การเกษียณอายุของอาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิกับการปิดตัวของสตูดิโอจิบลิ

สวัสดีค่ะ ในช่วงก่อนหน้านี้มีข่าวช็อควงการออกมาคือ สตูดิโอจิบลิ จะยุบแผนกผลิตอนิเมชัน เนื่องจากประสบปัญหาเรื่องการเงิน และการเกษียณอายุของอาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิค่ะ มาดูรายละเอียดกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง

image

ในวันที่ 21 เดือน 7(เดือน ก.ค.) มีข่าวลือออกมาว่า ภาพยนตร์อนิเมชันที่จะฉายในซัมเมอร์(ของฝรั่ง)นี้ จะเป็นภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องสุดท้ายของจิบลิ

สตูดิโอจิบลิมีชื่อเสียงขึ้นมาจากการทำภาพยนตร์อนิเมชันที่มีชื่อเสียงและอยู่ในใจผู้ชมทั่วโลก ภาพยนตร์ที่หลายๆคนรู้จักกันดีได้แก่ Totoro,Kiki’s delivery service,Grave of fireflies,Whisper of the heart รวมถึงอนิเมชันเรื่องล่าสุดที่เพิ่งฉายไป นั่นก็คือ Wind rises ผู้สรรสร้างตัวละครและอนิเมชันในแต่ละเรื่องที่เป็นเสาหลักของสตูดิโอแห่งนี้ อาจารย์ ฮายาโอะ มิยาซากิ ได้เกษียณตัวเองไปเมื่อปีที่แล้ว (2013) โดยเลิกกำกับอนิเมชันเรื่องหลังจากนี้เป็นต้นไปด้วยตัวเอง

ทางผู้เกี่ยวข้องคือวงในนั้นได้รายงานแก่เว็บไซต์ญี่ปุ่นแห่งหนึ่งชื่อ News cafe ว่าภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องใหม่ล่าสุดของสตูดิโอจิบลิ When Marnie was there ดูเหมือนว่าจะเป็นอนิเมชันเรื่องสุดท้ายของสตูดิโอ นอกจากนี้บทความดังกล่าวยังปรากฏอยู่ในเว็บท่า Rakuten เว็บท่าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น โดยระบุว่า “เป็นข่าวลือที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน”

ผู้อยู่วงในได้กล่าวว่าข่าวลือเกี่ยวกับการปิดสตูดิโอนี้มีตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจากที่อาจารย์ฮายาโอะ ได้เกษียณตัวเองโดยฝากผลงานทิ้งท้าย นั่นก็คือ Wind rises ในฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา โปรดิวเซอร์และผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ คุณโทชิโอะ ซูซูกิ ได้ออกจากการเป็นโปรดิวเซอร์และกลายเป็นผู้จัดการทั่วไปของสตูดิโอแทน
image

ทุกวันนี้ก็ยังมีข้อกังขาจากหลายๆคน เรื่องการเกษียณอายุของอาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิ โดยเขาได้พูดต่องานแถลงข่าวของ Niconico ว่า “ผมได้เอ่ยเรื่องการเกษียณหลายๆครั้ง จนคุณอาจจะบอก โอ้! อาจารย์พูดงี้อีกแล้ว แต่ครั้งนี้คือของจริงครับ”

“มีหลายๆสิ่งหลายอย่าง(อนิเมชัน)ที่ผมไม่สามารถทำได้ แต่มีเหตุผลที่ทำไมเราถึงไม่ทำ มีไอเดียหลายๆอย่างผุดขึ้นมาในหัวผม แต่มันเป็นสิ่งที่ผมไม่อาจจะบอกต่อสาธารณะชนได้”

อาจารย์ยังกล่าวอีกว่าสายตาที่เริ่มแย่ลงของเขา ทำให้การทำอนิเมชันเป็นเรื่องที่ยาก ในแต่ละปีๆ เขาเริ่มที่จะเลิกงานเร็วขึ้นๆทุกทีๆ นักข่าวที่ทำข่าวเรื่องนี้ได้โน็ตไว้ว่า แม้อาจารย์จะเกษียณตัวเองก็จริง แต่อาจารย์ได้กล่าวว่า ถ้าเขายังขับรถได้ เขาก็จะขับรถไปที่สตูดิโอ เพื่อดูว่ามีอะไรที่เขาอยากทำ และพอทำได้หรือเปล่า

อาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิ ยังได้กล่าวอีกว่า เขาอยากพักผ่อนแล้ว และไม่อยากให้คำสัญญาใดๆ โดยเขาถูกถามว่า จะมีภาคต่อของ Nausicaa ไหม?อาจารย์ตอบว่าไม่ และกล่าวต่อว่า มีสิ่งที่เขาอยากทำ แต่เขาไม่อยากพูดต่อหน้าสื่อและสาธารณะชนว่าเขาไม่สามารถจะทำสิ่งนั้นๆได้

อาจารย์ฮายาโอะกล่าวว่า ถ้าจะพูดถึงการทำภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องหน้า มันต้องใช้เวลาถึง 6-7 ปีในการผลิตภาพยนตร์แต่ละเรื่อง

“ผมรู้สึกว่า วันเวลาของผมในช่วงที่ทำอนิเมชันได้จบลงแล้ว ถ้าผมพูดว่าผมอยากจะทำภาพยนตร์อนิเมชันอีก ผมจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นตาแก่โง่ๆคนนึง” อาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิกล่าว

ในแถลงการณ์เกษียณอายุของอาจารย์ อาจารย์ได้กล่าวว่า จริงๆแล้วเขาอยากทำงานต่อไปอีกสักประมาณ 10 ปี ซึ่งมันอาจจะสั้นกว่านั้นก็ได้ เนื่องจากเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าช่วงอายุเรานั้นจะยาวจนถึงเมื่อไร แต่เขามุ่งว่า ในสิบปีของการทำงานที่เหลือมันจะไม่ใช่งานทำอนิเมชันอีกต่อไป

“ผมจะเป็นอิสระ” อาจารย์ฮายาโอะกล่าว

“ผมอยากจะทำอะไรบางอย่าง ซึ่งบางอย่างที่ว่านั่น ไม่ใช่การทำอนิเมชัน”

อาจารย์ฮายาโอะได้กล่าวว่า เขาอยากจะมีส่วนร่วมกับการทำพิพิธภัณฑ์จิบลิ ในเวลาที่เขาสะดวก
“ไม่แน่นะ ผมอาจจะแสดงผลงานในพิพิธภัณฑ์ก็ได้”อาจารย์กล่าวอย่างติดตลก

กลับมาที่ข่าวการปิดแผนกอนิเมชันต่อนะคะ

ผู้เกี่ยวข้องวงในได้กล่าวอีกว่า

“จากตอนนี้ดูเหมือนว่าสตูดิโอจะไม่ผลิตอนิเมชันเรื่องใหม่ แต่จะจัดการเรื่องของลิขสิขธิ์ที่มีอยู่”

ดังนั้น ในเนื้อข่าวที่ลือกันก็คือสตูดิโอจิบลิจะไม่สร้างอนิเมชันเรื่องใหม่แล้ว แต่จะมีรายได้จากอนิเมชันเรื่องเก่าๆที่ได้สร้างไว้ก่อนหน้านี้หลายเรื่องด้วยกัน

การสร้างภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องหนึ่งนั้น ใช้ต้นทุนมหาศาลในการสร้าง ดังนั้นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นมา ตกอยู่ในความกดดันที่ว่าจะต้องประสบความสำเร็จเท่านั้น ถึงจะสามารถทดแทนค่าใช้จ่ายที่เสียไปในการผลิตภาพยนตร์แต่ละเรื่องได้ โดยที่บริษัทยังได้รับผลกำไรและอยู่ในสถานะทางการเงินที่โอเคอยู่ วงในได้กล่าวอีกว่า รายได้ของภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องหนึ่งๆนั้น ต้องทำเงินได้สูงประมาณอย่างน้อย 10,000 ล้านเยน(100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 330 ล้านบาทไทย) เพื่อที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดและยังคงสถานะที่ดีของบริษัท วงในได้แจ้งว่า ค่าใช้จ่ายต่อปีของสตูดิโอนั้นราวๆ 2,000 ล้านเยน (19.7 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 600 ล้านบาทไทย-รายจ่ายที่ว่านี้ไม่ได้รับการยืนยันว่าถูกต้องแน่นอน)

เมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้วหนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุน สื่อใหญ่แห่งหนึ่งของญี่ปุ่น รายงานว่า สตูดิโอผลิตอนิเมชันอื่นๆของญี่ปุ่นนั้น ได้มีการจ้างงานในต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ เพื่อที่จะลดต้นทุนในการผลิต แต่สตูดิโอจิบลินั้น กลับจ้างพนักงานเต็มเวลาในญี่ปุ่น จึงทำให้ต้นทุนการผลิตภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องหนึ่งสูง อาซาฮีรายงานว่า ถึงแม้ภาพยนตร์เรื่องล่าสุด คือ Wind rises ได้รายได้ค่อนข้างสูง คือ 9,230 ล้านเยน(91 ล้านเหรียญสหรัฐ,หรือประมาณ 270 ล้านบาทไทย) ซึ่งตีว่าได้ผลกำไร
image

แต่ภาพยนตร์เรื่อง The tales of princess Kaguya(ภาพยนตร์อนิเมชัน กำกับโดย อิซาโอะ ทาคาฮาตะ ผลิตโดยสตูดิโอจิบลิ) ใช้ต้นทุนมากกว่าเรื่อง Wind rises อีก แต่กลับทำรายได้น้อยกว่า คือราวๆ 5,100 ล้านเยน(50 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 150 ล้านบาท) ซึ่งไม่มีทางเลือกนอกจากการปิดแผนก เพราะไม่สามารถที่จะข้ามขีดจำกัดที่สูงมากในการที่จะประกาศอนิเมชันใหม่แต่ละเรื่อง ในแต่ละปี

ความหวังนั้นก็คือ โกโร มิยาซากิ ลูกชายของอาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิ ได้กำกับอนิเมชันฉายทางทีวี ชื่อ Ronia the robber’s daughter การผลิตอนิเมชันเรื่องนี้ เป็นการร่วมมือกันกับโพลีกอน พิคเจอร์ที่จะออก debut ภายในฤดูใบไม้ร่วงนี้ ส่วนความสิ้นหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้นในปี 2010 มันมาจากการที่อาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิ ได้พูดถึงการหยุดทำสตูดิโอ

“คุณซูซูกิได้พูดถึงการหยุดสตูดิโอ,ผมไม่ได้พูดเล่นๆ เราได้คุยกันในวันอื่นมาแล้ว อย่างเช่น จิบลิสามารถที่จะดำเนินการต่อไปโดยใช้เจ้าหน้าที่แค่ 5 คนโดยเป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์ทางลิขสิทธิ์ ถึงแม้ว่าเราจะหยุดสตูดิโอ จิบลิจะสามารถพูดได้ว่า เราหยุดสร้างอนิเมชันแล้ว ลาก่อน ผมไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นครับ”

ภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องล่าสุดของสตูดิโอ When Marnie was there กำกับโดยคุณฮิโรมาสะ โยเนบายาชิ และเพิ่งเข้าฉายในญี่ปุ่นเมื่อเร็วๆนี้ ผู้คนต่างหวังมากว่านี่จะไม่ได้เป็นภาพยนตร์อนิเมชันเรื่องสุดท้ายของจิบลิ

นอกจากนี้ยังมีข่าวในบลอคของต่างประเทศอย่าง Kotaku ออกมาเมื่อตอนวันศุกร์ที่ผ่านมานี้(1 ส.ค. 2557) โดยในเนื้อข่าวมีภาพที่มาจากสารคดีเรื่อง”อาณาจักรของความฝันและความบ้า” ซึ่งได้จับเอาภาพของอาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิ มาเขียนบทความชื่อว่า

“พวกคุณเป็นห่วงสตูดิโอจิบลิมากไปหรือเปล่า ขนาดอาจารย์ฮายาโอะยังดูเหมือนจะไม่ห่วงเลยด้วยซ้ำ”

ในบลอคข่าวนั้นมีการจับภาพหลายๆช็อตของสารคดีเรื่องนี้ แล้วนำมาโพสต์ หลังจากมีข่าวหลุดว่าสตูดิโอจะปิดแผนกอนิเมชัน สารคดีที่ว่านี้ ฉายในญี่ปุ่นในปีที่ผ่านมา ในแต่ละภาพมีคำพูดอาจารย์ฮายาโอะ กล่าวคำต่อไปนี้

“คุณห่วงอนาคตของสตูดิโอหรือเปล่า?”
“อนาคตนั้นมันแน่นอน ก็คือมันต้องจบลง”
“ผมเห็นมันอย่างชัดเจน”
“จะมีประโยชน์อะไรที่จะต้องเป็นห่วงกัน มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
“ชื่อจิบลิ มันเป็นแค่ชื่อสุ่มๆที่ผมได้มาจากเครื่องบินเท่านั้น”
“มันก็เป็นแค่ชื่อ…..”

image

และเมื่อวาน(วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2557) ทาง Kotaku ได้เขียนบทความเกี่ยวกับสตูดิโอจิบลิ จั่วหัวว่า “สตูดิโอจิบลิยังไม่ตาย” เนื้อหาของบลอคมีดังนี้

อาจารย์ฮายาโอะ มิยาซากิ ได้พูดไว้เร็วๆนี้ว่า การปิดสตูดิโอของเขา เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยในวันจันทร์ที่ผ่านมา ก็มีคำพูดจากโปรดิวเซอร์ของสตูดิโอจิบลิ คือคุณโทชิโอะ ซูซูกิ ที่ทำให้หลายๆคนตกใจกันมาก ซึ่งทาง Kotaku บอกว่า อย่าแตกตื่นกันไปก่อน เพราะมันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดๆกัน

คืนวันอาทิตย์ที่ 3 ส.ค. คุณซูซูกิได้ออกรายการทางช่อง MBS ในรายการ Jounetsu Tairiku (情熱大陸) ในตอนหนึ่งของรายการ คุณซูซูกิได้กล่าวถึงประเด็นอนาคตของสตูดิโอจิบลิ และได้แสดงความคิดเห็นที่ทำให้คนแตกตื่นกันทั้งบลอคชาวญี่ปุ่นและในต่างประเทศ ต่างก็รายงานว่าสตูดิโอจิบลิจะปิดส่วนของแผนกโปรดัคชัน

ต้นเรื่องของข่าวนี้มาจากบลอคทัมเบลอร์ของแฟนสตูดิโอจิบลิคนหนึ่งซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าสตูดิโอจะปิดตัวลง โดยในบลอคนั้นมีการลงรูปหลายรูป มีภาพคุณซูซูกิ กับความคิดเห็นของเขา ที่ยังไม่ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ โดยคุณซูซูกิได้กล่าวว่า…
image

“เรากำลังคิดเรื่องการยุบแผนกโปรดัคชัน และมองสตูดิโอจิบลิในภาพที่ใหญ่กว่านั้น”

ใน Excite news คุณซูซูกิเรียกสิ่งนั้นว่า “การทำความสะอาดในฤดูใบไม้ผลิ” หรือ “การทำความสะอาดครั้งใหญ่” โดยการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อที่จะรองรับยุคสมัยถัดไป โดยคุณซูซูกิกล่าวว่า เรื่องนี้ได้มีการพิจารณามาแล้วในระยะประมาณหนึ่ง

“เรื่องที่ชัดเจนคือ มิยาซากิเกษียณตัวเองแล้วแน่นอน”
“หลังจากนั้นสตูดิโอจิบลิจะทำอะไรล่ะ”
“ถ้าเป็นอย่างนั้น,การสร้างไปเรื่อยๆไม่มีจุดสิ้นสุด แบบนี้…มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่…”
“ตอนนี้เราขอหยุดพัก เพื่อที่จะดูว่าจะเอายังไงกันต่อดี”

โดยคำพูดของคุณซูซูกิ ไม่ได้เจาะจงหรือระบุลงไปอย่างชัดเจนแน่นอน การใช้คำของเขา ไม่ได้ใช้คำพูดที่บ่งบอกว่าสตูดิโอจะปิดตัวชัดเจนนัก ซึ่งทาง Kotaku แสดงความคิดเห็นกับเรื่องนี้ว่าสตูดิโออาจกำลังพิจารณาในการปรับโครงสร้างองค์กรและจัดกลุ่มแผนกใหม่ มันอาจจะหมายความว่าสตูดิโออาจจะเลิกผลิตภาพยนตร์อนิเมชัน หรืออาจจะหมายความว่าทำต่อ หรืออาจจะหมายถึงอย่างอื่นก็ได้

และที่สำคัญคือ ยังไม่มีข่าวใหญ่ๆในหนังสือพิมพ์ของญี่ปุ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมไปถึงรายการทีวีต่างๆก็ยังไม่ได้เล่นประเด็นนี้เลย ถ้าหากสตูดิโอจิบลิที่เป็นเสมือนหีบสมบัติของประเทศญี่ปุ่นได้ปิดตัว จะต้องมีข่าวใหญ่กระจายไปทั่วญี่ปุ่น ซึ่งมันอาจจะมีผลกระทบต่อวงการบันเทิงและโลกธุรกิจของญี่ปุ่น ซึ่ง Kotaku ที่ทำการรายงานข่าวเรื่องสตูดิโอจิบลิปิดเมื่อเดือนที่แล้ว กล่าวว่า เรื่องนี้อาจจะทำให้คนสับสนประมาณนึง ในบลอคได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า…

อนาคตของสตูดิโอจิบลิจะเป็นอย่างไร ใครจะรู้?แม้แต่สตูดิโอเองก็อาจจะยังไม่รู้เลยด้วย แต่การหยุดพักครั้งนี้ก็หมายถึงการค้นหาคำตอบในการแก้ไขปัญหา ซึ่งมันต้องใช้เวลา อย่างน้อย การตัดสินใจที่เกิดขึ้นก็ยังไม่สิ้นสุด เวลาอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้คำตอบของเรื่องนี้เปลี่ยนไปก็ได้ค่ะ

บทความอ้างอิง
http://kotaku.com/are-you-worried-about-studio-ghibli-miyazaki-apparentl-1614451273
http://kotaku.com/studio-ghibli-might-quit-making-feature-films-says-rep-1608198259
http://kotaku.com/hayao-miyazaki-explains-why-hes-retiring-1261922844
http://kotaku.com/studio-ghibli-is-not-dead-yet-1615520289