ไอเดียจัดการความเครียดและประสิทธิภาพในการทำงาน

 เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือ e-book ฟรีแลนซ์ดาวรุ่งพุ่งสู่ฝัน ยังไม่ได้ออกตลาดซักทีเนื่องจากอยากเพิ่มเนื้อหาและยังไม่มีเวลา เลยเอาส่วนหนึ่งมาให้อ่านฟรีๆกันก่อน

10984617_10153455490663914_4295516240806553367_n

ถ้าเป็นไปได้ อ่านอันนี้ก่อนนะคะ  จะได้เข้าใจบทนี้

ไอเดียจัดการความเครียดและประสิทธิภาพในการทำงาน

ในส่วนนี้คุณสามารถใช้ได้ตลอดอาชีพฟรีแลนซ์ของคุณ ในการที่จะพัฒนาตัวเองให้เป็นฟรีแลนซ์ดาวรุ่ง คุณควรสังเกตุสองส่วนนั่นก็คือประสิทธิภาพในการทำงานของคุณ และระดับความเครียดของคุณ สองสิ่งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและง่ายที่จะสังเกตุ ซึ่งจริงๆแล้วคุณรู้ว่าตัวเองเครียดตอนไหนบ้างอยู่แล้ว

นั่นก็คือฟรีแลนซ์แต่ละคนจะมีช่วงเวลาที่เครียดแตกต่างกัน เช่น นักวาดวาดไม่ออกบ้าง วาดไม่ได้อย่างใจบ้าง สิ่งที่สำคัญคือถ้าเป็นอย่างนั้นให้คุณใช้เวลาตามสิ่งที่เราบอกด้านล่างนั่นก็คือการเสพย์ input หรือแรงบันดาลใจเข้าไปค่ะ

ในการที่จะตรวจสอบประสิทธิภาพในการทำงานของคุณ ดูง่ายๆว่าคุณทำงานที่ทำอยู่ดีแค่ไหน คุณกำลังอยู่ในช่วงผลิตผลงานได้มากหรือเปล่า คือคุณรู้สึกเลยไหมว่าคุณทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุดราวกับมีองค์ลง และคุณมีประสิทธิภาพในการสร้างงานที่มีคุณภาพสูง ก็แสดงว่าประสิทธิภาพในการทำงานของคุณนั้นสูง(นอกจากนี้เป็นไปได้ว่าคุณสามารถทำงานประสิทธิภาพสูงได้ทั้งในขณะที่ความเครียดคุณสูงด้วย)

อย่าคิดมากเวลาที่คุณสังเกตุความเครียดคุณเองและประสิทธิภาพคุณเอง แค่ใช้ใจคิด และคุณจะพบว่าคุณตกอยู่ในสถานการณ์ 4 แบบนี้ ได้แก่

แบบที่ 1 ประสิทธิภาพต่ำ,ความเครียดต่ำ

ถ้าประสิทธิภาพในการทำงานของคุณต่ำแต่คุณไม่เครียดกับมัน เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณไม่ยุ่งเกินไปนัก คุณควรใช้เวลานี้กำจัดงานค้างๆเล็กๆน้อยๆเสีย หรือไม่ก็เล่นอินเตอร์เนทหาความรู้ ดูหนังสือ เสพย์แรงบันดาลใจเพิ่มเติม ลงเรียนคอร์สต่างๆเพิ่ม ซื้อดีวีดีสอนมาดู ฯลฯ การที่มีความเครียดต่ำหมายถึงคุณนั้นมีความอุ่นใจในตัวเลขของบัญชีธนาคารแล้ว เพราะคุณไม่สามารถอยู่ชิลล์ๆได้หรอกค่ะถ้าคุณยังไส้แห้งอยู่

ดังนั้นถ้าคุณอยู่จุดนี้ คำแนะนำคือคุณควรลงทุน ไม่ใช่ลงทุนในหุ้นนะคะ แต่ลงทุนในตัวเองอย่างที่กล่าวในบทที่แล้ว แนวคิดที่ 1 ลงทุนในความสำเร็จ นั่นก็คือลงเรียน,ซื้อหนังสือ,ไปสัมมนาหรืออื่นๆ

แบบที่ 2 ประสิทธิภาพต่ำ,ความเครียดสูง

อาจจะหมายถึงไม่มีงานเพียงพอในการที่จะทำให้คุณโฟกัสกับงานตรงหน้าได้ หรือคุณอาจจะไม่มีแรงกระตุ้นในการทำมากพอ จิตใจคุณล่องลอยไปเรื่อย และห่วงกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง คุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ และมันทำให้คุณเครียด คุณต้องใช้แนวคิดที่ 2 ของบทที่แล้วในการทำงาน นั่นก็คือ พัฒนาความเชื่อที่ไม่สั่นคลอน

คุณต้องอ่านเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจและคำพูดดีๆที่ให้พลัง และคุณต้องศึกษาเกี่ยวกับการดึงประสิทธิภาพในตัวออกมาให้สูงสุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้พบได้ในหนังสือหมวดจิตวิทยา พัฒนาตนเอง,โปรแกรมการ Coaching,อื่นๆ ที่คุณซื้อมาเพราะคุณได้ทำตามแนวคิดที่ 1 ลงทุนในความสำเร็จ

แบบที่ 3 ประสิทธิภาพสูง,ความเครียดสูง

แบบนี้แปลว่าหลายๆอย่างกำลังไปได้สวยทีเดียว เพราะคุณกำลังเจอกับปริมาณงานมหาศาลเกินกว่าจะทานไหวเลยทำให้คุณเครียด ในความเป็นจริง คุณกำลังสงสัยในประสิทธิภาพตัวคุณเองว่าจะสามารถรับไหวไหม ทุกอย่างที่คุณกำลังหวังไว้กำลังเข้าที่เข้าทาง คุณได้ลูกค้าที่ดีและงานที่มีความหมายและท้าทายจำนวนมาก ถึงเวลาออกโรงแล้วค่ะ หมายถึงเวลาในการแสดงฝีมือคุณน่ะ

แต่ปัญหาคือคุณมีปัญญาจะทำงานพวกนั้นหรือเปล่า คุณมีความรู้และความสามารถเพียงพอที่จะนำพาให้ลูกค้าเชื่อถือคุณได้หรือไม่ มันเป็นเรื่องยากที่คนๆเดียวจะแบกรับความผิดชอบในการส่งงานลูกค้าในแต่ละโปรเจคใช่หรือไม่ และคุณจะสลัดความเครียดและความสงสัยเหล่านี้ออกไปได้อย่างไร แค่ตามคำแนะนำนี้เลย

แนวคิดที่ 3 จะบอกว่าให้คุณเตรียมตัวว่าคุณจะได้รับบททดสอบ ความจริงคือในการเป็นฟรีแลนซ์ คุณจะเริ่มเครียดมากเวลาที่คุณสงสัยตัวเองว่าจะมีปัญญาทำงานนั้นได้ไหม ถ้าคุณสงสัยตัวเองตลอดคุณก็จะล้มเหลวจริงๆ มันง่ายๆแค่นั้นแหละ

ดังนั้นคุณจึงต้องเตือนตัวเองเสมอว่าถ้าความเครียดเกิดขึ้นมันแปลว่าคุณกำลังถูกทดสอบอยู่ คุณจะได้ไม่ตกใจทะเล่อทะล่าจนทำงานเสียหายไปจริงๆ แทนที่จะเป็นเช่นนั้น คุณจะคิดว่า “อ๋อ ความเครียดมาแล้วนะ เป็นเรื่องปกติสินะ” และทันใดนั้นคุณจะหลุดจากสถานการณ์เครียดๆนั่นได้ และความรู้ที่คุณได้สะสมมาจากการลงเรียนคอร์สต่างๆ ,อ่านหนังสือ และอื่นๆจะช่วยคุณได้

แบบที่ 4 ประสิทธิภาพสูง,ความเครียดต่ำ

คุณสงสัยหรือเปล่าว่าคำแนะนำในข้อที่ผ่านๆมา มักจะเป็นการทำให้คุณหลุดออกจากสถานการณ์นั้นๆไม่ว่าจะเป็นความเครียดสูง หรือ ประสิทธิภาพงานต่ำ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่แย่ แต่เมื่อคุณตกอยู่ทีแบบที่ 4 คุณไม่ต้องไปไหนเลยค่ะ เพราะนี่คือสถานการณ์ที่เยี่ยมยอดแล้ว คุณต้องซึมซับความสำเร็จเมื่อมาถึงจากแนวคิดที่ 4 ในบทที่แล้ว และกลับไปอ่านแนวคิดที่ 4 อีกทีเพื่อความเข้าใจว่าทำไมมันถึงสำคัญ

ถ้าคุณตกอยู่ในแนวคิดที่ 4 นี้ในเวลานานพอ คุณจะพัฒนาความอยากที่จะทำให้คุณไปอยู่ในจุดนั้นอีกครั้ง จำไว้ว่าการมาอยู่ในจุดนี้คือจุดมุ่งหมาย แต่คุณจะต้องเคลื่อนที่ไปยังสถานภาพอื่นๆที่กล่าวมาตลอดการทำอาชีพฟรีแลนซ์ของคุณ และเมื่อคุณพบว่าคุณตกอยู่นอกสถานภาพประสิทธิภาพสูงความเครียดต่ำอีกครั้ง เพราะว่าความสามารถหรือประสิทธิภาพในการทำงานตกลง หรือความเครียดคุณสูงขึ้น ให้ใช้เวลาสักครู่ในการตรวจสอบระดับความเครียดและประสิทธิภาพในการทำงานของคุณและทำตามแนวคิดที่ปรากฏขึ้นมาตามสถานการณ์ต่างๆ

ทำตามแนวทางนี้เองไม่ยากใช่ไหมคะ แค่สังเกตุตัวเองว่าเป็นช่วงไหนกันแน่? ดูว่าความเครียดและประสิทธิภาพตัวเองเป็นอย่างไร คุณก็จะสามารถจัดการกับความเครียดและกองงานได้อย่างราบคาบเป็นหน้ากลองไปเลยค่ะ