มาเรียนรู้เรื่องทฤษฏีสีกันเถอะ

ด้วยสี คุณสามารถสร้างอารมณ์,ดึงดูดความสนใจหรือเน้นในบางจุดได้ คุณสามารถใช้สีเพื่อกระตุ้นอารมณ์ หรือทำให้อารมณ์เย็นลง โดยการใช้สคีมสีที่ถูกต้อง คุณสามารถสร้างบรรยากาศของความอลังการ อบอุ่น หรือสงบ หรือทำให้ภาพดูขี้เล่น ดูเป็นเด็กๆ สีจึงเป็นเครื่องมือในการออกแบบที่มีพลังที่สุดถ้าคุณใช้เป็น

สีส่งผลต่อเราในหลายทาง ทั้งทางร่างกายและจิตใจ สีแดงเข้มกระตุ้นความดันเลือด ในขณะที่สีฟ้าทำให้เรารู้สึกสงบ
การที่คุณสามารถใช้สีได้อย่างดีและกลมกลืนกันจะช่วยสร้างให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

วงล้อสี

art-factory-color-wheel.jpeg

credit:http://asmartbear.wpengine.netdna-cdn.com/wp-content/uploads/art-factory-color-wheel.jpeg

วงล้อสีหรือวงจรสี เป็นเครื่องมือง่ายที่สุดที่ใช้รวมสีเข้าด้วยกัน วงจรสีวงแรกถูกสร้างโดยเซอร์ไอแซค นิวตันในปี 1666 โดยระหว่างนั้นมีการถกเถียงกันมากมายว่าอันไหนเป็นอันที่ถูกต้อง แต่สรุปแล้วสุดท้ายอันที่ใช้สีแท้เป็นเกณฑ์หรือ hue ก็วินในที่สุดค่ะ

วงล้อสีออกแบบมาโดยแนวคิดที่ว่าสีอันไหนที่คุณเลือกจากวงล้อสีจะดูดีเมื่ออยู่ด้วยกัน มีความหลากหลายของการออกแบบที่สร้างขึ้นแต่แบบที่ธรรมดาเห็นได้ทั่วไปคือวงล้อสีแบบ 12 สี พื้นฐานจากสี RYB(แดงเหลืองน้ำเงิน)หรือว่ารูปแบบสีของศิลปะ

ปกติแล้วมีการรวมสีหรือจับคู่สีบางอันที่ให้ความรู้สึกสวยงามกว่าสีอื่นๆ สิ่งนี้เรียกว่าความกลมกลืนของสีหรือคอร์ดของสีโดยประกอบไปด้วยสีสองสีหรือมากกว่านั้นในวงจรสี

ผลของสีถูกออกแบบมาอย่างมีพลัง  เพื่อที่จะจับคู่กับสีพื้นของคุณ สีปฐมภูมิ,ทุตติยภูมิและตติยภูมิ
ในสีแบบ RYB หรือ สีแบบลบ

สีแบบบวก

สีแบบบวกเป็นการสร้างสีขึ้นมาโดยผสมสีของแสง โดยตาของมนุษย์นั้นมีความอ่อนไหวต่อแสงในส่วนเรตินาของตา มีเซนเซอร์สองประเภทคือ rod และ cone  rod เป็นเซลล์ที่สามารถทำงานได้ในกรณีที่มีความเข้มข้นของสีต่ำ แต่ไม่สามารถเห็นสีหรือภาพที่คมได้ โคนสามารถเห็นภาพหรือสีที่คมแต่ต้องการแสงเพื่อที่จะทำงาน การรวมข้อมูลเหล่านี้จากเซนเซอร์ทั้งสองที่ส่งไปสมองทำให้เราสามารถมองเห็นได้

มีโคนอยู่สามประเภท red cone อ่อนไหวต่อแสงสีแดง, green cone อ่อนไหวต่อแสงสีเขียวและ blue cone อ่อนไหวต่อแสงสีน้ำเงิน การรับรู้ของสีขึ้นอยู่กับความไม่สมดุลย์ของการกระตุ้นต่อเซลล์ในระดับต่างๆกัน

การผสมสีแบบบวกเหมือนกับทีวี ทำงานได้โดยมีความสามารถที่จะสร้างภาพที่ประกอบไปด้วยสีแดง เขียว และแสงสีน้ำเงิน ข้อมูลของระดับความเข้มของสีทั้งสามสีนั้นยังคงอยู่ สีของภาพก็ยังคงอยู่เช่นกัน การกระจายเสปคตรัมอาจจะผิดได้ แต่ถ้าระดับของความเข้มสีของแม่สีแต่ละสีถูกต้อง สีก็จะออกมาเป็นสีที่ถูกต้อง การผสมสีแบบลบนี้คือแดง,เขียว,และน้ำเงิน ถ้าเราส่องไฟฉายไปที่กำแพงมืดๆเราจะเห็นสี

AdditiveColorMixing

credit:https://lh3.googleusercontent.com/-qy3-W9Q9hYI/TYFxxkpfP2I/AAAAAAAAAKI/z8orJNRFPao/s1600/AdditiveColorMixing.png

image006

credit:https://cs.nyu.edu/courses/fall02/V22.0380-001/color_lecture_files/image006.jpg

การผสมสีแบบนี้ จะให้ผลลัพธ์ดังต่อไปนี้
แดง+เขียว=เหลือง
แดง+น้ำเงิน=ม่วง
เขียว+น้ำเงิน=คราม
สีของ Printer ที่เราใช้กันจึงเป็น เหลือง,ครามและม่วง

เมื่อทั้งหมดสีของเสปคตรัมรวมกันแล้ว จะได้แสงขาว

แดงสองส่วน+เขียวสองส่วน=ส้ม
เขียวสองส่วน+แดงสองส่วน= เหลืองมะนาว
แดงสี่ส่วน+ น้ำเงินหนึ่งส่วน+เขียว 1 ส่วน=น้ำเงิน

สีแบบลบ

สีแบบลบเป็นการสังเคราะห์ขึ้นโดยเกิดจากการสร้างสีโดยการผสม Pigment หรือเม็ดสี เช่นการเพนท์หรือหมึกใน Printer ของ computer ประเภทของสีแบบนี้ก็คือสีที่ใช้ในโลกของศิลปะและการออกแบบ ในขณะที่เรียนรู้เกี่ยวกับทฤษฎีสีทั่วไป นักศึกษาศิลปะส่วนมากจะคุ้นเคยกับสีอย่าง แดง,เหลือง และน้ำเงิน

การผสมสีแบบลบเกิดขึ้นจากการสกัดส่วนของเสปคตรัม ความคิดของการผสมสีแบบลบคือการลดระดับของสีที่ไม่ต้องการที่จะเข้าสู่ลูกตา เช่น คุณมีภาพสีเหลือง คุณต้องการการย้อมสีที่ให้เฉพาะสีแดงกับเขียวผ่านมาถึงตาและบล็อคสีน้ำเงินออก สีทุติยภูมิของสีแบบบวกกลายเป็น สีปฐมภูมิของสีแบบลบ หรือสีตั้งต้น เพราะว่า สีทุติยภูมิหรือสีขั้นที่สองของสีแบบบวกจะสะท้อนสีปฐมภูมิของสีแบบบวก และดูดซับสีหนึ่งของสีปฐมภูมิของสีแบบบวก


SubtractiveColorMixing

image009

credit:https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/a/ac/SubtractiveColorMixing.png

เหลือง+น้ำเงิน=เขียว
เหลือง+แดง =ส้ม
น้ำเงิน+แดง=ม่วง
เมื่อทุกสีรวมกันได้สีดำ

การสะท้อนและดูดซับสีแบบบวกและลบ

สี สะท้อน ดูดซับ
เหลือง แดงและเขียว น้ำเงิน
ม่วง แดงและน้ำเงิน เขียว
น้ำเงิน เขียวและน้ำเงิน แดง

ด้วยข้อมูลนี้ ถ้าเราต้องการสีแดงเราต้องผสมม่วงกับเหลือง ม่วงช่วยดูดซับเขียวและเหลืองดูดซับน้ำเงิน เหลือแต่สีแดงที่สะท้อนมาที่ตา สำหรับสีดำเป็นการรวมสีามสีเข้าด้วยกันก็คือเป็นการบล็อคแสงในทฤษฏีสี ใน Printer ใช้สีดำเช่นกัน สีใน  printer นั้นไม่สมบูรณ์ แสงจากแหล่งอื่นจึงสามารถสะท้อนผ่านได้

วงจรสีของสีศิลปะ

สีสามสีที่เป็นสีปฐมภูมิของวงจรสีคือแดง,น้ำเงินและเหลือง

สีปฐมภูมิ  แดง เหลือง น้ำเงินคือสีหลัก เป็นสีที่ไม่สามารถผสมด้วยสีใดๆได้หรือเรียกว่าแม่สี

Screen Shot 2015-08-16 at 9.18.47 AM
สีทุตติยภูมิ สามสี เกิดจากการเอาสีขั้นต้นมาผสมกันได้เป็น ส้ม เขียว ม่วง

Screen Shot 2015-08-16 at 9.21.02 AM
สีตติยภูมิ หกสี เกิดจากการเอาสีขั้นแรกกับขั้นที่สองมาผสมกัน ได้เป็น ส้มเหลือง ส้มแดง เขียวเหลือง เขียวน้ำเงิน ม่วงแดง ม่วงน้ำเงิน

Screen Shot 2015-08-16 at 9.22.21 AM

สีร้อนและสีเย็น
วงจรสีสามารถแบ่งได้เป็นสีร้อนและสีเย็น
สีร้อนหมายถึงสีสดและมีพลังงาน และดูชัดเจนกว่าใน space
สีเย็นให้ความรู้สึกสงบ เยือกเย็น ผ่อนคลาย
สีขาวและสีดำเป็นสีกลางสามารถผสมได้กับทุกสคีมสี
สีม่วงและสีเหลืองเป็นวรรณะกลางคือเป็นทั้งร้อนและเย็น
น้ำตาลเป็นสีที่เกิดจากสีทุกสีรวมกันจึงสามารถใส่ได้กับทุกสคีมสี

warm-cool-color-wheel

credit:https://tommybeautypro.files.wordpress.com/2013/01/warm-cool-color-wheel.jpg

Tints, Shades, และ Tones

คำพวกนี้ถูกนำไปใช้ผิดๆบ่อยๆถึงแม้ว่าแนวคิดของมันจะง่ายมากก็ตาม ถ้าสีถูกทำให้อ่อนลงโดยใส่สีขาวลงไป ผลคือ Tint ถ้าสีดำถูกใส่เข้ามาสีก็จะมืดลงเรียก shade ถ้าสีเทาถูกใส่เข้ามา ผลคือ Tone

Tints – ใส่สีขาวลงในสีแท้:

Shades – ใส่สีดำลงในสีแท้:

Tones – ใส่สีเทางในสีแท้:

IMG-3-–-hue-tint-shade-tone

ความกลมกลืนของสี
เทคนิคเบื้องต้นในการสร้างสคีมสี
ด้านล่างจะเป็นการแสดงคอร์ดของสีเบื้องต้น พื้นฐานมาจากวงจรสี

ความกลมกลืนหมายถึงการจัดกันอย่างลงตัวของส่วนประกอบสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นดนตรี,กลอน,สีหรือแม้แต่ไอศกรีมซันเด

ในเชิงทัศนะ ความกลมกลืนหมายถึงสิ่งที่สร้างความพอใจให้กับตาเรา มันโต้ตอบกับผู้ดูและมันสร้างให้เกิดระเบียบและความสมดุลย์ในประสบการณ์การมอง เมื่อบางอย่างไม่กลมกลืนกัน มันจะดูน่าเบื่อและรก ตัวอย่างที่สุดๆไปเลยก็คือดูธรรมดามากซะจนผู้ดูไม่รู้สึกอยากโต้ตอบหรือมีปฏิสัมพันธ์ สมองของคนปฏิเสธข้อมูลที่เร่งสมองเราน้อยเสมอในทางหนึ่งที่สุดไปอีกด้านก็คือประสบการณ์ทางสายตาที่มากเกินไป ที่สับสนเกินไปจนผู้ดูไม่สามารถมองได้ สมองมนุษย์จะไม่โฟกัสในสิ่งที่ไม่เป็นระเบียบ สิ่งที่เราไม่เข้าใจ หน้าที่ของเราในนี้ก็คือการทำให้มันดูมีโครงสร้าง โดยการใช้วงจรสีและความกลมกลืนของสีในการที่จะสร้างความรู้สึกเป็นระเบียบขึ้นมา

สรุปก็คือ ความมีเอกภาพเกินไปทำให้ภาพดูน่าเบื่อ ความซับซ้อนเกินไปทำให้ภาพดูยุ่งเหยิง ความกลมกลืนจึงเป็นสิ่งที่อยู่ตรงกลางที่สมดุลย์

โครงสีตรงข้าม (complementry)
สีที่อยู่ตรงข้ามกันในวงจรสี เช่น แดงกับเขียว,เหลืองกับน้ำเงิน,ส้มกับม่วง

สีที่ตัดกันสูงทำให้เกิดความรู้สึกสดใสโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ความอิ่มตัวของสีสูง แต่การใช้งานจะต้องดูดีๆเพราะว่ามันอาจจะขัดแย้งกันได้ สีตรงข้ามนั้นใช้ยากเมื่อใช้ปริมาณมาก แต่ใช้ดีถ้าคุณต้องการให้อะไรก็ตามเด่น และเมื่อใช้กับตัวอักษรจะเป็นสคีมสีที่ไม่ดีเท่าไร

Complementary

Swatch_compl

2_23456789_0

สีข้างเคียง(Analogous)
สีข้างเคียงใช้สีที่อยู่ข้างๆกันในวงจรสีติดกันประมาณ 3-4 สี จึงเป็นสีที่มีความเข้ากันได้สูงและให้ความรู้สึกสบายตา
เลือกสีหนึ่งเพื่อให้เด่น,สีที่สองเพื่อสนับสนุน และสีที่สามมักจะใช้กับสีดำ,เทาหรือสีขาวเพื่อการเน้น

Analogous Swatch_analog

novcover2fin_cmyk2

triad
สีแบบนี้คือสีที่มีระยะห่างเท่ากันในวงจรสี หรือสีที่เป็นสามเหลี่ยมด้านเท่าเมื่อวาดออกมาเป็นเส้นในวงจรสี ให้สีที่สด ถึงแม้จะใช้สีที่อิ่มตัวน้อยหรือสีซีดก็ตาม การใช้สีโครงนี้ให้ดีต้องใช้สีโทนหนึ่งเด่นและเน้นด้วยสีอีกสองสีอื่นๆ
Triad

Swatch_triad

sorceror_phantasyearth_8

split-complementary
สีโครงนี้เป็นความหลากหลายของสีตรงข้าม สังเกตุว่า split แปลว่าแยก complementary แปลว่าตรงข้าม จึงหมายถึงการแยกสีตรงข้ามออกจากกัน ก็คือมีสีเบสตัวหนึ่งและใช้สีที่อยู่ข้างๆสีตรงข้ามของสีนั้นทำให้กลายเป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่วเมื่อวาดเป็นเส้น โครงสีนี้ให้ความตัดกันเหมือนกับโครงสีตรงข้ามแต่โครงสีมีความตึงเครียดน้อยกว่า เหมาะกับผู้เริ่มต้น เพราะทำพังยาก

SplitComplementary Swatch_splitC

eisen_blume_artbook_cover_by_meisan-d5ml8d0-2

โครงสีสี,หรือสีเหลี่ยมผืนผ้า (tetradic) color scheme บางทีก็เรียกว่า double complementary
สีโครงนี้ใช้สีตรงข้ามสองคู่ ด้วยความที่เป็นสีที่เยอะ ดังนั้นจึงมีรูปแบบที่หลากหลาย โครงสีสี่เหลี่ยมผืนผ้าใช้ได้ดีเมื่อให้สีหนึ่งเด่นเป็นพืเศษ และความดูความสมดุลย์ระหว่างสีร้อนและสีเย็นในรูปด้วย

Tetrad Swatch_rect
watery_by_meisan

โครงสีจัตุรัส
คล้ายโครงสีสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่ระยะห่างระหว่างสีในวงจรสีเท่ากัน เหมือนกับสคีมอื่นๆคือใช้ได้ดีเมื่อให้สีหนึ่งเด่นและดูความสมดุลย์ระหว่างสีร้อนและสีเย็นในรูป
Square

Swatch_square

__rojana___by_meisan-d3h6ucw

reference:http://www.tigercolor.com/color-lab/color-theory/color-theory-intro.htm
http://www.colormatters.com/color-and-design/basic-color-theory

ลิงค์แนะนำให้อ่านประกอบ
วาดภาพประกอบ #2

3 thoughts on “มาเรียนรู้เรื่องทฤษฏีสีกันเถอะ”

  1. นกฟรีนิคน้อย

    อขบคุณนะคะพี่มุ่ยมีประโยชน์มากเลยคะ ตัวหนูเองมีปัญหาเรื่องการใช้สี(ชอบใช้สีที่จืดๆไ่ม่กล้าเล่นสี) พอมาอ่านบทความนี้ หนูจะเอาไปศึกษาและทดลองดูค่า 🙂

  2. Pingback: 10 ท่าไม้ตาย!!แก้ไขงาน สีน้ำ เน่าได้ทุกรูปแบบ - ILLUSTCOURSE

Comments are closed.