3 เหตุผลทำไมคุณยังวาดรูปไม่เป็นเลย

บางครั้งคุณก็ไม่เข้าใจ ว่า ไม่ว่าจะพยายามเท่าไร ไม่ว่าจะมองแบบแค่ไหน แต่ภาพวาดคุณก็ยังดูผิดเพี้ยน คุณอ่านหนังสือฮาวทู และอาจจะไปลงคลาสสอนศิลปะบางคลาส แต่การวาดไม่เป็นก็ยังคงหลอกหลอนคุณ

และคุณเริ่มจะถามคำถามกับตัวเอง ถ้าสาเหตเป็นที่เรา ถ้าเราไม่มีความสามารถมากเพียงพอ?
ถ้าเราไม่ปรับปรุงขึ้นหละ เรื่องนี้คุณไม่ได้เจอแค่คนเดียว

การเข้าใจภาพวาดสามารถเป็นกุญแจสำหรับความสำเร็จ และความคิดสร้างสรรค์ที่เฉียบคม แต่มันสามารถเป็นความติดค้างก็ได้ ถ้าหากมันมีคำตอบที่ง่ายขึ้น และชิ้นส่วนของปริศนาที่คุณไม่รู้ว่ามีอยู่

ความลับสามอย่างที่สามารถช่วยพัฒนาภาพวาดและภาพเพนท์ของคุณได้ในทันที คุณจะลองดูไหม?

1. ถ้าเราบอกว่าคุณ”พูดมาก”เกินไปหละ

annamf

cr:http://www.frog-prince.com/Pictures/AnnaM&F.jpg

การพูดและการวาดนั้นแยกกัน ปัญหาที่เกี่ยวกับการวาดก็คือเมื่อคุณพูด คุณได้ใช้สมองซีกซ้ายมากค่ะ สมองส่วนนี้จะรู้ชื่อวัตถุ ติดป้ายให้มัน และจัดกลุ่มมัน หลายครั้งเมื่อคุณเรียนรู้ที่จะวาด คุณต้องปิดโหมดการตัดสินใจและไม่พยายามที่จะตัดสินว่าวัตถุที่คุณวาดนั้น”คืออะไร” มากกว่าการดูว่าวัตถุนั้นรูปร่าง”เหมือนกับอะไร” เมื่อคุณพยายามที่จะวาดอะไรบางอย่างเหมือนจริง คุณต้องใช้สมองซีกขวา ที่ใช้ภาพและความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่มากกว่า

มันยากที่จะทำทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน

ทำไม?

เพราะว่าจิตเราจะถูกแช่แข๊ง

คุณเคยไหมที่อยู่ในจุดที่มีการดูดซับความคิดสร้างสรรค์มาก ณ.จุดที่เวลาผ่านไปเร็วมากและสิ่งที่นักจิตวิทยา อาจารย์Mihaly Csikszentmihalyi เรียกว่า

การไหล

มันจะรู้สึกอย่างไรเมื่ออยู่ในการไหล

  1. เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรากำลังทำอย่างเข้มข้น มีการโฟกัสอย่างเต็มที่
  2. เซนส์ของการออกจากโลกของความเป็นจริง
  3. ความชัดเจนภายใน รู้ว่าอะไรที่ควรต้องทำให้เสร็จ และเราทำได้ดีอย่างไร
  4. ประสาทสัมผัสของความสงบสุข ไม่ต้องห่วงกังวลเกี่ยวกับใคร และความรู้สึกเจริญเติบโตเหนืออีโก้ตัวเอง
  5. ไร้เวลา มีการโฟกัสอยู่ที่ปัจจุบัน
  6. แรงกระตุ้นภายใน อะไรก็ตามที่สร้างให้เกิดการไหลกลายเป็นรางวัลของมัน

การไหลเป็นสภาวะทางจิตเมื่อคุณได้หลอมรวมเข้ากับกิจกรรมนั้นๆ ความรู้สึกที่เกี่ยวดองและมีพลัง
คุณสามารถเข้าสู่สภาวะนี้ได้โดยการวาดภาพ จนกว่าคุณจะถูกรบกวนโดยอะไรก็ตาม
การรวมกันของของสมองซ้ายและขวาและการสู้กันระหว่างสมองทั้งสองทำให้การวาดรูปเป็นเรื่องยาก
คุณสามารถเรียนรู้ที่จะพูดและวาดรูปในเวลาเดียวกันแต่มันใช้เวลา มันเริ่มจากความเข้าใจว่าจิตของคุณทำงานอย่างไร และคุณทำลายความพยายามของคุณในระดับจิตใต้สำนึกอย่างไร

2. คุณได้ติตัวเองจากภายใน

คุณเรียนรู้ที่จะวาดภาพ คุณอาจจะไม่เชื่อและนี่สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยๆหลังจากที่พยายามข้ามสิ่งกีดขวางในการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ การวาดภาพก็เหมือนกับเกมทางจิตโดยเป็นเกมการสำรวจ
แน่นอนว่าคุณต้องการทักษะเบื้องต้นในการจับดินสอและเริ่มวาดลงไป แต่มันไม่มากเท่าที่คุณคิด มันมากเท่ากับทักษะของการเซ็นลายเซ็นคุณลงในกระดาษหรือปาลูกบอล

เปลี่ยนสคริปต์ที่คุณพูดกับตัวเองภายใน

โดยมากความสำเร็จในชีวิตของเรามาจากความเชื่อภายในของเรา  และนี่สามารถพัฒนาคุณได้ในฐานที่เป็นนักวาด,ศิลปินหรือในส่วนอื่นๆของชีวิต

ผู้คนที่ฉลาดโดยมากจะไม่ทำให้ตัวเองพ่ายแพ้ซ้ำๆกันในนิสัยของพวกเขา

Robert Brooks PH.D และ Sam Goldstein, authors of The Power of Resilience.

ถ้าคุณคิดว่าคุณวาดไม่ได้ คุณก็จะวาดไม่ได้

ถ้าคุณสามารถวาดอะไรบางอย่างที่เหมือนจริง และมันเริ่มจะผิด การวิจารณ์ภายในตัวเองของคุณจะหันเหไปทางอื่น

ส่วนมากภาพวาดจะถูกวาดขึ้นดีตอนแรกและคุณสามารถสังเกตสิ่งต่างๆอย่างแม่นยำ มันเป็นแค่ตอนที่คุณรู้สึกว่ามันยากหรือมีลูกหลอกในรูปคุณเริ่มที่จะถามคำถามตัวเอง ความเป็นจริงก็คือ บางทีคุณเริ่มต้นที่จะแก้ไชส่วนอื่นของรูปและหยุดเชื่อในสิ่งที่คุณคิดว่ามันเป็นจริงๆ

แต่ส่วนที่เป็นคำวิจารณ์ภายในตัวคุณจะพูดออกมาว่า
นั่นไม่เหมือนเรือเลย หยุดวาดเลยนะ นี่มันหยั่งกะภาพเด็กๆวาด
ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำคือ เราควรจะหยุดที่จะติดป้ายให้กับสิ่งของและเริ่มที่จะมองสิ่งต่างๆเป็นนามธรรมมากขึ้น

3. คุณติดป้ายให้กับสิ่งของมากเกินไป

จริงหรือเปล่า?
คุณต้องติดป้ายและดูวัตถุ คุณต้องโฟกัสกับมัน นั่นคือสิ่งที่คุณต้องดู ใช่หรือไม่

เอาล่ะ ใช่และไม่ใช่
เมื่อเราวาดขวด เราไม่ได้วาดขวด เราวาดรูปร่างรอบๆขวด และขวดวาดตัวมันเองให้เรา

4c98eec318bc2a308a074ed2af9f2fa5

สับสนไหม

ให้เราอธิบายบางอย่างมากขึ้น
ขอบของรูปนั้นเป็น Shared edge หรือขอบที่แบ่งปันกันอยู่ คุณไม่สามารถวาดเส้นโดยไม่แบ่งปันขอบทั้งสอง
ลองจินตนาการดูว่าการวาดส่วนล่างของเรือ เส้นตรงนอนหนึ่งเส้น
ตัวเส้นตรงนอนหนึ่งเส้นนั้นได้แบ่งปันขอบของมันกับก้นของเรือและผิวน้ำ
เส้นเดียว สองขอบ
เรือที่คุณวาดกำลังมีปัญหา ก็มาจากชุดของเส้นและรูปร่าง

เราวาดได้อย่างไร

ดังนั้นถ้าเราวาดพื้นที่ว่างรอบๆขวด มันแบ่งขอบกับพื้นที่และตัวขวด ดังนั้นตัวขวดจึงเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ต้องวาดมัน

ในภาพวาด ถ้าคุณพยายามที่จะไม่ติดป้ายให้กับวัตถุอะไรก็ตาม ทำให้สมองด้านซ้ายของคุณไม่สามารถบอกคุณให้วาดในสิ่งที่จำได้ มันอาจจะดูผิด มันอาจจะดูเหมือนคิดจากหลังไปหน้า แต่นี่ทำให้คุณไม่สามารถวาดได้ ในการที่จะมองอย่างศิลปิน คุณต้องสามารถเรียนรู้จาก cognitive shift จากสมองด้านซ้ายไปด้านขวา

ถ้าคุณพยายามที่จะคุยกับตัวเอง เพื่อเข้าถึงคำติภายในจิตใจของตัวเอง คุณจะตกอยู่ภายใต้สมองซีกซ้าย

เคยสงสัยไหมทำไมแจ็คสัน พอลล็อค กินเหล้า ,แวนโก๊ะกินเหล้าแรงๆ แอลกอฮอล์ทำให้คุณสงบลง ดังนั้นคุณจึงไม่ติตัวเอง ดังนั้นแม้ว่าเราไม่แนะนำคุณให้ไปผับบาร์ก่อนจะจับดินสอ พยายามระวังเสียงภายในที่ติคุณเองที่ดึงคุณไม่ให้ไปข้างหน้า

วาดภาพนั้นเป็นสิ่งที่แปลก.

การเห็นบางอย่างที่ศิลปินเห็น คุณต้องพยายามมององค์ประกอบทางนามธรรมภายใน พยายามไม่โฟกัสที่วัตถุอย่างเดียว พยายามที่จะไม่ติดป้ายอะไรให้กับวัตถุ พยายามคิดให้มันเป็นรูปร่างง่ายๆ

องค์ประกอบเชิงนามธรรมเมื่อวาดแล้วกลายเป็นสิ่งที่เป็นจริงในสายตาของตุณและสมองซีกซ้ายจะพยายามนึกถึงรูปร่างที่นึกออกและพยายามจะติดป้ายให้มัน

ข้อสรุปสั้นๆเกี่ยวกับสมองซีกซ้ายและขวา

สมองซีกขวาในชีวิตจริงจะให้มุมมองแบบองค์รวมกับเราในขณะที่ซีกซ้ายนั้นเป็นรายละเอียด

นักคิดแบบสมองซีกซ้ายจะโฟกัสที่ตรรกกะ,เหตุผล,ลำดับและการวิเคราะห์ในขณะที่นักคิดแบบสมองซีกขวาชอบการสุ่มมากกว่า,ชอบความเป็นองค์รวมและความคิดแบบอิสระมากกว่า

นักจิตวิทยาพูดว่าสมองซีกซ้ายโฟกัสที่คำพูดและตัวเลขในขณะที่คนสมองซีกขวาโฟกัสที่ภาพและแพทเทิร์น นักคิดด้วยสมองซีกขวานั้นใช้การร่วมกับสิ่งที่อยู่ข้างเคียงมากกว่าในขณะที่สมองซีกซ้ายพยายามหาตรรกกะจากกองข้อมูลที่มีอยู่ คนส่วนมากมีลักษณะทั้งสองปนๆกัน แล้วคุณคุ้นๆกับลักษณะเหล่านี้บ้างไหมคะ?

หน้าที่สมองซีกซ้าย      

  • ตรรกกะ
  • เน้นรายละเอียด
  • เน้นข้อเท็จจริง
  • คำและภาษา
  • ปัจจุบันและอดีต
  • เลขและวิทยาศาสตร์
  • สามารถเข้าใจได้
  • รู้
  • ตระหนักรู้
  • ความเป็นระเบียบ,การจัดแพทเทิร์นหรือรูปแบบ
  • รู้ชื่อวัตถุ
  • มีพื้นฐานอยู่บนความเป็นจริง
  • สร้างกลยุทธ
  • ปฏิบัติงาน
  • ความปลอดภัย

หน้าที่สมองซีกขวา

  • ใช้ความรู้สึก
  • เน้นการมองภาพรวม
  • การจินตนาการ
  • สัญลักษณ์และภาพ
  • ปัจจุบันและอนาคต
  • ปรัชญาและศาสนา
  • สามารถเข้าใจความหมาย
  • ความเชื่อ
  • ความซาบซึ้งใจ
  • การรับรู้่ความสัมพันธ์
  • รู้หน้าที่ของวัตถุ
  • มีพื้นฐานบนความเพ้อฝัน
  • ความเป็นไปได้ในปัจจุบัน
  • หุนหันพลันแล่น
  • ชอบเสี่ยง

การวาดรูปเป็นทักษะที่เรียนรู้ได้

เหมือนกับทักษะทั่วไป ทักษะของคุณจะพัฒนาขึ้นเมื่อคุณเรียนรู้ในพื้นฐานและฝึกฝน กุญแจในการเรียนรู้การวาดภาพ ก็เหมือนกับการเรียนรู้การเขียน คุณต้องมีคำแนะนำในพื้นฐานที่แน่นก่อนแล้วคุณก็ปฏิบัติจนกว่าจะบรรลุมัน ไม่มีใครบอกว่ามันง่าย หรือไม่คุ้มค่าที่จะทำ และเพราะว่ามันท้าทายก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ว่าคุณจะใช้เวลาและทำงานหนัก คุณจะวาดแล้วได้ผลเสมอไป มันขึ้นอยู่กับว่าคุณได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องหรือไม่ จากใคร และคุณได้ทำอย่างสม่ำเสมอหรือไม่และมีปัจจัยอีกมากมายที่ส่งผลต่อการวาดรูปได้ดี ทั้งนี้ถ้าคุณรู้สิ่งเหล่านี้และนำไปปฎิบัติอย่างสม่ำเสมอ งานคุณจะดีขึ้นแน่นอน

เนื้อหาอ้างอิงจาก

http://willkempartschool.com/the-3-reasons-why-you-cant-draw-and-what-to-do-about-it/