โฟกัสที่ธุรกิจฟรีแลนซ์ของคุณ

เรารู้ว่า ความอดทนต่อความยากลำบากต่างๆ ความสามารถ เป็นสิ่งที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ แต่มันไม่ใช่อย่างเดียว ลองจินตนาการเรื่องต่อไปนี้11168870_10153453472968914_5437591905006000852_n

คุณกำลังอยู่บนชายหาดอย่างสบายใจ คุณนอนเอกเขนกไขว่ห้างอยู่บนเตียงผ้าใบแล้วอ่านหนังสือพิมพ์ ทันใดนั้น เกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ หนังสือพิมพ์คุณเป็นรูไหม้เล็กๆ และกระดาษหนังสือพิมพ์นั่นก็ไหม้ทั้งแผ่น คุณตกใจกระเด้งขึ้นมาจากเตียง ปรากฏว่า มีไอ้หนูจอมซนคนหนึ่งยืนถือแว่นขยายส่องมาที่หนังสือพิมพ์คุณอยู่ นั่นแหละพลังแห่งการ”โฟกัส” ถามหน่อยว่าตัวคุณในตอนนี้มีการโฟกัสอะไรบ้าง?

ถ้าคุณตอบไม่ได้ ไม่เป็นไร คุณก็เหมือนคนส่วนใหญ่ที่ไม่รู้เรื่องนี้ คุณสามารถหาลูกค้าและทำงานตลาดทั่วๆไป งานอะไรก็ได้ไปเรื่อยๆ แต่สุดท้ายคุณจะต้องสะดุดล้มเข้าสักวันหนึ่งเนื่องจากพื้นฐานไม่แน่นพอและขาดการโฟกัสอย่างที่บอก

ความสำคัญของการโฟกัส

ในช่วงแรกที่เราเป็นฟรีแลนซ์ เรารับทำงานวาดทุกงานที่เข้ามาไม่เลือก เดี๋ยวเราจะบอกผลให้ฟังว่าเป็นยังไง การที่เรารับงานวาดแบบนั้นมันทำให้เราอยู่ได้ก็จริง แต่ปีสองปีถัดมาเรารู้สึกว่าเราไม่ได้เติบโตขึ้นจากเดิมเลยทั้งในด้านของรายได้และการพัฒนาตนเอง เนื่องจาก เราขาดการโฟกัสนั่นเอง ลูกค้าของเราคือใครก็ได้ที่มาจ้าง เมื่อคุณขาดการโฟกัส สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับคุณ

  • คุณต้องใ้ช้เวลาในการอธิบายให่้ลูกค้าฟังอยู่ตลอดเวลาว่างานคุณคืออะไร อย่างเช่น กรณีของเราก็  “คุณวาดแนวไหน”
  • โดนชิ่งง่ายมาก นั่นก็คือพวกงานฟรีล้วนนั่นเอง
  • การตลาดนั้นยากถ้าเราไม่โฟกัส การระบุตัวตนของลูกค้าในอุดมคติของเราและโปรโมทธุรกิจเราต่อเขาให้ตรงเป้าหมายและมีประสิทธิภาพกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
  • หากไม่มีการตลาดอย่างต่อเนื่องแล้ว ประสบการณ์ยอดเขาและหุบเหวจะเกิดขึ้นอยู่เสมอ(ก็คือเงินขึ้นๆลงๆ)เงินไม่แน่นอนและมันยากที่จะทำให้เงินนั้นถึงในขั้นที่คุณอยากได้หรือตั้งเป้าหมายเอาไว้
  • คุณจะรู้สึกไม่ดี รู้สึกหดหู่และสับสนดีไม่ดีอาจจะสิ้นหวังได้เรื่องนี้ไม่ดีเลย เพราะมันสร้างสถานการณ์ที่คุณต้องทำงานอะไรก็ตามที่เข้ามาหาคุณ
  • คุณภาพของลูกค้าที่คุณได้พอจะพอๆกันทั้งหมด บางคนชอบถูกๆ,บางคนใช้เวลาเป็นชาติกว่าจะจ่ายเงิน และบางคนก็ทำให้คุณเสียเวลามาก ถ้าคุณคิดรายชั่วโมงพวกนี้จะเขี้ยวกับคุณมากเลย
  • ทุกคนคือผู้มุ่งหวังของคุณ ซึ่งฟังดูไม่โอเคเลยค่ะ ทุกคนคือผู้มุ่งหวัง หมายถึงตัวคุณเองก็ยังไม่จำเพาะลงไปว่าใครคือลูกค้าในอุดมคติของคุณ คุณเสียเวลาไปมากในการคุยกับลูกค้าที่ไม่เหมาะกับคุณ และมันยากที่จะรู้ว่าจะยกระดับคุณภาพของลิสต์ลูกค้าได้ยังไง

สถานการณ์เหล่านี้ไม่พึงประสงค์ทั้งสิ้น เราได้พบมันมาหมดแล้วในช่วงแรกที่เราทำฟรีแลนซ์ ยังไงก็ตามเราเริ่มที่จะโฟกัสที่ธุรกิจฟรีแลนซ์ของเรา และเมื่อเราทำ สิ่งต่างๆก็ดีขึ้นเป็นกอง

โดยที่การโฟกัสนั้นทำให้เราซึ่งติดเรื่องของการเงินในการใช้จ่ายบิลกลายเป็นฟรีแลนซ์ที่มีหลายได้หลักแสน โฟกัสจะทำให้คุณดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกกูรูในด้าน self help หรือการพัฒนาตัวเองต่างๆจึงบอกให้คุณโฟกัส เพราะทันทีที่คุณโฟกัสแล้วคุณจะหาทางทำสิ่งต่างๆในชีวิตคุณได้เอง หรือหาทางแก้ไขปัญหาต่างๆได้ ดังนั้นโฟกัสจึงสำคัญสิ่งที่คุณต้องเรียนรู้ก็คือ 3 ข้อนี้

1.ค้นพบในสิ่งที่คุณอยากนำเสนอ

2.ค้นหาตลาดที่คุณจะอยู่

3.วางตำแหน่งตัวเองในตลาดนั้น

ถ้าคุณไม่เคยทำสามข้อนี้เลยคุณจะรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไปจากธุรกิจฟรีแลนซ์ของคุณ บางอย่างที่คุณทำอะไรไม่ได้ ได้แต่รอให้มันคลิกเองแต่มันก็ไม่คลิกหรือไม่ลงตัวเป็นเพราะว่าคุณบกพร่องหนึ่งในสามข้อที่ว่ามานั้นแต่ให้เวลามันตามที่มันสมควรได้รับและธุรกิจฟรีแลนซ์ของคุณจะไปได้สวย ในบทนี้จะแสดงให้เห็นว่าคุณจะต้องทำอย่างไร

ก่อนที่คุณจะไปส่วนถัดไป จะบอกว่าบทนี้มีประโยชน์ไม่ว่าคุณจะเป็นฟรีแลนซ์อยู่แล้วหรือว่ากำลังจะเป็นฟรีแลนซ์ อย่างไรก็ตามเราสรุปว่าคุณตัดสินใจแล้วว่างานฟรีแลนซ์ชนิดไหนที่คุณจะทำ ดังนั้นถ้าคุณยังไม่ได้ตัดสินใจว่าคุณจะเป็นนักวาด,ช่างภาพ,กราฟิค ดีไซเนอร์ เทคนิคเหล่านี้อาจจะยากที่จะประยุกต์เพราะพื้นฐานคุณยังไม่แน่นพอ เนื่องจากคุณยังหลงทาง คุณยังไม่รู้เลยว่าจะไปทางไหนดี แล้วคุณจะหาลูกค้ายังไง จะทำงานฟรีแลนซ์ยังไง นั่นเป็นเรื่องยากกว่าอีก

ค้นพบในสิ่งที่คุณอยากนำเสนอ

อะไรที่คุณอยากนำเสนอ อะไรที่พิเศษเกี่ยวกับคุณ คุณทำอะไรได้บ้าง คำถามเหล่านี้ไม่ได้จะจ้องจับผิดคุณแต่ว่าเป็นคำถามที่อยู่ในใจของลูกค้าหรือผู้มุ่งหวังว่าเขาจะใช้บริการของคุณดีหรือเปล่า

ถ้าคำถามเหล่านี้ทำให้คุณรู้สึกกระอักกระอ่วน หมายความว่าคุณยังไม่ได้นั่งลงแล้วคิดดีๆเลยว่าอะไรคือสิ่งที่คุณอยากนำเสนอ คำตอบจริงๆแล้วก็อยู่ในตัวคุณนั่นแหละ

มันจริง การตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้สร้างภาพให้คุณดูดีขึ้นมา แต่มันหมายถึงการตัดสินใจที่จะเลือกที่จะมองไกลๆในประสบการณ์,ทักษะและค้นพบคุณค่าที่เราสามารถให้แก่ตลาดได้ และมันเป็นคำตอบที่คุณจำเป็นจะต้องตอบให้ได้ก่อน หรือถ้าคุณยังไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยคุณลองตอบคำถามเหล่านี้ดูว่าคุณสามารถตอบได้ไหมมาดูขั้นตอนก่อน

ใส่รายละเอียดการศึกษาและประสบการณ์ทำงาน

หนทางที่เร็วที่สุดในการสร้างธุรกิจฟรีแลนซ์คือสร้างจาก contact ที่คุณมีอยู่แล้วและสร้างธุรกิจฟรีแลนซ์จากตรงนั้น

สำหรับบางคนนี่อาจจะเป็นเรื่องง่าย บ็อบ บลีย์ ฟรีแลนซ์ก็อปปี้ไรต์เตอร์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ระหว่างที่เรียนและเริ่มทำงานเป็นวิศวอุตสาหการ เมื่อเขาเปลี่ยนมาเป็นฟรีแลนซ์ เขาจึงโฟกัสในการช่วยเหลือวิศวกรและโรงงานต่างๆเขียนพวกสารทางการตลาดต่างๆ สำหรับบ็อบได้เปลี่ยนจากวิศวกรเป็นฟรีแลนซ์สำหรับบริษัทวิศวกรรม ซึ่งเป็นความสามารถที่อยู่ในตัวเขาอยู่แล้ว

ยังไงก็ตาม ถ้าความสามารถของคุณไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น อย่าเพิ่งกลัว ให้ดูที่ประวัติการทำงาน ดูอย่างละเอียดให้เหมือนทำ resume ว่าเรามีประวัติการทำงานที่สอดคล้องกับงานฟรีแลนซ์ด้านไหนหรือไม่ อย่างเช่น ในกรณีของเรา เราเป็นนักวาดภาพประกอบมา 7 ปีก่อนที่จะมาเป็นครูสอน เรารู้ดีว่านักวาดภาพประกอบต้องเจออุปสรรคอะไรบ้าง และนอกจากนี้เรายังเคยวาดรูปได้ไม่ดีมาก่อนจึงเข้าใจจิตใจของเด็กที่ไม่มีพื้นฐานทางด้านนี้แต่อยากเก่งดี

ถ้าคุณเป็นกราฟิค ดีไซน์เนอร์แล้วคุณเคยเป็นนักวาดมาก่อน คุณอาจจะสามารถทำงานที่โฟกัสงานที่ได้วาดด้วยและ

ได้ออกแบบกราฟิคด้วย หรือถ้าเป็นแฟชันดีไซน์เนอร์คุณก็สามารถวาดได้สวยกว่าคนอื่นๆที่ไม่ใช่นักวาด คุณไม่จำเป็นต้องโฟกัสที่งานทุกงานค่ะ โฟกัสเฉพาะงานที่คุณถนัดและทำได้ดีเท่านั้นพอ เช่น กราฟิคดีไซน์เนอร์ที่เน้นงานสำนักพิมพ์และทำเลย์เอท์พร้อมภาพประกอบได้ด้วย คุณก็จะสามารถใช้ทักษะที่ผ่านมาของคุณรวมเข้ากับสิ่งที่คุณต้องการจะทำเป็นฟรีแลนซ์ได้ หรือแม้ว่าตอนนี้คุณยังไม่รู้ คุณก็อยู่ในช่วงของการค้นหา ในการที่จะลงรายละเอียดประวัติการทำงาน และการศึกษาของคุณเป็นวิธีที่ทำให้ความสามารถของคุณปรากฏออกมา

ค้นหางานอดิเรก,ความสนใจและความหลงใหล

เวลาที่คุณค้นหาสิ่งที่คุณอยากทำ คุณอาจจะลองพืจารณาสิ่งที่คุณชอบทำดู การที่ทำธุรกิจฟรีแลนซ์โดยมีพื้นฐานมาจากสิ่งที่คุณชอบทำจะทำให้คุณสนุก ยกตัวอย่าง ถ้าคุณเป็นนักวาดที่ไม่เคยมีพาสสปอร์ตไม่เคยออกนอกประเทศเลย niche ที่คุณโฟกัส คงไม่ใช่การท่องเที่ยวเป็นแน่

เพราะฉะนั้นอะไรที่คุณรัก? อะไรคืองานอดิเรกของคุณ? อะไรคือ  passion ของคุณ? ลิสต์สิ่งเหล่านี้ออกมาและตรวจสอบมันเหมือนตอนที่คุณตรวจสอบประวัติการศึกษาและประวัติการทำงาน หาสิ่งที่เชื่อมโยงกัน นั่นคือเหตุผลที่ทำไมเราโฟกัสในวงการวาดภาพประกอบ เพราะเรามีความชอบในวงการภาพประกอบอยู่แล้ว ดังนั้นการทำอะไรที่มีความชอบมันก็จะง่าย และรู้สึกเหมือนไม่ได้ทำงานอยู่ อย่างตอนแรกถึงแม้เราไม่มีประสบการณ์ในวงการเกมเลย แต่ก็สม้ครงานเป็น concept designer บริษัทเกมซึ่งได้วาดรูปเหมือนกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือความเหลงใหลของเรา คุณควรหาตัวเองให้พบว่าคุณชอบอะไร ถึงแม้ว่าตอนแรกคุณจะทำไม่เป็นเลย ให้หัดและฝึกฝีมือจนกว่าจะทำเป็น แล้วหางานฟรีแลนซ์ในสายงานที่คุณชอบ คุณจะรู้สึกมีความสุข แต่ระวังนิดกับการเอางานที่ชอบมาเป็นอาชีพ คุณจะมีความกดดันในการต้องพัฒนาฝีมือส่วนหนึ่งค่ะ

หาจุดร่วมระหว่างลูกค้าและโปรเจคที่คุณทำ

ถ้าคุณทำงานฟรีแลนซ์มาสักระยะหนึ่งคุณจะมีโปรเจคอยู่ในมือประมาณหนึ่งแล้ว ใช้เวลาในการสร้างชาร์ทของทุกโปรเจคที่คุณทำเสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว(หรือในช่วงสองสามปีถ้าคุณทำงานฟรีแลนซ์มาเป็นระยะเวลานาน) ลิสต์โปรเจคในชาร์ทด้วยสิ่งเหล่านี้

  • ลูกค้า
  • อุตสาหกรรม
  • โปรเจค
  • คำอธิบายโปรเจค

ต่อไปก็เติมชาร์ทนั้นให้เต็ม  (มีรายละเอียดโปรเจค,เป้าหมาย,และผลลัพธ์ด้วยค่ะ) เมื่อชาร์ทเสร็จแล้ว ลองดูตรงความเหมือนกัน ดูตรงคอลัมน์ลูกค้าก่อน มีลักษณะรูปแบบที่ชัดเจนไหม?ลูกค้าของคุณเป็นเอเจนซี่โฆษณาขนาดเล็กที่โฟหัสที่สื่อออนไลน์,ลูกค้าของคุณเป็นร้านขายเครื่องเขียน,ลูกค้าของคุณเป็นนักเรียนนานาชาติผู้หญิงที่ชอบวาดรูป เป็นต้น หาออกมาให้เจอว่าจุดร่วมของลูกค้าคืออะไร เป็นใคร อยู่ที่ไหนเป็นส่วนใหญ่ เช่นนักเรียนของเราส่วนมากอยู่กรุงเทพ น้อยที่จะอยู่ต่างจังหวัด เพราะเด็กต่างจังหวัดวาดการ์ตูนน้อยกว่าและเดินทางมาเรียนไม่ได้ เราจึงมีคอร์สออนไลน์ที่ราคาถูกลงให้เด็กต่างจังหวัดด้วย แต่คอร์สตัวต่อตัวส่วนมากเป็นกรุงเทพค่ะ แล้วเงินเดือนของเขาเท่าไร ยังเรียนอยู่หรือเปล่า พวกนี้เราก็ต้องรู้ข้อมูล ข้อมูลยิ่งละเอียดยิ่งดี ลูกค้าของคุณอยู่ในตำแหน่งหรือที่อยู่ใกล้ๆเคียงกันไหมเช่นจังหวัดเดียวกัน หลังจากนั้นก็ไปส่วนของอุตสาหกรรม,โปรเจค,คำอธิบายโปรเจค ดูว่ามีอะไรเหมือนกันไหม

หลายทางที่จะโฟกัส

หลายทางที่จะโฟกัสงานของคุณจริงๆคุณไม่ต้องโฟกัสที่อุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งอย่างเดียว เพราะคุณอาจจะทำได้มากกว่านั้น บางทีคุณสามารถโฟกัสไปที่หลายอุตสาหกรรมหรือหลาย segment ของอุตสาหกรรมได้

อย่างเช่น มีตอนหนึ่งเราทำงานวาดภาพประกอบให้กับ real estate agency เป็นภาพประกอบแม็กกาซีน อุตสาหกรรมนี้คืออุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ซึ่งจริงๆแล้วกว้างมาก เพราะบ้านมีทั้งระดับบน ระดับกลาง กลางล่าง กลางบน ทาวน์เฮ้าส์ คฤหาสถ์ เยอะแยะไปหมด

หรือการที่คุณเป็นกราฟิคดีไซเนอร์ เน้นด้านสิ่งพิมพ์เป็นหลัก เป็นเว็บดีไซเนอร์เน้นผู้ประกอบการขนาดเล็ก พวกนี้มีขนาดกว้างและขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่นด้วยทั้งสิ้น

ระบุตลาดที่คุณจะไป

เมื่อคุณรู้คุณค่าของตัวเองที่จะนำเสนอต่อตลาดแล้ว ต่อไปก็คือการตัดสินใจตลาดที่จะไป ที่สามารถจ่ายให้กับความสามารถของเรา,ทักษะ,และความเชี่ยวชาญของเรา บางตลาดก็ดูง่ายเพราะเราเห็นในชีวิตประจำวันอย่างเช่น ตลาดนิยายรักวัยรุน,ตลาดหนังสือหุ้น เป็นต้น แต่อุตสาหกรรมนอกเหนือจากสิ่งพิมพ์ก็มีตลาดอีกเช่นกัน อย่างเช่น ตลาดความงาม,ตลาดการศึกษา ซึ่งทั้งหมดเป็นตลาดที่กว้าง นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมเราถึงให้ระบุแต่แรกว่าคุณอยากทำอะไรใน niche ที่คุณเลือก

แล้วถ้าหากการทำงานปัจจุบันของคุณมันพาคุณไปสู่ niche ที่คุณไม่แน่ใจว่าจะขายได้หรือไม่หรือมีตลาดหรือไม่หละ

อย่างเช่น คุณเป็นช่างภาพ รับถ่ายภาพสัตว์และสัตว์เลี้ยงเป็นหลัก คุณพบว่าคุณมีความหลงใหลในอีกัวน่าเป็นพิเศษ คุณศึกษาคุณรู้วิธีเลี้ยง,วิธีให้อาหาร และวิธีดูแลมันเป็นอย่างดี คุณสะสมสินค้าเกี่ยวกับอีกัวน่าเป็นจำนวนมากคุณก็เลยคิดว่าคงจะดีไ่ม่น้อยถ้าหากเราเป็นช่างภาพถ่ายภาพอีกัวน่าอย่างเดียว หรือทำฟรีแลนซ์เกี่ยวกับอีกัวน่า แล้วตลาดมันมีหรือไม่?

ตลาดมีหรือไม่

คุณว่า ในอินเตอร์เนทจะมีเรื่องอย่าง เอาขนสุนัขมาถักเป็นเสวตเตอร์ไหมคะ?คุณคงบอกว่า อะไรเนี่ยไร้สาระสิ้นดีจะไปมีได้ยังไง แต่มันมีแล้วค่ะ มีเป็นหนังสือด้วยชื่อ ถักนิตติ้งด้วยขนสุนัข พิมพ์ในสำนักพิมพ์ใหญ่ของต่างประเทศด้วยค่ะ และทางสำนักพิมพ์และผู้เขียนคงหาข้อมูลแล้วว่ามีตลาดจริง

กลับมาที่ธุรกิจฟรีแลนซ์อีกัวน่าของคุณ บริษัทในอุตสาหกรรมนี้ต้องการบริการที่คุณนำเสนอหรือไม่ มาดูกันก่อนสำสมมติว่าคุณจะทำงานที่เกี่ยวข้องกับอีกัวน่า บริษัทหรือคนประเภทไหนที่จะเป็นลูกค้าของคุณ

  • คนเลี้ยงอีกัวน่า(แน่นอนอยู่แล้ว)
  • บริษัทขายสัตว์เลี้ยง(อาจจะต้องการภาพไปทำโฆษณาร้าน)
  • บริษัท event ที่จัดงานนำสัตว์แปลกๆมาออกตามห้างสรรพสินค้า
  • Agency  ที่ต้องการสัตว์ไปโฆษณา

ลองหาบริษัทเหล่านี้ดูตามอินเตอร์เน็ท ตัวอย่างที่เรายกมาอาจจะหายากไปหน่อย ของคุณอาจจะสบายกว่า ลองดูสิว่าพอจะมีบริษัทเหล่านั้นหรือไม่ที่ทำงานสอดคล้องกับที่คุณอยากทำฟรีแลนซ์ คุณจะพบว่าบริษัทแบบที่ลิสต์มาทั้ง 4 ต่างต้องการภาพถ่ายที่นำไปใช้ประกอบโบรชัวร์,โฆษณา,หรือเป็นคอลเลคชันส่วนตัวสำหรับคนทั่วไป

แต่เราจะสังเกตุได้ว่า บริษัท Event และ Agency ไม่ใช่ลูกค้าระยะยาวที่จะจ้างเราเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นการที่ถามว่ามีตลาดหรือเปล่าขึ้นอยู่กับว่าคุณหาตลาดและบริษัทหรือลูกค้าที่เกี่ยวข้องได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าน้อยไปก็อยู่ไม่ได้ค่ะ แต่ถ้ามากก็อาจจะมีคู่แข่งเยอะ ขนาดของตลาดจะต้องพอเหมาะในแบบที่เราทำแล้วโอเค ถ้าตลาดไม่พอคุณอาจจะต้องขยายมุมมองต่ออีกหน่อย เช่น สวนสัตว์(ต้องการภาพไปทำโบรชัวร์),ร้านขายอุปกรณ์เลี้ยงอีกัวน่า,ร้านขายอาหารอีกัวน่า เป็นต้น แต่ถ้าคุณเลือกแล้ว เช่น สมมติคุณเลือกร้านขายอีกัวน่าและอุปกรณ์เลี้ยงอีกัวน่าเป็นหลัก คุณควรโฟกัสที่จุดนั้น อย่าไปทำให้เสียโฟกัสเพราะคุณจะเหนื่อยอย่างที่บอกเอาไว้