การก็อปปี้กับ 7 ความลับของการฝึกฝน

พูดถึงการก็อปปี้นิดนึงนะคะ เราเข้าใจว่านักวาดหลายๆคนอคติกับการก็อปปี้ คิดว่าการก็อปปี้ ไม่ได้ทำให้คนพัฒนาขึ้นตลอดไป แต่ลองนึกดูดีๆนะคะ กระบวนการศึกษาที่ดีที่สุดไม่มีอะไรดีไปกว่าการเลียนแบบ ทั้งนี้การเลียนแบบไม่ได้ทำให้คุณเป็นตัวเอง หรือเจอในสิ่งที่ใช่ทุกครั้ง เสมือนกับการที่พ่อแม่ให้ลูกเรียนสิ่งต่างๆหลายอย่างเพื่อค้นพบตัวเอง

indian2

เพราะฉะนั้นก็อปปี้ไปเพื่อค้นหาว่าเราชอบสไตล์ไหน อย่ายึดติดกับมันเป็นสรณะนะคะ เราเชื่อว่าทุกคนที่มีชื่อเสียงครั้งนึงก็เริ่มจากการก็อปปี้อะไรสักอย่างมาก่อน ไม่มีใครเกิดมาแล้วเก่งเลย

สิ่งที่สำคัญคือการก็อปปี้หรือการฝึกนั้นควรจะมี direction พอสมควร เช่นชอบท่าต่อสู้ของอาจารย์ท่านนี้ก็วาดของอาจารย์ท่านนี้ ยกตัวอย่างการ์ตูนบาคุแมนก็อปปี้ฉากต่อสู้ 100 หน้าด้วยกัน

best_way_learn_draw_manga

credit:http://www.howtodrawmanga3d.com/content/what-best-way-learn-how-draw-manga

ทั้งนี้กระบวนการเรียนสิ่งที่ดีที่สุดไม่ได้มีแค่การเลียนแบบเท่านั้น การเลียนแบบ เช่นการเรียนภาษาอังกฤษให้เก่งๆก็ต้องฟังออดิโอ เลียนแบบเจ้าของภาษา ทำอาหารเก่งก็ต้องเริ่มจากสูตรที่เราหาได้ก่อน นักดนตรีอยากเก่งฝึก cover เพลง นักเต้นอยากเก่งฝึก cover เต้น ไม่ใช่การ reinventing the wheel หรือพยายามสร้างสิ่งใหม่ๆด้วยตัวเองทันที แต่ข้อเสียคือสิ่งเหล่านี้ไม่ได้สร้างสิ่งใหม่ๆขึ้นมา

ถ้าเรานำข้อดีของนักวาดแต่ละคนที่เราชอบมาผสมกัน เราจะได้สไตล์ใหม่ ยกตัวอย่างนักเรียนเราคนหนึ่ง น้องพีร์ น้องพีร์เรียนมายาวมาก และได้ค้นพบว่าเขาชอบสไตล์โมเอะที่ปาด เขารู้ว่าไอดอลของเขานั้นมีส่วนที่เขาชอบงานตรงไหนและไม่ชอบงานตรงไหน ทำให้สามารถปรับปรุงสิ่งที่ต้องการ รวบรวม สังเคราะห์ให้เป็นสไตล์ที่ตัวเองต้องการหรืออยากได้

และถ้าถามพี่ว่ามีอะไรบ้างไหมที่ฝึกได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีการเลียนแบบ ก็มีหลายอย่าง เช่น การฝึกกีฬาบางอย่าง

แต่ทั้งนี้การฝึกกีฬา ยังต้องมีการนำเทปผู้แข่งขันมาดู แกะกลยุทธ หรือว่าแกะท่าทางต่างๆ ออกมาเลย เช่น การฝึกกอล์ฟ ไดร์ฟกอล์ฟต้องทำขายังไง เวลาชนะทำท่าไหน เพราะฉะนั้นจึงพูดไม่ได้เต็มปากว่าการฝึกกีฬาไม่ต้องมีการเลียนแบบค่ะ

แล้วการฝึกเขียนล่ะ การเขียนก็ แรกๆถ้าชอบผลงานแนวไหนก็มักจะติดสำนวนของคนๆนั้นมา บางทีกว่าจะหาน้ำเสียงหรือโทนของตัวเองเจอก็ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่ง เพราะฉะนั้นอย่าท้อถอยค่ะ สำหรับงานวาดภาพประกอบ แม้ก้าวแรกจะเป็นการเลียนแบบ ก้าวต่อไปมันจะเป็นการสังเคราะห์ และนำเอาสิ่งเหล่านั้นมาประกอบเข้าด้วยกันในที่สุด

ถ้าให้บอกตรงๆที่ illustcourse นี้ พี่มุ่ยมักจะบอกเสมอพี่สอนวาดรูปไม่เหมือนค่ะ เพราะคนสอนวาดเหมือนเยอะแล้ว ถ้าน้องอยากเรียนวาดเหมือนสามารถไปเลือกเรียนที่อื่นที่วาดเหมือนเก่งๆได้นะคะ

ฝากให้น้องไปดูลิงค์นี้นะคะ http://www.onespoonatatime.com/7-lessons-talent-is-overrated
เขาสรุปเนื้อหาจาก talent is overated เป็น 7 ข้อด้วยกันนั่นก็คือ

41EXVla638L._SX329_BO1,204,203,200_

1.ฝึกฝน

การฝึกฝนที่ได้ผลในหนังสือเล่มนี้กล่าวว่าต้องฝึกท่าเดิม หรือสิ่งเดิมๆหรือสิ่งที่น่าเบื่อซ้ำๆ ยกตัวอย่างเช่นฝึกวาดฟิกเกอร์,ดรออิ้ง พวกนี้มันอาจจะเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ แต่เป็นพื้นฐานที่จำเป็นในการฝึกวาดรูปให้เก่ง นักกีฬาอย่างไทเกอร์วูดส์ยังฝึกซ้ำๆเป็นหมื่นชั่วโมง จนกว่าจะเก่งขึ้นมาได้ เบนจามิน แฟรงคลินได้กล่าวไว้เกี่ยวกับการพัฒนางานเขียนว่า

  • อ่านบทความ
  • เขียน hint (คำบอกใบ้) เกี่ยวกับประโยคแต่ละประโยค (คุณสามารถเขียนโครงของเนื้องานชิ้นนั้นๆ)
  • เขียนบทความใหม่เป็นสไตล์ตัวเอง
  • เปรียบเทียบกับงานต้นแบบ
  • ตรวจงานและแก้ไขบทความของคุณ
  • เปลี่ยนร้อยกรองให้เป็นร้อยแก้ว
  • เปลี่ยนร้อยแก้วให้เป็นร้อยกรอง
  • ใช้คำบอกใบ้ เรียงเนื้อหาใหม่ เขียนใหม่

credit:http://excellence-in-literature.com/resources-for-teaching/copywork-how-benjamin-franklin-taught-himself-to-write-well

จะสังเกตุได้ว่าเขาได้พยายามมากในการฝึกฝนเรื่องของงานเขียนจนเก่งได้ในที่สุด

2.มีพิมพ์เขียวให้คุณเดินตามเสมอ

ถามคนเก่งๆหรือถ้าเข้าถึงคนเก่งๆไม่ได้ให้อ่านสัมภาษณ์ของเขา อ่านว่าเขามีวิธีฝึกยังไง แล้วลองทำตามดู ซึ่งในหนังสือ talent is overrated บอกว่าคนเก่งๆมีวิธีการฝึกที่แตกต่างออกไปจากคนที่ไม่เก่ง

3.คุณสามารถเก่งสิ่งนั้นๆได้ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร

ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไร คุณสามารถเก่งวาดรูปได้ทั้งสิ้น

4.การสร้างความสามารถนั้นเป็นงานหนัก

ถ้าคุณฝึกฝนวันละสามชั่วโมงต่อวัน โดยหยุดแค่วันคริสต์มาส คุณจะใช้เวลา 9 ปี ในการบรรลุเป้าหมายหมื่นชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการฝึกฝนที่แตกต่างออกไปอีก ที่เมื่อคุณทำสำเร็จในส่วนไหนแล้วให้ขยับไปส่วนถัดไป

5.คุณสามารถใช้การฝึกฝนที่คุณได้ผ่านมา เป็นพิมพ์เขียวในการสอน

เมื่อคุณสอน คุณจะเก่งขึ้น และผู้คนจะมองว่าคุณนั้นเป็นผู้ที่มีความเยี่ยมยอดในสายวิชาของคุณ นักเรียนที่ใช้วิธีเดียวกันกับคุณในการเรียนการสอนจะประสบผลสำเร็จ และถ้าคุณอยากเก่งวาดรูปให้สอนวาดด้วย โดยจะสอนให้คนรอบตัว เพื่อน คนที่บ้านก่อนก็ได้

6.คุณไม่จำเป็นต้องเป็นระดับโลกเท่านั้นถึงจะเอาชนะคู่แข่งได้

คุณแค่ต้องนำคู่แข่งไป 1 ก้าว หรือก้าวใหญ่ๆด้วยการฝึกฝนทุกวัน สัปดาห์ละ 5 วัน จันทร์ถึงศุกร์ วันละ 1 ชั่วโมง การเปลี่ยนแปลงเล็กๆจะนำไปสู่การก้าวหน้าที่ใหญ่กว่า

7.คนที่อ่านอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยให้เก่งขึ้น คนที่นำไปใช้และพัฒนาต่อจะเก่งขึ้น

ในเว็บ  how to draw manga 3d นักเขียนการ์ตูนท่านหนึ่งที่มีชื่อได้กล่าวไว้ว่า

“… I would say that I learned about 80% of drawing from manga and only about 20% from books. I started by copying manga and only later the anatomy books filled in the details for me. There is no better way than learning directly from another manga artist . . .”

“ผมอยากบอกว่าผมรู้เกี่ยวกับการวาดการ์ตูน 80% มาจากการ์ตูนญี่ปุ่นและ 20% จากหนังสือ ผมเริ่มจากการก็อปปี้การ์ตูนและหลังจากนั้นก็เป็นหนังสือกายวิภาคที่เติมเต็มในส่วนรายละเอียด ไม่มีทางไหนที่ดีกว่าการเรียนรู้ด้วยการก็อปปี้นักวาดท่านอื่นๆ”

ถ้าหากชอบในเนื้อหาและต้องการสนับสนุน sasi tanadeerojkul สนับสนุนได้ที่ Patreon ค่ะ