10 ขั้นตอนออกแบบแบรนด์ส่วนบุคคล ตอนที่ 2/3

04. สร้างโลโก้

งานนี้เรารู้ดีว่าเป็นงานยากหลายๆคนไม่อยากทำ แต่ว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเพราะโลโก้ เราสามารถควบคุมความซับซ้อนได้ตามใจอยาก เราอยากให้มีรายละเอียดขนาดไหน ก็วางแผน และออกแบบโลโก้ หรือคุณสามารถใช้หน้าตาโลโก้ที่ดูธรรมดาแบบใช้ฟอนท์ธรรมดาหรือที่เรียกว่า logotype

logotype คือโลโก้ที่ประกอบไปด้วยชื่อแบรนด์ที่เขียนขึ้นมาจากฟอนท์ใดฟอนท์หนึ่ง บางครั้งหน้าตาฟอนท์ก็ถูกปรับในบางวิธี บางครั้งก็ไม่ มันอาจจะฟังดูน่าเบื่อและง่าย แต่ logotype สามารถเป็นโลโก้ที่มีประสิทธิภาพและช่วยในการประหยัดเวลาถ้าคุณไม่อยากใช้เวลามากในการหาโลโก้แบบภาพ

อย่างแรกเรามี  logotype อันนี้ดีไซน์โดย เจิน จื่อ เหลียง ซึ่งดูง่ายมากโดยใช้ความสะอาดและ bold serif typeface เป็นโลโก้ของเขา เมื่อจับคู่กับสีทองอุ่นที่เป็นสีลายเซ็นและสีดำกริบรวมไปถึงสีขาว เจินได้สร้างให้เกิดความง่ายและยืดหยุ่นและการออกแบบที่ได้ผลชะงัดสำหรับแบรนด์ของเขา รวมไปถึงคุณสามารถปรับเปลี่ยนโลโก้นี้ได้ง่ายอีกด้วย

4_Logo_1-662x458

 อันที่สองเรามีโลโก้ที่ไม่ได้ใช้ตัวอักษรเลย ดีไซน์โดยอัมฤทธิ์ พาล สิงห์ ใช้รูปทรงเราขาคณิต สีที่สดใสและรูปร่าง A เพื่อสร้างให้เกิดการออกแบบที่ทันสมัย เขาได้ทำโลโก้ด้วยความง่าย ความเป็นเรขาคณิต และหน้าตาฟอนท์แบบ Serif ที่ใส่ชื่อลงไปในโลโก้และแบรนด์ของเขา

4_Logo_2-662x999
และสุดท้ายเรามีโลโก้ที่ผสมเอาสองไอเดียเข้าด้วยกัน ภาพประกอบและองค์ประกอบทางกราฟิค โลโก้นี่สร้างโดยจอห์นนี่ บริโต โดยใช้  logotype ที่ผูกเข้ากับกราฟิคที่คม ความสวยงามของกราฟิคที่รวมเอาหน้าตาฟอนท์กับภาพประกอบที่คุณสามารถสื่อสารกับผู้ชมได้ในทางเดียวกับที่เราทำ อย่างเช่น ในตัวอย่างนี้ใช้ Pencil motif ทำให้เกิดอะไรที่สร้างสรรค์ได้
4_Logo_3-662x495

เหนือไปจากไอเดียที่ออกแบบโลโก้ให้เป็นรูปเป็นร่าง ลองคิดถึงวิธีที่คุณต้องการให้แบรนด์ของคุณเขียนออกมาเป็น copy ยังไง คุณต้องการให้มันออกมาดูมีสไตล์ในบางทีหรือเปล่า อย่างเช่น บริษัท Foursquare ระบุว่ามันต้องเขียนว่า ‘Foursquare’ ไม่ใช่ FourSquare,foureSquare หรืออื่นๆ

จำไว้ว่าจุดมุ่งหมายของการสร้างโลโก้ ไม่ว่าจะเป็นฟอนท์อะไรที่คุณเลือก มันช่วยสร้างการแทนภาพของแบรนด์คุณ เมื่อเราพูดว่า ‘Coca-Cola’ ภาพของคุณคือโลโก้แดงใช่หรือไม่ ในขณะที่นั่นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่เราสามารถเลียนแบบ พยายามสร้างโลโก้ที่ดูออกและเหมาะสมกับแบรนด์ของคุณ

05.  พัฒนาฟอนท์ที่สร้างขึ้นเองและพาเลตด้วย

สีเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง เพราะฉะนั้นมันจึงสำคัญที่คุณไม่ล้อเล่นกับเรื่องนี้ สีสามารถเปลี่ยนการรับรู้ในแบรนด์ของคุณ สร้างให้เกิดอารมณ์และความรู้สึก และสิ่งที่สำคัญคือมันสามารถสร้างหรือทำลายการออกแบบของคุณได้ เพราะฉะนั้นใช้เวลาในการสร้างพาเลตเพื่อให้เหมาะสมกับแบรนด์ของคุณและให้เวลาตัวคุณเองในการที่จะทำให้มันถูกต้อง

กฏปกติแล้วก็คือเมื่อมาถึงการสร้างพาเลตสีนั้น ให้ยึดสีสามสีหรือน้อยกว่าเพื่อทำให้การออกแบบของคุณดูสะอาดและไม่ละลานตาจนเกินไป
อย่ากลัวที่จะใส่ผิวสัมผัสหรือแพทเทิร์นด้วย ตรงนี้สามารถไปไกลเลยในแบรนด์ของคุณ และสามารถทำให้คุณนั้นโดดเด้งออกมาจากคู่แบ่ง มาดูแบรนด์ส่วนบุคคลของเลตา โซเบียราจสกี้ ที่ใช้การออกแบบที่เรียบง่ายที่ทำให้มีชีวิตผ่านทางสีที่ตัดกันของขาวดำเหลืองและแพทเทิร์นสองสีที่คม

5_Colour_1-662x441

 

เหมือนกันกับสี คุณควรสร้างพาเลตของฟอนต์ เรารู้ว่าสีมากเกินไปทำให้ลายตา แต่ว่าคนหลายคนไม่รู้ว่ากฏนี้ก็ใช้ได้กับงานฟอนต์เช่นกัน

อีกละ เหมือนกับสีเลยคุณต้องกำหนดชนิดของฟอนต์ที่คุณใช้ให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ พยายามให้ได้ลงตัวที่สุดในระหว่าง 2-3 ใช้เวลาในการเลือกฟอนต์ด้วย จับคู่ฟอนต์ที่แตกต่างกันสองฟอนต์นั้นอาจจะยากหน่อยและอาจหลอกตาได้ ดังนั้นพยายามเลือกฟอนต์ที่มีความเข้ากันได้หรือว่าตัดกันไปเลยคมๆ

ดูตัวอย่างจาก โซเฟีย ซอสท์กีวิคซ์ ที่ใช้ตัวอักษรสคริปต์ที่อลังการและ serif แบบง่ายๆเพื่อที่สร้างให้เกิดเอฟเฟ็คที่ดูมีชั้นเชิงและอลังการ พยายามทำในสิ่งที่โซเฟียทำและจับคู่ฟอนต์ที่แตกต่างกันเหมือนกับสคริปต์อันนั้นด้วยฟอนต์ที่ง่ายกว่า(serif) เพื่อทำให้ทุกอย่างดูเป็นทางการในขณะที่สวยงาม

5_Colour_2-662x1235

06. ทำให้สม่ำเสมอ

สิ่งนี้เราจะเรียกว่าเป็นกฏที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการสร้างแบรนด์-ความสม่ำเสมอ แบรนด์ที่สร้างบนความสม่ำเสมอ หรือดีไซน์ที่คุ้นเคย โทน และพื้นฐาน และเช่นเดียวกัน แบรนด์สามารถทำให้แย่ลงได้จากการไม่สม่ำเสมอ อย่าเข้าใจผิดว่าสม่ำเสมอคือการ “ทำสิ่งเดิมๆซ้ำๆทุกวัน”

แบรนด์ที่สม่ำเสมอไม่จำเป็นต้องด้านชา,น่าเบื่อ,หรือคาดเดาได้

ดูตัวอย่างจากหนังสือของมารีนา เซอร์ทูเช่และนำมาผสมกันเล็กน้อย ดูตัวอย่างด้านล่างว่าบางครั้งเธอใช้สีดำและทอง และบางทีก็ทองบนขาว หรือทองบนดำ ทำให้ colorscheme และฟอนต์ของคุณสม่ำเสมอ แต่รวมมันเข้าด้วยกันในแต่ละชิ้นเพื่อให้งานพูดได้ด้วยตัวเอง

6_Consistent-662x880

07. สร้าง online platform  ของคุณ

อย่างที่คุณรู้อยู่แล้ว การสร้างแบรนด์ไหนก็ตามหมายความว่าคุณต้องสามารถเข้าถึงในช่องทางออนไลน์ได้ โดยทั่วไป หมายถึงเว็บไซต์ และอีเมล์และเกือบจะตลอดเวลาหมายถึงโซเซียลมีเดีย

โซเซียลมีเดียไม่ใช่แค่เครื่องมือสำหรับการผ่อนคลายเช่นเดิมอีกแล้ว ในทุกวันธุรกิจได้ลงมาทุก platform และใช้มันในการสร้างเครือข่าย,โฆษณา,แสดงฝีมือ และสร้างให้เกิดแบรนด์ที่ชัดเจน

ดังนั้นคุณต้องออกแบรนด์ส่วนบุคคลของคุณไปยังโซเซียลมีเดียต่างๆ

แต่โซเซียลมีเดียอันไหนที่เราควรกระโดดลงไปเล่น ไม่ใช่ทุกเว็บเหมือนกัน ทำอย่างเดียวกัน หรือเหมาะสมกับเครื่องมือแบบเดิมกัน ดังนั้นมาดูกันว่าคุณควรไปทางไหน

facebook page ตอนนี้เห็นได้เยอะแยะทั่วไป แบรนด์ส่วนมากจากนักออกแบบไปจนถึงบริษัทกฏหมายดูเหมือนจะมี facebook page กันหมด เพราะว่า  facebook เป็นเว็บที่คนเข้าเป็นอันดับสองรองจาก  google ดังนั้นการที่คุณจะมีโอกาสเชื่อมต่อคนผ่านทางช่องทางนี้จึงมีมาก

Pinterest นั้นดีต่อแบรนด์ที่มีรูปหรือ visual content ให้แชร์ ไม่ว่าจะเป็นบลอคเกอร์ ดีไซเนอร์ ศิลปิน บริษัทต่างๆที่สร้าง infographic Pinterest เป็นแหล่งที่ดึงดูด traffic เป็นอันดับสองรองจาก google  ดังนั้นการใส่ผลงานของคุณลงไปใน Pinterest คุณได้เพิ่มโอกาสในการที่มันจะได้แชร์และเว็บไซต์ของคุณจะได้รับการเยี่ยมเยียน เป็นการ win/win

Twitter นั้นเยี่ยมยอดกับธุรกิจที่ต้องการโพสต์อัพเดทสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับทุกคนที่โพสต์คอนเทนต์หรือเนื้อหาสม่ำเสมอ เช่น บทความ หรืออัพเดท ทวิตเตอร์นั้นยังเหมาะกับการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคและเพื่อ ด้วยความง่ายและเร็ว เพราะทวิตเตอร์ให้คุณโพสต์สั้นๆ เร็วๆ มันจึงเป็นเครื่องมือที่ดีในการสร้างโทนในการเขียน

สำหรับเหล่า Creative เช่น ศิลปิน,นักวาด,นักออกแบบและนักพัฒนา เว็บอย่าง Dribble และ Behance เป็นการเชื่อมต่อที่เยี่ยมยอดและสามารถได้รับคำแนะนำจากคนอื่นๆในวงการเดียวกัน เว็บไซต์เหล่านี้ยังมีบอร์ดหางานสำหรับผู้ว่าจ้าง การโพสต์งานในนั้นคุณจึงอาจจะได้งาน ซึ่งมีแต่แง่ดี

 

อินสตาแกรมเป็นเครื่องมืออีกอันหนึ่งที่ได้รับความนิยมและมีความแข็งแกร่งต่อแบรนด์มากๆ อินสตาแกรมนั้นมีประโยยชน์ต่อหลายๆแบรนด์ แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์ไหนก็ตามที่มีการใช้งานรูปและองค์ประกอบทางสายตา,วีดีโอ ดังนั้นถ้าคุณมีรูปเยอะ ก็ถ่ายรูปแล้วแชร์ลงอินสตาแกรม หรือจะเป็นรูป WIP (work in progress) ก็ได้ คุณต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งในการสร้างฐานผู้ติดตามและเนื้อหาของคุณในอินสตาแกรม

นอกจากโซเซียลมีเดียแล้วคุณควรที่จะมีเว็บไซต์และอีเมล์ของตัวเอง ถามตัวเองว่า คนจะหาฉันพบได้อย่างไร และจะติดต่อฉันได้อย่างไร ถ้าคุณมีความชัดเจนต่อคำถามเหล่านั้นแปลว่าคุณทำได้แล้ว!

reference: