ทำความรู้จักกระดาษเขียนโคปิคและวิธีใช้ในโปรเจคต่างๆ

/, อื่นๆ/ทำความรู้จักกระดาษเขียนโคปิคและวิธีใช้ในโปรเจคต่างๆ

มาดูกระดาษเขียนโคปิคกันค่ะ

paper

Screen Shot 2016-08-24 at 7.56.02 AM
กระดาษเคลือบ vs กระดาษไม่เคลือบ

กระดาษไม่เคลื่อบ
กระดาษพื้นฐานตกอยู่ในหัวข้อนี้ กระดาษสามารถมีความหนาหลากหลายตั้งแต่กระดาษถ่ายเอกสารธรรมดาไปจนถึงบอร์ดวาดรูปที่หนาหนัก กระดาษไม่เคลือบคลายชนิดมีความนุ่มและเปื้อนง่าย ดังนั้นเทสต์กระดาษใหม่ก่อนจะใช้มันทุกครั้งในโปรเจคใดๆก็ตาม

กระดาษเคลือบ
ไม่ใช่กระดาษเคลือบทุกชนิดจะเหมือนกัน บางอันมีผิวสัมผัส และบางอันก็เรียบ เมื่อใดก็ตามที่คุณใช้มาร์คเกอร์กับกระดาษเคลือบ ให้ทดลองเพื่อดูว่าหมึกนั้นสร้างตัวขึ้นมาอย่างไรบนพื้นผิว หมึกปากกาแห้งยังไง และเอฟเฟคของกระดาษเคลือบมีผลกระทบยังไงกับเบลนเดอร์ไร้สี
coatedvsuncoated_deer_paper_101

กระดาษเคลือบและกระดาษไม่เคลือบ

Glossy Paper(กระดาษเงา)

กระดาษเงาใช้ได้ดีกับโคปิค อย่างไรก็ตาม มันไม่สามารถลงสีในวิธีการแบบเดิมกันกับกระดาษไม่เคลือบได้ เมื่อทำงานกับกระดาษเงา ให้ดราฟบนกระดาษที่ใช้วาดรูปธรรมดา ใช้มาร์คเกอร์ที่เข้มกว่าที่ใช้กับกระดาษไม่เคลือบ สีที่จางมากๆจะไม่แสดงบนกระดาษชนิดนี้

กระดาษเงานั้นเคลือบ ซึ่งไม่ทำให้กระดาษนั้นดูดซับหมึก นั่นหมายความว่าเลเยอร์หรือชั้นของสีไม่สามารถเกาะตัวขึ้นไปและทำให้สีกลมกลืนกันได้อย่างเรียบเนียนเหมือนกระดาษชนิดอื่นๆ

เบลนเดอร์ไร้สีทำงานไม่เหมือนเดิมบนกระดาษเงา เหมือนกับกระดาษชนิดอื่นๆ กระดาษเงานั้นไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้นถ้าความผิดพลาดนั้นถูกทำขึ้นมา (อย่างเช่นการลงหมึกออกนอกเส้น)ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยเบลนเดอร์ไร้สี

กระดาษเงาสามารถใช้หมึกน้อยกว่า หมึกน้อยกว่าหมายความว่าสีจางลงและสีจะอยู่ได้นานขึ้นเนื่องจากการดูดซับน้อย

Screen Shot 2016-08-24 at 8.13.27 AM

 

Vellum และกระดาษไข

Vellum และ กระดาษไข ทำให้หมึกนั้นสามารถอยู่บนพื้นผิวได้ ไม่ดูดซับลงไปบนกระดาษ Vellum ทำให้มาร์คเกอร์สามารถลบได้โดยไม่เหลือขอบ Vellum หรือ กระดาษไขนั้นใส ทำให้สีสามารถมองผ่านอีกด้านหนึ่งของกระดาษ

Screen Shot 2016-08-24 at 8.34.36 AM

การเทสต์มาร์คเกอร์สำหรับกระดาษไม่เคลือบ

Step 1

บนกระดาษที่คุณใช้เทสต์ วาดวงกลมด้วยเส้นโคปิค ให้หมึกแห้งอย่างสมบูรณ์ ในขณะที่กระดาษบางชนิดไม่ดูดซับสีเท่าอย่างอื่น ด้วยสีมาร์คเกอร์ที่อ่อน ลงสีในกลางวงกลม ทำให้แน่ใจว่ากระดาษนั้นมีความชุ่มชื้นเท่ากัน ระบายให้สุดขอบแต่อย่าเกิน และทิ้งไว้สักพัก

Step 2:

ระบายสีบนกระดาษอีกครั้ง นี่คือวิธีทางที่จะเห็นว่าปริมาณหมึกเท่าไรที่จะทำให้กระดาษนั้นแฉะเกินไป

โน็ต:หมึกมาร์คเกอร์นั้นอยู่บนที่ๆมันควรอยู่หรือเปล่า มันเลยไปเหนือเส้นหรือเปล่า ถ้าสีได้ลงอย่างถูกต้องแล้วและหมึกมาร์คเกอร์ยังวิ่งอยู่ แปลว่ากระดาษนุ่มไปและมันทำให้ลงรายละเอียดยาก

Step 3:

นำสีที่สอง ที่เข้มกว่า และระบายให้จางไปสู่ครึ่งวงกลม โดยใช้สีที่อ่อนที่สุดสีแรก เติมเต็มวงกลมในพื้นที่ๆสีทั้งสองมาเจอกัน เทสต์อันนี้เพื่อทดสอบว่าสีนั้นมีการเบลนด์ดีหรือไม่ กระดาษเขียนสีน้ำทำให้กระดาษชุ่มหมึกเกินไปและมันก็ผิวแข็งเกินที่จะเบลนด์หรือผสมสีด้านบนและทำให้มาร์คเกอร์นั้นแห้งเร็วอีกด้วย

Step 4:

ทำให้สีทั้งบริเวณนั้นแห้งอย่าวทั่วถึง ใช้เบลนเดอร์ไร้สี แตะลงบนบริเวณสี ดูว่าสีนั้นถูกเอาออกจากบริเวณนั้นหรือไม่ มันจางลงไหมเมื่อเบลนเดอร์แตะกระดาษ กระดาษบางอย่างทำให้ขอบคมกว่ากระดาษชนิดอื่นๆ นี่เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องจำไว้เมื่อใช้เบลนเดอร์ไร้สี

Screen Shot 2016-08-24 at 8.50.58 AM

 Illustration ทั่วๆไป

สำหรับ illustration ทั่วไป,การ์ตูน,แฟชันหรืออะไรก็ตามที่ต้องการความแม่น คุณจะทำได้ดีกว่าถ้าใช้กระดาษไม่เคลือบ เราแนะนำ กระดาษเขียนการ์ตูนหรือกระดาษเสก็ตซ์บุคสีขาวทั่วไป กระดาษชนิดนี้จะทำให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการผสมสี

ถ้าคุณเป็นศิลปินที่ไม่กลับไปแก้และเบลนด์ และคุณมักจะเพนท์ซะมากกว่า โดยการเพนท์สีเป็นชั้นๆ ไม่ใช่การผสมสีหรือเบลนด์ ดังนั้นกระดาษเขียนภาพสีขาวจึงเหมาะที่สุดเพราะมันเคลือบด้านหลัง

กระดาษเขียนสีพาสเทลนั้นเคลือบ กระดาษบางๆใช้สีน้อยกว่า ใช้ดีกว่าสำหรับการลอกแบบและมาในขนาดที่ใหญ่กว่า ระวังว่ากระดาษชนิดนี้แก้ไขหรือเบลนด์ไม่ได้หลังจากแห้งแล้ว

ศิลปะจากกระดาษ

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเมื่อลงสี ศิลปินกระดาษต้องการความหนา กระดาษการ์ดสต็อคที่มีเส้นใยแน่นเมื่อทำงานกับกระดาษการ์ดสต็อค ผิวไม่เคลือบและนุ่มจะทำให้เกิดเส้นนุ่มเมื่อ แสคมป์ด้วยตรายาง ในขณะที่ผิวสัมผัสของการ์ดสต็อคนั้นไม่มี

ถึงแม้จะเป็นการ์ดสต็อคที่มีคุณภาพ อาจจะซึมลึกไปถึงด้านหลัง ดังนั้นควรทำงานโดยมีกระดาษรอง กระดาษการ์ดสต็อคที่หนา 120 lb ขึ้นไปสีจะไม่ซึ่มด้านหลังด้วยสีโคปิค แต่สำหรับโปรเจคส่วนใหญ่โดยมากนี่เป็นเรื่องแย่สุดๆ เพราะว่ากระดาษหนาขนาดนี้เหมาะสำหรับทำการ์ดชั้นเดียว แต่มันจะดูดสีเร็วสุดๆ

เมื่อลงสีบนการ์ดสต็อคที่หนา ลงสีช้าๆและทำให้กระดาษอิ่มตัว ถ้าคุณเห็นรอยสีขาวในงาน ไม่มาร์คเกอร์คุณแห้ง คุณก็ลงสีเร็วเกินไป พลิกกระดาษมาอีกด้านเพื่อที่จะดูว่ามันเรียบหรือเปล่าอีกข้างหนึ่ง ตรงนี้คุณจะสามารถบอกได้ว่ากระดาษชุ่มสม่ำเสมอหรือไม่

สำหรับศิลปินกระดาษ เราแนะนำ X-press it blending card เพราะมันหนา คุณภาพดี สีขาวสว่างที่ทำให้กลมกลืนกันดี สำหรับนักทำการ์ด เราแนะนำกระดาษแสตมป์ ที่บางลงหน่อย กระดาษอื่นๆที่แนะนำคือกระดาษเสก็ตซ์บุค,ชุดกระดาษเล็ก,กระดาษไข

การเปลี่ยนกระดาษจากชนิดหนึ่งไปอีกชนิดหนึ่งใช้เวลาในการทำความเคยชิน ถ้าเคยใช้การ์ดสต็อคที่หนาหน่อยและคุณเปลี่ยนมาเป็นอันที่บาง จะสังเกตได้ว่าสีซึมมากกว่า ใช้เวลาในการทำความเคยชินกับสไตล์การลงกระดาษแต่ละชนิด

คอมิคขาวดำ

ถ้าคุณดูคอมิคขาวดำ หรือใช้สกรีนโทน เราแนะนำให้คุณใช้กระดาษเขียนต้นฉบับการ์ตูน มันมีพื้นผิวที่เรียบ ดังนั้นพิกม่าที่บางจะทำให้เกิดเส้นเรียบและไม่แตก และยังมีเส้นไกด์สีฟ้าที่ไกด์เส้นไม้บรรทัดอีกด้วย แต่มันไม่เหมาะกับการลงสี

การออกแบบผลิตภัณฑ์ / สถาปัตยกรรม

 

สำหรับนักออกแบบผลิตภัณฑ์มืออาชีพ,นักออกแบบยานยนตร์,สถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตย์ เราแนะนำให้ใช้โคปิคแอลกอฮอล์มาร์คเกอร์แพด เมื่อหมึกแห้งแล้วคุณไม่สามารถกลับไปแก้ โคปิคแอลกอฮอล์มาร์คเดอร์คล้ายคลึงกับยี่ห้ออื่นในตลาด ต่างกันตรงสูตรของโคปิคนั้นลดรอยด่าง(รอยด่างเกินจากส่วนที่ดำ,เข้มข้นของต้นไม้ ผสมกับส่วนที่อ่อนกว่าในกระบวนการผลิตกระดาษ ชนิดของไม้ที่แตก่างกันดูดซับหมึกในอัตราที่แตกต่างกันทำให้รอยด่างเกิดขึ้น)

สถาปนิกและภูมิสถาปนิกมักจะใช้กระดาษไขหรือ vellum กระดาษที่มีคุณภาพจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเพราะมันลดการด่าง นอกจากนี้ยังทำให้คุณสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดได้ด้วย

Multiliner Projects

 

ทุกครั้งที่คุณใช้พิกม่าของโคปิค คุณอาจจะต้องการพื้นผิวที่เรียบมาก ถ้าคิดถึงขนาดเล็กมากๆ ทุกครั้งที่คุณกดหัวปากกาลงบนกระดาษ มันเหมือนคุณเอาปากกาไปถูกระดาษทราย หัวปากกาของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอันเล็กๆจะอยู่ได้ไม่นานบนกระดาษที่หยาบ

เพิ่มเติม ผิวกระดาษที่หยาบไม่ทำให้คุณได้เส้นที่คมชัด สม่ำเสมอ อย่างเช่น ถ้าคุณต้องการใช้กระดาษถ่ายเอกสารในการที่จะวาดด้วยโคปิคพิกม่า เส้นใยกระดาษจะดึงให้หัวปากกาคุณหนาขึ้น ดังนั้นเส้นคุณจะไม่แม่น

ถ้าต้องการที่จะใส่น้ำหนักมือ เพื่อจะได้เส้นที่หนาขึ้น เราแนะนำให้ใช้กระดาษไม่ใช้แล้วรองใต้งานทุกครั้งเพื่อยืดอายุของพิกมา การทำงานบนพื้นผิวที่แข็ง เรียนอาจจะดีกว่าถ้าคุณทำเส้นที่ต้องการความแม่นและสม่ำเสมอ

Mixed Media Art

สำหรับศิลปะแบบสื่อผสม หลายคนมักจะใช้กระดาษสีน้ำหรือกระดาษบริสทอลกับโคปิค นี่ก็เป็นตัวเลือกที่ดี แค่ระวังว่ากระดาษเหล่านี้ทำมาเพื่อสื่อแบบน้ำ ดังนั้นมันจึงดูดสี และทำให้มาร์คเกอร์หมดเร็ว

อ้างอิง

https://imaginationinternationalinc.com/copic/101/paper/

สมัครสมาชิกรับจดหมายข่าว

5steps

สมัครสมาชิกรับข่าวสาร,ทิป,เทคนิคต่างๆต่างๆผ่านทางอีเมล์ รับฟรี e-book 5 ขั้นตอนสู่การเป็นนักวาด

เรามีนโยบายรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ อีเมล์ของคุณจะปลอดภัย Powered by ConvertKit
By | 2016-08-24T16:33:12+00:00 สิงหาคม 24th, 2016|ความรู้, อื่นๆ|