมชันส่วนใหญ่ไม่กล้าเนื่องจากไม่อยากให้เด็กสะเทือนใจเวลาดู แต่เรื่องนี้กล้าทำดีค่ะ เอาเป็นว่าไปดูรอบ 3d ก็ดีนะคะ แต่ตอนเราดูรอบปกติค่ะ

สำหรับดีไซน์ชอบตัวไหน ก็จะบอกว่า ค่อนข้างชอบมังกรจ่าฝูงค่ะ เท่มาก(คิดได้ไงเรื่องเอางวงช้างไปใส่)ตอนสงครามอย่างอลังเลยทีเดียว ฮิคคัพกับแอสทริดและผองเพื่อนก็ดีไซน์สวยค่ะ ฉากที่ชอบ ชอบฉากที่ฮิคคัพเจอกับแม่ตัวเองค่ะ(ตอนนี้เดาเรื่องถูกด้วย) แม่ฮิคคัพเท่มากค่ะ,ฉากแม่เต้นรำกับพ่อฮิคคัพน่ารักมากค่ะ พูดถึงแม่ฮิคคัพแล้ว แม่ฮิคคัพนี่ก็เป็นอีกตัวละครที่น่าสนใจค่ะเป็นตัวละครที่เหมือนแนวผู้หญิงสมัยใหม่เลย มีความเป็นผู้นำ กล้าหาญ มีความคิดเป็นของตัวเอง

ฮิคคัพน่าจะเหมือนแม่มากกว่าพ่อค่ะ แต่ความหัวรั้นและดื้อนี่น่าจะเหมือนพ่อ จะรำคาญฮิคคัพตรงที่แบบ เอาตัวเองกับชีวิตของคนอื่นๆในเผ่าไปเสี่ยงด้วยเพราะเชื่อว่าตัวเองจะสามารถเปลี่ยนแปลงคนได้ทุกคน บทอย่างนี้ฮิคคัพมันจะดื้อก็ดื้อค่ะ ยังไงก็ตามแม้จะหัวแข็งไม่เท่าสโต้ยค์ผู้เป็นพ่อ แต่ก็ถือว่าจุดนี้คงได้มาจากพ่อแหละนะ จริงๆถ้าเรื่องดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ ฮิคคัพน่าจะเข้ากับแม่ได้ดีกว่าพ่อเพราะว่าเป็นตัวละครที่คล้ายกันอยู่แล้ว ในเรื่องของจุดมุ่งหมายในชีวิต และมุมมองในการใช้ชีวิตรวมๆ เช่น การผจญภัยสำรวจดินแดนใหม่ๆและหามังกรพันธุ์ใหม่ๆ เรื่องนี้ถ้าเป็นสโต้ยค์(พ่อ)คงไม่ทำค่ะ เนื่องจาก สโต้ยค์จะเน้นเรื่องของการปกครองและการช่วยเหลือคนในเผ่ามากกว่า

25570617-200227-72147984.jpg

25570617-200520-72320599.jpg
ส่วนมังกรตัวอื่นและคาแรคเตอร์อื่นๆในเรื่อง เช่น เพื่อนชาวไวกิ้งของฮิคคัพ แต่ละตัวออกแบบได้ดีค่ะ บางตัวแค่ดูหน้าก็ฮาละ ออกแบบเก่งมากณ.จุดนี้นะ โดยเฉพาะเพื่อนอ้วนฟิชเลค และแฝดรัฟนัททัฟนัท รัฟนัทนี่มัน”สก็อยส์”ดีๆนี่เองค่ะ แต่ชอบเธอนะ ฮามากค่ะ จุดอื่นๆก็ลูกมังกรน่ารักดี ฉากหวานแหววของฮิคคัพกับแอสทริดก็น่ารัก แต่ดูเหมือนฮิคคัพมันจะเป็นพวกป็อดๆนะ แอดทริดดูกล้าแสดงความรักต่อฮิคคัพมากกว่าตัวฮิคคัพเองอีก

25570617-200354-72234142.jpg

อนึ่งภาคที่แล้วฮิคคัพมันยังไม่หล่อขนาดภาคนี้ค่ะ ทั้งสองดูเป็นเด็กกะโปโลทั้งคู่ ถ้าถามว่าแอสทริดเราดูแล้วนึกถึงใคร เรานึกถึงเอมม่า วัตสันเลยค่ะ แปลกดีเหมือนกันที่นึกถึงเธอคนนี้ ไม่ได้นึกถึงเอมม่าตอนแสดงแฮรี่ค่ะ แต่นึกถึงตอนที่เป็นเธออยู่ณ.ปัจจุบัน ซึ่งเธอเป็นยังไงไม่รู้ในโลกแห่งความเป็นจริง แต่สำหรับเราเธอดูเป็นผู้หญิงยุคใหม่ น่ารัก และเท่ ดูมีความคิดค่ะ
25570617-200637-72397228.jpg
นี่แหละมั้งที่เหมือนกับแอสทริดซึ่งเธอกล้าที่จะออกไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่เลวร้ายร่วมกับฮิคคัพและเพื่อนๆ ไม่ปล่อยให้ฮิคคัพไปตายคนเดียว นี่สิพลังแห่งมิตรภาพ fellowship!

อีกนิดกับเรื่องของคาแรคเตอร์เขี้ยวกุด มันเป็นมังกรที่แอ็บแบ๊วมากค่ะ ดูๆไปก็รู้สึกว่านิสัยมันเหมือนหมามากกว่าจะเป็นมังกร ตอนหลังๆจะมีช็อตน่าสงสารของมันค่ะ ทำหน้าหงิงๆแบบหนูผิดไปแล้ว โดยรวมเขี้ยวกุดมันเป็นตัวเอกของเรื่องที่เป็นตัวละครพลิกเรื่องเลยนะ ตัวเอกหลักมีสองคนคือฮิคคัพกับเขี้ยวกุดนี่แหละ ในเรื่องจะบอกว่าที่เขี้ยวกุดเข้ากับฮิคคัพได้ดีเนื่องจากทั้งสองคนมีอายุเท่ากันพอดีเป๊ะคือ 20 ปี แต่เขี้ยวกุดมันเล่นกับฮิคคัพอย่างกะเด็กชอบเอาชนะน่ะค่ะ

แถมพฤติกรรมเขี้ยวกุด…เหมือนหมากับแมวมากๆค่ะ มีเลียเจ้าของ มีการเล่นกับเจ้าของอะไรแบบนี้ น่ารักดี แถมหน้ามันก็แบ๊วมาก ดีไซน์เหมือนกิ้งก่าดำมีหงอนแต่ตาเหมือนแมว จะบอกว่าดีไซน์ดีค่ะ มันให้ความรู้สึกแตกต่างจากมังกรทั่วไป ถ้าให้นิยามนี่ก็เหมือน….สาวน้อยน่ารักที่ใส่ชุดเกราะถือปืนละมั้ง(ริต้า????) นั่นก็คือ เขี้ยวกุดมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่แบบ หน้าแบ๊วเหมือนลูกแมวลูกหมา ดูเหมือนไม่มีอันตราย ทำสายตาแบบ อร๊ายยยยย ชั้นเป็นมังกรน่ารักนะแก แต่อย่าให้ชั้นโกรธนะ ตายนะจ๊ะ! ทำนองนี้ค่ะ 555 อ้อ…นอกจากนึกถึงหมาแมวแล้ว หน้าตาของมันยังชวนนึกถึง…โปเกมอน กับเกมการ์ดยูกิ บลูอายไวท์ดราก้อนอีกด้วย

สรุปนะคะ ภาพสวย เรื่องดี ลำดับภาพดี ดีไซน์สวยค่ะ(ส่วนมาก) คุ้มค่า ดูมังกรเพลิน สู้มันส์ๆดี ตัวละครสวย มุกฮาน่ารัก แม้จะมุกน้อยแต่ต่อยหนักนะจ้ะ ควรไปดูในโรงจริงๆ อย่าพลาดค่ะๆๆเดี๋ยวจะออกโรงแล้วนะรีบๆไปดูเน้อ [rating:4.5]