Journal 2

  neko

 

เป้าหมาย Sat 23 Jan 16

– เรียน

– แปลบทความเท่าที่ทำได้

– ติดต่อ

– ไม่นอนดึก

– ซื้อกระดาษทำเนมการ์ด

—————————–

วันนี้กะเวลาออกจากบ้านมาถึงที่เรียนพลาดไปอีกแล้ว (นี่สินะชีวิตคือการเรียนรู้ ทั้งชีวิตมานี่ Error and trial เป็นพันๆรอบแล้วมั้ง แต่ก็นะ ไม่มีใครเก่งมาแต่เกิด) กะว่าจะออกมาหามื้อเที่ยงแถวที่เรียนกิน สรุป ถึงที่เรียนก่อนเวลาไป 10 นาที ที่พีคคือพี่มุ่ยมาเจอตอนกำลังจะ‘แหวก’ต้นไม้ไปเข้าห้องน้ำ (ไม่ใช่ห้องน้ำธรรมชาตินะ แค่มีต้นไม้วางเฉยๆ) หมดกัน ภาพลักษณ์อิภีส์ม

วันนี้เป็นวันที่เริ่มเรียนคอร์ส Digital art วันแรกและเป็นการฝึกงานอาทิตย์ที่สอง ตอนแรกก็นึกว่าจะเรียนเพนท์รึอะไร ปรากฏว่าเรามีแนวทางการวาดของตัวเองแล้วพี่มุ่ยเลยให้ทำงานจริงแทน พอได้ยินคำว่า ‘งานจริง’ ปุ๊บคิดแค่ว่า ต้องตั้งใจทำ แสดงตัวตนของตัวเองออกไปใส่ผลงาน แต่ไม่เกร็งเท่าที่คิด คงเพราะปกติเป็นคนที่มีความคิดแบบเนือยๆ ไม่ค่อยอินกับเหตุการณ์เท่าไหร่(เหรอ)

สปอยล์เลยละกัน งานเราเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์สมุดระบายสีของพี่มุ่ยนั่นแหละ ต้นคาบพี่มุ่ยก็ถามว่าจะเรียน Digital Portrait มั้ย แต่เราไม่ใช่พวกสายปาดหรือเพนท์ถึกเลยขออนุญาตบาย…. สรุปเลยร่างงานโปรเจกต์สมุดระบายสีเลยละกัน เริ่มเปิดคลิปสตูและตั้งเมาส์ปากกา Cintiq และร่างภาพร่างเล็กๆหรือที่เรียกว่า Thumbnail ให้พี่มุ่ยดู พอคอมโพสโอเคแล้วก็วาดของจริงโลด แอบดีใจที่ได้รับคำชมว่าการจัดคอมโพสพัฒนาขึ้น

ตัดเส้นอยู่ดีๆก็มีผู้ชายคนหนึ่งที่มีออร่าความอาร์ตแตกแผ่ออกมารอบตัวเดินมาหยุดที่หลังพี่มุ่ย เขาคือ ‘พี่ไม้’ อดีตลูกศิษย์พี่มุ่ย ปัจจุบันทำงานสอนวาดเองแล้ว ที่จริงเคยเจอกับพี่ไม้แล้วครั้งนึงแต่คราวนั้นไม่ได้คุยอะไรกันมาก(ที่จริงครั้งนี้ก็ด้วย55) จากการนั่งทำงานอยู่ข้างๆจับใจความได้ว่าพี่ไม้เอาตัวอย่างงานซัมติงมาให้ดู แอบเหลือบไปมองเป็นพักๆ โอ้มายก้อช งานพี่ไม้นี่สายเพนท์ถึกของแท้เลยค่า— ตรงข้ามกับเราสุดๆ บายค่ะบาย ภีส์มลูจะ Still be สายขี้เกียจ

หลังจากพี่ไม้กลับไป เราก็ร่างงานจนเสร็จ(ปวดหลังมากค่า) พี่มุ่ยบอกให้พักเพราะวันนี้เราดูเหนื่อย ใช่ค่ะพี่ เหนื่อยมาก ไม่ได้เหนื่อยเพราะงานพี่เลยค่ะ แค่ม.เปิดมาอาทิตย์แรกหนูก็ไปเป็นลมหน้าเซคแล้วค่ะพี่ขา(เรื่องจริง) ขณะกำลังนอนแหมะคาโต๊ะอยู่นั้น ก็มีคนต่างชาติคนนึงเดินมาหยุดที่หลังพี่มุ่ย….นี่มันวันประชุมสหประชาชาติชัดๆ….เราเดาว่าเขาคือ ‘คุณโจ’ ที่พี่มุ่ยเคยพูดถึงแน่ๆ และเราก็เดาถูก จากที่คุยๆกันคือคุณโจเป็นนักเรียนทุนป.โทอยู่ที่ม.ธรรมศาสตร์ เพิ่งกลับมาจากฝรั่งเศสบ้านเกิดเลยแวะมาเยี่ยมพี่มุ่ย พี่ท่านพูดไทยได้เยอะอยู่แต่ส่วนมากก็คุยกันเป็นภาษาอังกฤษนั่นแหละ พี่มุ่ยถามว่ากำลังโค้ชเราอยู่คุณโจคิดว่ายังไง เขาหันมามองเราแล้วบอกว่า “I think you’re lucky” อืม….ลัคกี้จริงๆนั่นแหละ ได้ทำอะไรที่อยากลองเยอะเลย แถมได้ทำงานจริงอีกตะหาก อย่างกับฝัน (กล้องตัดภาพมาวันที่เขียนเอนทรี่นี้งานยังไม่เสร็จ)

ยอมรับว่าเคยอิจฉางานวาดของคนอื่นนะ แต่อิจฉาไปแล้วเหมือนเอาพลังไปเททิ้ง เลยเอาพลังนั้นเตะตัวเองขึ้นมาฝึกวาดดีกว่า แน่นอนว่าการอิจฉาเป็นเรื่องปกติของมนุษย์เพราะงั้นมันไม่ผิดหรอกค่ะ ลองเอาความอิจฉามาพัฒนาตัวเองเท่านี้เราก็ก้าวไปอีกขั้นแล้ว ตอนนั้นเรามุ่งมั่นมากเลยเลือกลงเรียนคอร์สตัวต่อตัวกับพี่มุ่ย(จ่ายเงินเก็บตัวเองด้วยนะครับ…) พอวาดไปเรื่อยๆพร้อมกับได้รับคำแนะนำจากพี่มุ่ยจนเราค้นพบทางของตัวเอง เราก็ได้พบว่าเราไม่เห็นจำเป็นต้องอิจฉาใครเลย แต่ละคนก็มีจุดเด่นไม่เหมือนกัน บางคนลายเส้นสวย บางคนลงสีแสงเงาสวย บางคนเพนท์ถึกปาดถึก บางคนคอมโพสสวย ขอแค่เราเจอทางของตัวเอง เราก็ต่างจากคนอื่นแล้ว ตอนนี้เราเลยไม่รู้จะอิจฉาใคร แต่ตอนนี้ก็ยังเสพงานสวยๆอยู่เพื่อมาเป็นแรงบันดาลใจในการวาด ขอให้ทุกคนเจอทางที่ใช่ของตัวเองนะคะ :3

ป.ล. สารภาพท้ายเอนทรี่ อยากลองเรียกคุณโจว่าโจซังจังค่ะ ก๊าก

 

——————

สรุปเป้าหมาย Sat 23 Jan 16

– เรียน (สำเร็จ)

– แปลบทความเท่าที่ทำได้ (สำเร็จ)

– ติดต่อ (ไม่สำเร็จ)

– ไม่นอนดึก (สำเร็จ)

– ซื้อกระดาษทำเนมการ์ด (ไม่สำเร็จ)