livealive:ตอนที่ 3 ไอโอร่า

“เอเมซ่า!?”

ท่ามกลางไอร้อนผ่าวจากเปลวไฟที่กำลังรมผิวหนัง กลิ่นขนไหม้ฉุนขึ้นแตะจมูก แต่สัตว์ทั้งสามตัวยังคงไม่อนาทรร้อนใจกับเชื้อเพลิงที่หมายจะย่างสดตัวเอง สนทนาพาทีกันด้วยความใจเย็น

ซะที่ไหน!

main story by Meisan/Novel by Annliss

iola_by_meisan

 

“นี่อย่ามาล้อเล่นนะ” เอเมซ่าที่เพิ่งสำเหนียกถึงสภาพตัวเองกรีดร้องดิ้นพล่านอย่างรับความจริงไม่ได้ เดี๋ยวโกรธเดี๋ยวเศร้าอย่างกับคนเสียสติ “…นี่ฉันเป็นแมวจริงๆ เหรอ ไม่จริ๊ง!”

“ตอนที่ฉันรู้ว่าตัวเองเป็นแรคคูนก็สภาพไม่ต่างจากเธอหรอก” กาแอลถอนหายใจเฮือก

“นายกาแอล… ส่วนนายเคอร์ฮาส! ช่วยอธิบายทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

“เจ๊ ฉันว่าก่อนที่จะโวยวาย ช่วยกันคิดก่อนไหมว่าจะหลุดออกจากสภาพนี้ยังไง”

“นั่นสิ เอเมซ่าเธอเป็นแมวลองใช้กรงเล็บช่วยพวกเราสิ” เคอร์ฮาสเอ่ยเสียงเรียบราวกับเป็นเรื่องปกติ

เอเมซ่าลองทำตาม แต่เพราะเชือกที่รัดแน่นทำให้เธอไม่สมารถกระดุกกระดิกได้เลยสักนิด

“โทษที ฉันคงยังไม่คุ้นกับการใช้ชีวิตแบบแมว ทำไมไม่ลองใช้ฟันนายกัดเชือกดูล่ะ” สายตาเอเมซ่าจ้องฟันกระต่ายของเคอร์ฮาสอย่างทีเล่นทีจริง

“ลืมมันซะเถอะเอเมซ่า” เคอร์ฮาสปฏิเสธหน้านิ่ง ก่อนจะนึกอะไรออก “แล้วอาวุธพวกนายล่ะ อยู่ที่ไหน”

“โทษที พวกชาวบ้านยึดไปแล้ว” เอเมซ่าคอตก

“โอ๊ะ!” กาแอลอุทานเมื่อนึกอะไรขึ้นได้

“มีอะไรกาแอล” เคอร์ฮาสหันขวับไปถาม

“ฉันจำได้ว่าเสียบดาบไว้ตรงหลัง แต่ทำไมถึงไม่รู้สึกว่าจู่ๆ มันก็หายไปหรือว่ามันหล่นตอนโดนชาวบ้านจับตัว” กาแอลเอียงหน้าท่าทางไม่แน่ใจ

“ไอ้งี่เง่ากาแอลเอ๊ย!” เอเมซ่าแขวะอย่างอดไม่ได้

“เธอก็ไม่ต่างจากฉันหรอกน่า นายด้วยเคอร์ฮาส ทำยังไงถึงมาอยู่ในสภาพนี้ได้ห๊ะ”

“ฉันตกลงไปในบ่อน้ำ ทอนฟาอยู่ที่นั่น พวกชาวบ้านช่วยฉันขึ้นมาจากบ่อน้ำ แล้วจับฉันย่างไฟ เด็กผู้หญิงคนนั้น…” เคอร์ฮาสเล่าเรื่องของตัวเองแต่ไม่มีใครฟังรู้เรื่อง

“นายไหวหรือเปล่าเคอร์ฮาส”

กาแอลเหลือบมองสหายร่วมชะตากรรมด้วยความเป็นห่วงระหว่างนั้นเสียงใสหวานของเด็กผู้หญิงท่าทางซุกซนคนหนึ่งก็ดังขึ้น

“อา… กลิ่นหอมจัง หื้ม! นึกว่ามีแค่กระต่ายนี่จับแรคคูนกับแมวได้ด้วยเหรอ ว่าแต่เจ้าพวกนั้นเข้าตาจนกันแล้วจริงๆ สิน้าถึงได้จับแมวมาย่างไฟด้วยเนี่ย แมวป่าก็ว่าไปอย่างแต่นี่ดูยังไงก็แมวบ้านชัดๆ”

เด็กผู้หญิงผมทองดวงตากลมโตสีเงินใสราวกับกระจกยื่นเข้าไปส่องดูใบหน้าแมวใกล้ๆ

“เหมี๊ยว!” เอเมซ่าร้องออกมาอย่างตกใจ ก่อนจะขู่ฟ่อด้วยความโมโหที่อีกฝ่ายทำให้ตนเสียขวัญ

“เธอ!”

เคอร์ฮาสจำเด็กผู้หญิงคนนั้นได้ตั้งแต่แรกเห็น

“หืม…” เด็กนั่นหันไปมองกระต่ายขนฟูสีขาวแล้วกะพริบตาปริบๆ อย่างรู้สึกตื่นเต้น “…น่าสนใจแฮะ”

“เฮ้! แม่หนูช่วยเราด้วย เราไม่ใช่สัตว์นะ พวกเราเป็นคนช่วยด้วย ไฟนี่มันจะทำตูดฉันเกรียมแล้ว จ๊ากร้อนๆ” กาแอลเริ่มทนไม่ไหว ร้องจ้าอย่างอยู่ไม่สุข

“หืม แต่ดูยังไงก็แรคคูน กระต่าย และแมว สัตว์ชัดๆ”

“ไม่ใช่! สัตว์บ้าอะไรจะพูดได้เล่า” กาแอลเถียงหืดขึ้นคอ

“ก็สัตว์ในโลกนี้ไง”

เคอร์ฮาสกะพริบตามองรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าเด็กหญิงที่เหมือนไม่เคยทุกข์ร้อนต่อสิ่งใดในโลกอย่างสะดุดความคิดตัวเอง

ไม่มีสัตว์ปกติที่ไหนจะพูดภาษามนุษย์แน่…

“จะว่าไปฉันยังไม่เจอสัตว์ตัวอื่นๆ นอกจากพวกเราเลยนะ เจอก็แต่สไลม์” กาแอลหันไปมองหน้าเคอร์ฮาสอย่างจริงจัง เด็กหญิงเบิกตาโพลงทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ก่อนจะโพล่งออกมาราวกับเป็นเรื่องใหญ่

“นั่นก็เพราะว่าสัตว์ทุกตัวในอาณาจักรนี้ถูกราชินีจับตัวไปน่ะสิ”

“ราชินี” เคอร์ฮาสขมวดคิ้วมุ่นเมื่อได้ยินเรื่องราวที่น่าสนใจ

“เฮ้! ยัยเด็กบ๊อง ก่อนอื่นช่วยแก้มัดพวกเราก่อนได้ไหม จะไหม้แล้ว!” เอเมซ่าที่อดทนฟังมานานร้องตะโกนเพราะความร้อนที่แผดเผาจนแสบร้อนไปหมดทั้งตัว กลิ่นขนไหม้ลอยแตะจมูก ทำเอาเวียนหัวและอยากอาเจียนไปพร้อมๆ กัน เพิ่งรู้ว่าสัตว์ที่ถูกจับย่างสดมันทรมานอย่างนี้นี่เอง หญิงสาวนึกในใจว่าหากรอดไปได้จะไม่จับสัตว์มาปิ้งกินเด็ดขาด คิดแล้วก็น้ำตาจะไหล รู้สึกสังเวชตัวเองที่ต้องมีชะตาน่ารันทดแบบนี้ จากสาวงามกลายเป็นแมวย่างไปเสียแล้ว จะร้องไห้…

“ช่วยเหรอ? แล้วทำไมไอโอร่าต้องช่วยพวกนายด้วย”

เด็กหญิงเลิกคิ้ว เอามือสองข้างเท้าคางมองสัตว์สามตัวด้วยสายตากลมแป๋ว มองไม่เห็นประโยชน์อันใดที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือสัตว์ที่กำลังจะกลายเป็นอาหารเย็นคืนนี้

“ฉันจะให้ในสิ่งที่เธอต้องการ”

เคอร์ฮาสโพล่งออกมาอย่างหนักแน่นราวกับผ่านการไตร่ตรองมาดีแล้ว

“ว้าว! สิ่งที่ไอโอร่าต้องการงั้นเหรอ…” เด็กหญิงทำหน้านึก นิ้วมือขยับบนแก้มอย่างเป็นจังหวะพลางเอียงหน้าไปมาด้วยท่าทางใจเย็น ไม่สนว่าเปลวไฟกำลังลุกโชนแค่ไหน

“ใช่ ทุกสิ่งที่เธอต้องการ”

“แต่สิ่งที่ไอโอร่าต้องการมันยิ่งใหญ่มากเลยนะ กระต่ายหนึ่งตัวกับแรคคูนและก็แมวบ้านธรรมดาๆ จะไปทำอะไรได้”

“ใครแมวบ้านยะ!” เอเมซ่าแหว

แต่ไอโอร่าไม่ได้สนใจเพราะคนเดียวที่ดึงดูดสายตากลมแป๋วของเด็กหญิงก็คือเคอร์ฮาสในร่างกระต่าย

“ฉันสามารถบันดาลให้เธอได้ทุกสิ่งเด็กน้อยเพราะว่า” เคอร์ฮาสชะงัก ไม่แน่ใจว่าจะพูดมันออกมาดีหรือเปล่า

เสียงที่จู่ๆ ก็หยุดลงกะทันหันของเคอร์ฮาสกระชากอารมณ์คนฟังได้อย่างชะงัด ไม่เว้นแม้แต่กาแอลและเอเมซ่าที่ลุ้นยิ่งกว่าไอโอร่าซะอีก

“เพราะว่าอะไรเคอร์ฮาส” กาแอลซักไซ้ กะพริบตาปริบๆ อย่างสงสัยใคร่รู้ว่าเคอร์ฮาสจะเอาอะไรมาต่อรองเพื่อให้เด็กคนนั้นสนใจขึ้นมา

“…” ไอโอร่าจ้องมองตาไม่กะพริบ จดจ่อรอฟัง

“เพราะฉันคือเจ้าชายแห่งโซลาเรีย”

ทุกคนเงียบกริบ… กาแอลกับเอเมซ่านิ่งงันอย่างไม่มีใครปริปากอะไรออกมา ในขณะที่ดวงตาสีเงินใสคล้ายกระจกของไอโอร่าค่อยๆ เบิกกว้างจนสุด แววตากลมเปล่งประกายวาววับอย่างรู้สึกตื่นเต้น

“ว้าว! นึกไม่ถึงเลยว่าฉันจะได้เจอเจ้าชายในสภาพนี้” ไอโอร่าตะแคงหน้ามองด้วยท่าทางล้อเลียน “เนื้อเจ้าชายกระต่ายย่างก็ไม่เลวนะ”

เคอร์ฮาสไม่ขำ

แต่แววตายะเยือกของเคอร์ฮาสก็ทำให้ไอโอร่าหัวคิ้วกระตุก หยุดล้อเล่นแล้วกอดอกจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาเคอร์ฮาสราวกับจะค้นหาอะไรบางอย่าง เด็กหญิงชักสีหน้าขึงขังเป็นครั้งแรก

“ก็ได้ ฉันจะช่วยนายเจ้าชายกระต่ายเพื่อแลกกับสิ่งที่ฉันต้องการ”

ไอโอร่าไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก มองซ้ายแลขวาดูต้นทาง เมื่อทางสะดวกก็รีบเข้ามาแก้มัดให้กระต่ายทันที

“เฮ้! แล้วพวกเราล่ะ” กาแอลร้องเมื่อไอโอร่าทำท่าจะพาเคอร์ฮาสออกไปทั้งๆ ที่เขากับเอเมซ่ายังถูกมัดขึงอยู่กลางกองไฟ

“หืม?” ไอโอร่าหันมองสัตว์สองตัวด้วยสายตาไร้ความสนใจ “ทำไมไอโอร่าต้องช่วยนายด้วย”

กาแอลนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะนึกได้ โพล่งออกมาจนลิ้นแทบจะพันกัน

“ฉะฉัน! ฉันก็จะให้ในสิ่งที่เธอต้องการ ช่วยฉันด้วย”

“ฉันด้วย…” เอเมซ่าตะโกนออกมาอย่างรู้สึกเสียหน้า รู้สึกเจ็บใจที่ต้องติดหนี้ชีวิตเด็กน้อย

“พวกนั้นเป็นเพื่อนฉัน ช่วยพวกด้วย” เคอร์ฮาสพูดอย่างคล้ายจะออกคำสั่งก็ไม่ใช่ขอร้องก็ไม่เชิง

“สัญญาก็คือสัญญา ถ้าพวกนายปฏิเสธสิ่งที่ไอโอร่าต้องการ ไอโอร่าจะไม่ให้อภัยเด็ดขาด”

“สะสัญญาด้วยเกรียติของแรคคูนเลย!” กาแอลรีบให้สัญญา

“สัญญา…” เอเมซ่าเบือนหน้าไปด้านข้างอย่างอับอาย

“เยี่ยม งั้นจะช่วยละนะ…”

“เฮ้ย! ทำอะไรน่ะ!”

ระหว่างไอโอร่ากำลังจะเข้าไปแก้มัดให้กาแอล เสียงพวกชาวบ้านที่ผ่านมาเห็นพอดีก็ร้องตะโกนออกมาอย่างสงสัย พวกมันรีบย่างสามขุมเข้ามาหาทันทีที่เห็นสิ่งผิดปกติ

“เฮ้! แม่หนูแกทำอะไร แล้วกระต่ายหายไปไหน”

เสียงชาวบ้านฉุดให้ทุกคนรู้สึกตัว กวาดตามองหาเคอร์ฮาสเลิ่กลั่ก ไม่มีใครสังเกตเห็นสักนิดว่าอีกฝ่ายหายไปตอนไหน

ชาวบ้านเดินงุ่นง่านอารมณ์เสียเข้ามาที่กองไฟ วาดมือออกไปคว้าคอเสื้อเด็กหญิงแล้วยกขึ้นจนเท้าเล็กๆ ลอยเหนือพื้น

“เจ็บนะ”

“ยัยหนู แกทำอะไรกับอาหารค่ำหา กระต่ายหายไปไหน”

“เรื่องนั้นไอโอร่าก็สงสัยอยู่เหมือนกัน” เด็กหญิงเอียงคอ สีหน้าแสดงความสงสัยมากกว่าจะทุกข์ร้อนกับเหตุการณ์ตรงหน้า นั่นยิ่งกระตุ้นอารมณ์ของชายฉกรรจ์ให้คุกรุ่นขึ้นไปอีก

“หา! อย่ามากวนประสาทฉันนะ คิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรเธอหรือยังไง กระต่ายอยู่ที่ไหน!”

“ฉันอยู่นี่…”

“หา?”

ผลั๊วะ!

เสียงห้าวหาญประกาศตัว เงาดำสายหนึ่งพุ่งออกมาจากจุดอับสายตา กระโดดตีลังกากลางอากาศแล้วฟรีคิกเข้าที่ท่อนแขนบนของชายฉกรรจ์อย่างหนักหน่วงและรุนแรง สามารถส่งอีกฝ่ายถลำเข้าไปในกองไฟได้ถึงครึ่งตัว

“อ๊าก! ร้อนๆ”

ฉันฉกรรจ์ร้องจ๊ากท่ามกลางสายตาตกตลึงของเพื่อนทั้งสอง

“นายทำไงเคอร์ฮาส ฉันหมายถึงนายอยู่ในร่างกระต่ายไม่น่าจะมีแรงมากขนาดนี้” กาแอลละล่ำละลักพูดออกมาอย่างตื่นเต้นแกมประหลาดใจ

“เรื่องนั้นเอาไว้คุยกันทีหลัง ตอนนี้รีบหนีไปจากที่นี่ก่อน ช่วยหน่อยไอโอร่า” เคอร์ฮาสหันไปขอร้องเด็กหญิงที่หลุดพ้นจากเงื้อมมือของชายฉกรรจ์แล้ว

“อื้ม”

ไอโอร่าพยักหน้า เข้าไปปลดเชือกที่มัดเอเมซ่าออกอย่างไม่ลีลา เจ้าคนที่ถูกเตะเข้าไปในกองไฟเมื่อครู่รีบพุ่งออกจากเปลวเพลิงแล้ววิ่งพล่านไปทั่วพลางตะโกนหาน้ำด้วยท่าทางเจ็บปวด

“เฮ้ยทำอะไรกันน่ะ!” ชาวบ้านแห่กันออกมาดูเมื่อได้ยินเสียงร้อง

“รีบไปกันเถอะ เร็ว!”

เคอร์อาสวิ่งนำทุกคนออกไปทันทีที่เป็นอิสระ

“นั่นมันอาหารหนิ พวกมันกำลังจะหนี! รีบตามไปจับมันไว้เร็ว”

มีร้องตะโกนบวกเสียงฝีเท้าไล่ตามมาไม่หยุด โชคดีที่เป็นกลางคืนจึงสามารถหลบพลางตัวได้ง่ายกว่า…

“ทางนี้” ไอโอร่าทำหน้าที่นำทางไปโดยปริยาย ทุกคนวิ่งตามเด็กหญิงไปอย่างไม่มีข้อสงสัยอะไรทั้งนั้น วินาทีนี้คิดแต่เรื่องหนีอย่างเดียว

กระทั่งถึงเนินผา

สัตว์จำแลงทั้งสามตัวเบรกเท้ากันแทบไม่ทัน!

“แว๊ก! นี่มันหน้าผาหนิ” กาแอลใจหายยวบเมื่อพลั้งขาลงไปในเหวข้างหนึ่ง โชคดีที่เคอร์ฮาสคว้าหางฟูๆ ของแรคคูนเอาไว้ได้ทัน ไม่งั้นคงได้ไปเฝ้ายมบาลก่อนใครเพื่อน

“ระวังหน่อย” เคอร์ฮาสดึงกาแอลกลับมาบนเนินผา มิวายกล่าวเตือนก่อนจะปล่อยมือแล้วหันไปสนใจพวกชาวบ้านที่ไล่ตามมาทัน

“คิดว่าจะหนีพ้นเรอะ!” พวกชาวบ้านถืออาวุธครบมือย่ำเท้าเข้ามาใกล้อย่างไล่ต้อน

“นี่มันอะไร ทำไมเธอถึงพาพวกเรามาที่หน้าผา” เอเมซ่าหันไปโวยวายใส่ไอโอร่าสลับกับมองพวกชาวบ้านอย่างระแวง

ระหว่างนั้นพวกชาวบ้านก็เข้ามาใกล้ในระยะที่สามารถเหวี่ยงดาบถึง ชายฉกรรจ์คนหนึ่งจ้องมองสัตว์สามตัวกับเด็กหญิงด้วยสายตาอำมหิตแกมหิวโหย ยกไม้ตะบองหนามในมือขึ้นสุดแขนแล้ววาดเข้าใส่เป้าหมายอย่างไร้แววปราณี เช่นเดียวกับชาวบ้านคนอื่นๆ ที่กำลังมองมาด้วยสายตาเลือดขึ้นหน้า

“กลายเป็นกระต่ายบดไปซะเถอะแก!”

“ตาย… ตายแน่ๆ” กาแอลกลั้นหายใจอย่างร้อนรน ถูกบีบให้ไม่เหลือทางรอด ข้างหน้าก็ศัตรูข้างหลังก็เหว!

“โดด!”

ไอโอร่าดึงมือเคอร์ฮาสกระโดดลงหน้าผาก่อนที่ไม้ตะบองจะเหวี่ยงมาถึง

“เฮ้ยเคอร์ฮาส!”

“ไปเร็ว!” เอเมซ่าคว้าหูกาแอลที่มัวแต่กระสับกระส่ายโดดหน้าผาตามเคอร์ฮาสกับไอโอร่าไปทันที

เสียงหวีดร้องลั่นดังกรีดแทรกความเงียบงันของหุบผาขึ้นมา ก่อนจะแผ่วหายไปอย่างไร้วี่แวว…

ถ้าหากชอบในเนื้อหาและต้องการสนับสนุน sasi tanadeerojkul สนับสนุนได้ที่ Patreon ค่ะ