Journal 1

-Flashback Th 14 Jan 16 –

          เป็นวันที่เราเรียนเรื่องการออกแบบปกหนังสือ ดูดโกโก้เย็นไปเรียนส่วนเนื้อหาไป พอพี่มุ่ยสอนเสร็จก็ให้เราลองออกแบบปกนิยายของตัวเอง เราเริ่มร่างภาพปกด้วยดินสอแดงและเริ่มพูดเรื่องนู่นนี่เรื่อยเปื่อยตามประสาคนที่พูดมากกับคนที่รู้สึกสนิทใจด้วย พูดไปพูดมาจำไม่ได้แล้วว่าพี่มุ่ยพาเข้าเรื่องที่เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตเราได้ยังไง

gun

(ภาพเก่า)

“พี่จะโค้ชน้องว่าทำยังไงจึงจะเป็นนักวาด-เขียน”

 

……เห๊ะ เราพูดมาเรื่องนี้ได้ยังไงกัน…..

แต่อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวเราคิดว่ามันดีมากๆเพราะเราคิดว่าในเรื่องทางนี้เรายังอ่อน คือคิดว่าตัวเองทำได้นะ แต่ต้องการคนช่วยกรุยทางด้วย ซึ่งพี่มุ่ยมีคุณสมบัติพร้อม(จนเรียกว่าล้น)ที่จะมาเป็น ‘โค้ช’ ให้เรา

 

พี่มุ่ยเป็น ‘โค้ช’ ให้เรา บอกตามตรงว่าดีใจมาก ที่เลือกเรามาเป็นหนึ่งในนักเรียนที่จะได้รับการฝึกงาน อารมณ์เหมือนได้มงกุฎ ตอนนั้นแทบจะอยากพังกระจกร้านออกไปยืนบนหลังคาโบกมือให้รถราที่ขับผ่านอยู่ข้างล่าง คือเราดีใจเพราะว่าเราทำได้ เราทำให้เขาเห็นได้ว่าเรามีคุณค่า เราถามว่าทำไมถึงเลือกเรา พี่มุ่ยตอบว่า

 

“เพราะเวลาพี่ให้งานอะไรไป พี่ไม่เคยบอกน้องคนไหนว่าจะทำยังไงต่อ บางคนก็ส่งมาถาม บางคนก็เอาไปทำเองพอเสร็จก็มาส่ง แต่น้องแปลกกว่าคนอื่นมาก จะเป็นการบ้านหรือไม่ใช่การบ้านน้องก็ส่งมาถาม แล้วพอพี่บอกให้แก้อะไร น้องก็แก้แต่ไม่ได้แก้ตามพี่ไปหมด น้องยังใส่ความเป็นตัวน้องลงไปอยู่ เลยเห็นว่า เฮ้ย น้องคนนี้มีความพยายามมีความมุ่งมั่น นั่นแหละ”

“ซึ่งพี่คิดว่าการที่โค้ชคนนั้น คนๆนั้นต้องอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วย”

 

อื้อหือ น้ำตาจะไหล….

อ้อ ที่เราส่งงานไปถามบ่อยๆคงมีคนคิดว่า ไม่คิดเองบ้างเลยหรือไง เราวาดเราเลือกสีของตัวเองก่อนที่จะส่งไปให้พี่มุ่ยคอมเม้น เพราะเราต้องการรู้ว่าเราต้องแก้ไขอะไรบ้าง เรามีจุดอ่อนอะไรบ้าง

ต่อจากนั้นเราก็นั่งคุยตกลงกันเรื่องสิ่งที่จะทำกันต่อไป ซึ่งรายละเอียดในส่วนนี้ดูเหมือนเยอะ แต่ดูแล้วไม่น่าจะใช่งานหนัก ถ้าเราแบ่งเวลาดีๆและมีสติ ขอยกตัวอย่างที่ไม่ดี ตอนม.5 เป็นช่วงที่เรียนหนักที่สุดในชีวิต เราเคยหนังสือทำมือ(โดจิน)จนถึงตีสาม นอนถึงตีห้าครึ่ง แล้วตื่นไปเรียน พอมามองย้อนกลับไปมันดูบ้ามาก นอนก็ไม่ได้นอน ระหว่างที่ทำงานเราไม่มีสมาธิ เปิดเว็บนู่นนี่คุยกับเพื่อนหรือเรียกง่ายๆว่า “ไม่มีโฟกัส” แต่งานนั้นก็จบไปได้ด้วยดี เย้….. พอเราม.6 ซึ่งการเรียนชิวกว่าม.5เยอะ แต่จะหนักไปที่ด้านอารมณ์และความรับผิดชอบ ตรงนี้เราเอาประสบการณ์ตอน ม.5 เรียนหนักแถมป่วยบ่อย(แน่ล่ะ) ทำให้ความรับผิดชอบและความตรงต่อเวลาเพิ่มขึ้นมาเยอะ เลยเป็นอีกครั้งที่‘ต้องแบ่งเวลาให้ดีและมีสติ’ เลยจบการศึกษามาได้ด้วยดี /กราบขอบคุณครูทุกคน

 

เป้าหมายวันนี้ Sat 16 Jan 16
-เรียน
-กินผลไม้
-ไม่นอนเกินเที่ยงคืน
-ส่งปกหนังสือ+zip file ให้ได้

.

.

.

Sat 16 Jan 16

ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก

ผู้คนมากมายหันมองไปทางต้นเสียง เด็กสาวผมสั้นหน้าดำคร่ำเครียดกำลังเดินก้าวฉับๆๆกึ่งเดินกึ่งวิ่ง หากสังเกตจะเห็นได้ว่าเธอใส่รองเท้าวิ่งไนกี้มาพร้อมสำหรับการวิ่งแข่งกับเวลาเรียบร้อย

สายยยยย กร๊าซซซซซซ

 

แต่จะโทษรถติดไม่ได้ เป็นเพราะเราคาดการณ์ผิดว่ารถจะไม่ติด อีกอย่างคือ รถจะติดไม่ติดมันเป็นเรื่องที่เราแก้ไม่ได้ เหมือนกับว่าอยากจะให้พระอาทิตย์ขึ้นที่ฝั่งตะวันตก แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ทั้งโลกจะเป็นไปตามที่เราคิด เพราะฉะนั้นเราต้องเผื่อเวลา แก้ไขตัวเองแทนแก้ไขคนอื่น แต่……

 

เพิ่งทำให้พี่เขาเชื่อใจได้เมื่อวานซืน วันนี้จะทำลายความเชื่อใจเขาซะแล้วเรอะอิภี๊ส์มมมมม

 

สุดท้ายเรากับพี่มุ่ยก็ถึงใกล้ๆกัน…แต่ไม่ใช่ว่าความรู้สึกผิดที่สายจะหายไปหรอกนะ/กราบขอขมา วันนี้พี่มุ่ยอุตส่าห์แบก แมคบุ๊กโปร พร้อม Wacom cintiq อันเท่าครึ่งตัวเรามาให้ใช้ เพราะหัวข้อเรียนวันนี้เป็น CG (Computer Graphic) แล้วก็แถม(?)หนังสือเรามา 3 เล่ม มี
‘สาวมั่นกับชั้นเชิงการตลาด’เล่ม 1 และ 2 ของสำนักพิมพ์ ส.ส.ท. เป็นนิยายเกี่ยวกับทฤษฎีการตลาด อันนี้ได้เพราะบอกพี่มุ่ยไปว่าชอบอ่านหนังสือ วันนี้พี่ท่านแบกมาให้เลย ซึ่งพอเอากลับไปอ่านก็พบว่า เออ สนุกดีเฮ้ย ได้ความรู้ดีด้วย

1395912895

Crรูป : http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=book4u&date=27-03-2014&group=1&gblog=121

สมุดระบายสีแบบผู้ใหญ่ของสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ Dream เล่มนี้ห่อกระดาษห่อของขวัญมาพร้อมดินสอสีเลยทีเดียว เส้นสวยอลังการดาวล้านดวงมาก ทางการแพทย์บอกว่าการระบายสีเป็นการฝึกสมาธิและจินตนาการ  พี่มุ่ยเลยให้เพราะสังเกตว่าเราเลือกสีไม่ค่อยเก่งแล้วก็ไม่ค่อยมีสมาธิ เรียกง่ายๆคือสมาธิสั้น เลยให้มาฝึก

เนื้อหาที่เรียนวันนี้คือลองตัดเส้นด้วย Wacom cintiq ซึ่งเป็นอะไรที่เราไม่เคยเห็นของจริงและไม่เคยได้แตะ (ลองเสิร์ชกูเกิ้ลดูนะคะว่าหน้าตามันเป็นยังไงแล้วจะร้อง อ๋อ) ปกตินี่ใช้แต่รุ่นไม้ไผ่อันกระจิดริดน่ารัก พี่มุ่ยบอกว่าต่อจากนี้ไปเราต้องใช้เจ้าวาคอมตัวนี้อีกเยอะ เลยเป็นโอกาสให้ฝึกใช้ด้วย อืม….พอลองฝึกไปมาก็สะดวกดีนะ เก็บรายละเอียดยิบย่อยได้เยอะดี รู้สึกเหมือนโดนดูดเข้าไปอยู่ในรูปที่วาด ระหว่างที่ตัดเส้นไปก็คุยกันเรื่องแผนการฝึกงานไปด้วย การฝึกงานจะเริ่มในวันเสาร์ที่ 23 มกราคม ที่จะถึงนี้ สิ่งที่พี่มุ่ยให้ทำคือ

 

  • ตั้งเป้าหมายวันละ 4 เป้าหมาย
  • เขียนไดอารี่ (แต่เราเรียก journal) ทุกครั้งที่คอล skype เพื่อโค้ชกับพี่มุ่ย
  • แปลบทความภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย 14 บทความ พร้อมภาพประกอบ
  • ถ่ายวีดีโอ, ทำ Time lapse 1 วัน
  • ไดอารี่ 6 ครั้ง (Skype call 1000 คำ พฤหัส/ศุกร์) สอนเสต็ป การวางตัว และอื่นๆให้เรา
    เพื่อให้แบรนด์ดิ้งดูดี ปรึกษาปัญหาทั่วๆไป การวาด และอื่นๆ รวมทั้งโค้ชชิ่ง
  • อ่านหนังสือที่พี่มุ่ยให้อาทิตย์ละเล่ม
  • คุยได้ทุกวัน แต่ Skype ได้ 1 วัน
  • เจอกันทุกอาทิตย์ เรียน Digital Painting

 

**** ถ้าพี่มุ่ยพิจารณาแล้วว่าไม่ผ่านฝึกงานเดือนแรก พี่มุ่ยก็จะให้โอกาสฝึกต่อ โดยมีพี่มุ่ยโค้ช

 

พอคุยเรื่องรายละเอียดการฝึกงานและตัดเส้นเสร็จแล้ว เหลือลงสี และนั่นคือการบ้านที่ต้องส่งในวันเสาร์หน้า

 

“คนที่ถูกเลือกแล้วน่ะ มีภาระหน้าที่รอคอยอยู่เสมอนะ หลายคนอยากเป็นผู้ถูกเลือก แต่ไม่ได้กระทำให้พี่เห็น และไม่พร้อมรับภาระ พี่รู้ว่าภีส์มคนนี้พร้อมที่จะลงมือทำ”

 

พี่มุ่ยพูดเป็นการทิ้งท้ายการสอนและการคุยงานในวันนี้

 

สรุปเป้าหมายวันนี้ Sat 16 Jan 16
-เรียน (สำเร็จ)
-กินผลไม้ (ไม่สำเร็จ)
-ไม่นอนเกินเที่ยงคืน (ไม่สำเร็จ..)
-ส่งปกหนังสือ+zip file ให้ได้ (สำเร็จ)

 

 

——-

omake

20 Jan 16

“ภีส์มงานนี้สำคัญ พี่จะให้ภีส์มวาดรูปลงสมุดระบายสีด้วย เป็นลายเส้นภีส์ม ขนาดเอสี่ 1 รูป”

“ถ้าออกมาดีพี่จะให้ทำอีกรูป คู่กัน เพราะฉะนั้นลองนึกคอมโพสที่มันจะออกมาเป็นความสวยงามได้”

……หน่านิ๊……

อ่านรายละเอียดงานที่อยู่ๆก็ได้รับมาทั้งที่ยังตื่นไม่เต็มตา รู้สึกตาสว่างเหมือนโดนสาดหน้าด้วยน้ำมะนาวคั้นแท้ 100% ทันที สัมผัสได้ถึงความคาดหวังของพี่มุ่ยที่มีต่อเราเยอะมาก นั่นยิ่งทำให้ดีใจขึ้นไปอีก ก็แปลว่าเราทำให้พี่เขาเชื่อว่าเราทำได้ แถมมันไม่ได้หนักหนาเหมือนมีโซ่มาล่ามเท้าล่ามคอหรืออะไร เผลอๆเป็นขนนกด้วยซ้ำ ขนนกที่รวมตัวกันจนกลายเป็นปีกแล้วพาเราไปพัฒนาตัวเองแถมได้โชว์ผลงานด้วย อีกอย่าง สีหน้าหม่นหมองไร้ความหวังไม่เหมาะกับหน้าเราหรือหน้าใครทั้งนั้น เราต้องพาความหวังไปด้วยทุกที่ นั่นแหละ จะทำให้หญิงสาวอย่างเรามีออร่าและ Stay Classy and Fabulous

 

“พี่ให้เวลากับเรานะ พี่ไม่ขออะไรนอกจากทำงานให้ดีๆ มีความสุข รักงาน ไม่ป่วย พอละ แล้วจะเติบโตโบยบินโดยไม่มีพี่ช่วยทีหลังก็ได้”

หนูจะพยายามค่ะ (:3JL)