สวัสดีค่ะ เราชื่อโน้ต หรือจะเรียกนามปากาว่า’มิบุย’ ก็ได้ค่ะ เคยเป็นนักเรียน illustcourse เรียนคอร์ส intensive manga illust กับพี่มุ่ยมาก่อนค่ะ พอเรียนจบไปสักพัก อยู่ดีๆก็มีวันหนึ่งพี่มุ่ยโทรมาบอกว่าสนใจให้เราเขียนบล็อก หืมมม….อะไรนะคะ บล็อก?! ตอนนั้นทั้งรู้สึกดีใจ และยังสับสนอยู่เช่นกันว่าจะเขียนยังไงดี (ฮา) แต่ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีมากๆเลยล่ะค่ะ จนถึงตอนนี้จะยังกลัวอยู่นิดๆว่าจะทำได้ดีมั้ย บางทีก็ไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองเท่าไหร่แต่ก็ตอบตกลงไป  เพราะพี่มุ่ยสอนอยู่เสมอว่าอย่ากลัวการโพสงานให้คนอื่นเห็น   ถึงฝีมือเราจะยังไม่เก่ง แต่ก็แสดงให้เขาเห็นว่าเรามีพัฒนาการ ค่ะ…เราจะเขียนบล็อกค่ะ

screen-shot-2016-10-07-at-2-19-27-pm

screen-shot-2016-10-07-at-2-06-19-pm

 

บล็อกที่เราจะเขียนจะเกี่ยวกับเรื่อง How to copic ค่ะ ก็จะมาแนะนำเกี่ยวกับการใช้เจ้าสีที่เห็นในรูปว่านี่ว่ามันคืออะไร ขายที่ไหน ลงสีอย่างไร เราเลือกที่จะเขียนบล็อก How to นี้ เพราะคิดว่าตนเองถนัดและทำได้ดีในบรรดาสกิลที่มีทั้งหมดแล้วค่ะ อย่าเรียกว่าเป็นการสอนเลย เป็นการแชร์เทคนิคมากกว่า เพราะทุกคนล้วนมีสไตล์เป็นของตัวเอง และสีโคปิกก็มีวิธีการลงได้หลายรูปแบบอีกด้วย จึงหวังว่าบล็อกที่เราจะเขียนในตอนถัดๆไปจะมีประโยชน์กับผู้อ่านทุกท่านนะคะ

สำหรับใครที่อยากชมผลงานเราเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่ Instagram : mibui7 ค่ะ (แอบโฆษณา อิอิ) ขอบคุณที่อ่านจนถึงตรงนี้ แล้วเจอกันค่ะ

screen-shot-2016-10-07-at-2-03-13-pm

How to copic part 1 :: รู้จักกับสีโคปิก

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับสีโคปิกว่ามันคืออะไรค่ะ จริงๆบทความนี้เราเคยลงบล็อกส่วนตัวมาแล้ว บางคนอาจเคยอ่านผ่านหูผ่านตามาบ้าง แต่เพื่อการเผยแพร่ให้ผู้ชมเข้าถึงได้มากขึ้นเราจึงนำมาลงที่บล็อก illustcourse อีกหนึ่งรอบพร้อมกับแก้ไขเนื้อหาบางส่วนค่ะ บอกไว้ก่อนว่าฮาวทูนี้เราไม่ได้คิดเองทั้งหมด ใช้ประสบการณ์ส่วนตัว+การศึกษาจากฮาวทูของคนอื่นมาด้วย แนะนำให้ผู้อ่านทุกท่านใช้วิจารณญาณในการรับชมและนำไปประยุกต์กับสไตล์ตัวเองนะคะ


screen-shot-2016-10-07-at-2-03-33-pm

1.สีโคปิกคืออะไร?

โคปิกเป็นสีนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เป็นหลัก เนื้อสีคงทน ไม่ละลายน้ำ ต่างจากสีเมจิกที่โดนน้องน้ำเล่นงานแล้วก็ละลายหายเป็นแถบเป็นทาง แต่โคปิกจะละลายเมื่อเจอกับแอลกอฮอล์ค่ะ

มีหลายคนเข้าใจผิดว่าโคปิกเป็นชื่อสีชนิดหนึ่ง จริงๆแล้วโคปิกเป็นชื่อยี่ห้อค่ะ บริษัทนี้เขาทำเกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องเขียนหลายอย่าง ปากกาตัดเส้นก็มี กระดาษวาดเขียนก็มี แต่ราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียวค่ะ นอกจากนี้ยังมีมาร์คเกอร์ที่ลักษณะคล้ายกันคือยี่ห้อ touch โดยรวมแล้วคุณสมบัติ(และราคา)ไม่ต่างกันเลย เวลาลงสีสามารถใช้ร่วมกันได้ค่ะ

ทีนี้ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อโคปิก เรามาดูข้อดี-ข้อเสียของมันก่อนดีกว่า

ข้อดี
1.พกพาง่าย ใช้สะดวก เปิดฝาลงสีได้ทันที ไม่ต้องผสมสีอะไรทั้งนั้น
2.มีสีให้เลือกเยอะ(300 กว่าสีแน่ะ)
3.งานที่ลงด้วยโคปิกจะทน โดนน้ำโดนฝนก็ไม่เป็นไร แค่กระดาษยุ่ย //กระดาษยุ่ยก็ไม่รอดแล้วค่ะ(ฮา)
4.เป็นมาร์คเกอร์ที่อยู่ได้นาน ตราบใดที่มีหมึกมาเติมมันจะใช้งานได้เป็นแรมปีเลยล่ะ

ข้อเสีย
1.แพงค่ะแพง(แท่งละ 120) ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ ซื้อทีกินแกลบแสบไปถึงทรวงใน 555
2.เวลาลงสีต้องอาศัยความเร็ว เพราะมันแห้งมาก ลงพลาดแล้วมันแก้ยากถึงแก้ไม่ได้เลย

มาถึงตรงนี้แล้ว เราอยากให้ทุกคนพิจารณาว่า ตัวเราเหมาะกับสีประเภทนี้มั้ย ถ้าใช้แล้วจะคุ้มกับเงินที่เราเสียไปรึเปล่า? ถ้ายังไม่แน่ใจ กรุณาสอดส่องคนรอบตัว โด้..เอ๊ย ขอยืมโคปิกเค้ามาลองเล่นก่อนจะดีที่สุด แต่ใช้อย่างพอประมาณนะ ไม่ใช่เล่นจนหมึกของเค้าหมด จะโดนท่านผู้นั้นฆ่าได้นะคะ 555 ถ้าตัดสินใจได้แล้ว เชิญอ่านบรรทัดต่อไป เราจะมาทำความรู้จักกับโคปิกให้มากขึ้นค่ะ

screen-shot-2016-10-07-at-2-03-33-pm

และนี่คือหน้าตาของโคปิกค่ะ เป็นมาร์คเกอร์ที่มี 2 หัว ความจริง ปากกาโคปิกมีหลายรุ่นให้เลือกซื้อ เช่น copic sketch,copic ciao,copic original แต่ที่นิยมกันจะเป็นรุ่น copic sketch ที่พวกนักวาดมังงะ อิลลัส ใช้กันบ่อยๆ ควาามแตกต่างของแต่ละรุ่น จะเป็นเรื่อง”ชาร์จสี”กับ”ชนิดหัว”ค่ะ ซึ่งโคปิกที่เรานำมาทำฮาวทูเป็น copic sketch เท่านั้น หากใครสนใจรุ่นอื่นๆ แนะนำศึกษาจากเว็บนี้ดูนะคะ>>http://nameless.motion-forum.net/t553-topic

รุ่น sketch มีสองหัว คือหัวตัดกับหัวพู่กัน ดังที่เห็นในภาพ ที่ใช้บ่อยๆคือหัวพู่กันค่ะ หัวตัดจะใช้ในหมู่เด็กสถาปัตย์ แต่เราไม่ได้เรียนทางด้านนั้นจึงไม่ทราบวิธีการใช้งานของมันเท่าไหร่ค่ะ(ฮา)

screen-shot-2016-10-07-at-2-03-44-pm

ส่วนฝาโคปิกจะมีสิ่งที่เรียกว่ารหัสสีอยู่ ส่วนใต้รหัสสีจะเป็นชื่อสีที่เค้าตั้งไว้ให้มันไฉไลน่าซื้อค่ะ(ที่จริงคงเอาไว้ประกอบการตัดสินใจ เพราะโทนสีมันเยอะเหลือเกิน555)

รหัสสี้นั้นจะแบ่งเป็นตัวอักษรและตัวเลข
-ตัวอักษร ใช้บอกโทนสี มีหลายกรุ๊ป เช่น ตัว R สีแดง ตัว RV สีแดงม่วงชมพู ตัว E สีเนื้อถึงน้ำตาล ตัว Y สีเหลือง เป็นต้น
-ตัวเลข ใช้บอกค่าระดับสี มีตั้งแต่ 0000-99 ยิ่งเลขน้อยยิ่งสีอ่อนมาก
เมื่อนำเอา ตัวอักษรกับตัวเลขมารวมกันเราจะได้ชาร์จสีโคปิกออกมา 300 กว่าสีสำหรับรุ่น sketch //เวลาเลือกทีนี่ตัดสินใจลำบากเลยล่ะค่ะ

ชาร์จสีอยู่นี่ค่ะ http://www.copicmarker.com/wpcontent/uploads/2013/02/358_Color_Family_Chart-2.jpg สำหรับชาร์จสีนี้เราเอาไว้ดูก่อนไปซื้อของจริงได้นะคะ

แหล่งขายโคปิก

ที่เรารู้คือ สามารถหาซื้อได้ที่ร้านสมใจค่ะ (ขายแท่งละ 120 บาท)แล้วก็มีตรงร้านสยามมาร์เก็ตติ้งในเซ็นทรัลเวิร์ลชั้นสามด้วยนะ ส่วนสถานที่อื่นๆเราไม่ทราบเหมือนกัน ขออภัยด้วยค่ะ

หลักในการเลือกซื้อสีโคปิก

screen-shot-2016-10-07-at-2-07-53-pm
ถ้าเรายังเป็นมือใหม่ จะซื้อโคปิกเป็นครั้งแรกแล้วจะเลือกซื้อสียังไงดีให้คุ้มกับงบประมาณที่มีอยู่น้อยนิด เราขอแนะนำดังนี้

1.ครั้งแรก ควรประเดิมด้วยการซื้อประมาณ 5-10 สี หรือมากกว่าตามงบที่มี
2.สีที่ขาดไม่ได้เลยคือ สีเนื้อ ถ้าเราจะลงสีภาพการ์ตูน(แบบมังงะ) ยังไงก็ต้องมีสีเนื้อ สงวนไว้อย่างน้อย 1 สีเลยนะจ๊ะ
3.จงสำรวจแลดูตนเองว่า ตัวเองลงสีสไตล์ไหน โทนไหนที่ชอบเล่นบ่อยๆ แล้วซื้อสีตามโทนที่เราเล่น
4.อย่าซื้อโทนสีมากระจายมากนัก แบบสีนี้ก็สวย อุ๊ยย สีนั้นก็อยากได้ จัดมา ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง บอกเลย”อย่าค่ะ” การซื้อสีที่กระจายกันเกินไป พอเราเอามาลงงานจริงๆมันจะขัดหูขัดตา สีตัดกันอย่างแปลกประหลาด เสื้อสีแดง กางเกงน้ำเงิน รองเท้าเขียว ตาม่วง หัวเหลือง(แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบลงสไตล์นี้อยู่แล้วก็ซื้อได้ไม่ว่ากันค่ะ)
5.ซื้อโทนใกล้ๆกันก่อน พอมีสีที่จำเป็นหมดแล้ว ค่อยเปลี่ยนโทนก็ได้ ค่อยๆเก็บไป
6.เราไม่จำเป็นต้องซื้อรหัสสีที่ติดกันก็ได้ (ยกเว้นอยากซื้อ) เพราะโคปิกถ้าปาดทับซ้ำสอง สีจะเข้มขึ้น เช่น เราซื้อ w1 มา ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อ w2 ก็ได้ เพราะการปาด w1 สองสามครั้งจะได้โทนสีที่ใกล้เคียงกับ w2 ดังนั้น ถ้าอยากประหยัดก็ข้ามไปซื้อ w3 ได้เลยค่ะ

7.ไม่จำเป็นต้องซื้อสีดำ สำหรับเราถ้าอยากได้สีโทนดำๆให้เอาสีเทา(พวกรหัส N,C)แบบเข้มจะดีว่า เพราะมันจะกลืนกับสีอื่นๆได้ดีกว่า สามารถนำไปไล่สีได้ด้วย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพอใจและสไตล์งานส่วนบุคคลค่ะ

Tricks ::ซื้ออย่างไรให้คุ้ม

วิธีที่1.ค่อยๆเก็บเล็กผสมน้อย เก็บทีละแท่งสองแท่ง เดี๋ยวมันก็เยอะเอง

วิธีที่ 2.ซื้อทีละ 10 สี แต่เอาทีนานๆครั้ง เราใช้วิธีนี้ 555 ไม่ใช่ว่ารวยนะคะ แต่ซื้อแบบนี้มันได้ส่วนลดอ่ะ(//งก) ที่ร้านสมใจเค้ามีโปรโมชั่นถ้าซื้อมากกว่า 10 แท่ง จะลดเหลือแท่งละ 115 บาท ง่ายๆคือ จากที่เราต้องจ่ายราคาปกติ 10 แท่ง 1200 มันจะเหลือแค่ 115x 10 = 1150 บาทไงเล่า(ประหยัดได้ 50 บาท การ์ตูนเล่มนึงเลยนะ)

คำเตือน : ที่ร้านสมใจเราลองเอาสีมาปาดๆแบบลองปากกาไม่ได้นะคะ ถ้าเราอยากจะซื้อให้เราไปดูชาร์จสีที่ต้องการ(ที่ร้านเค้าวางตัวอย่างไว้ให้ แต่มันไม่ค่อยจะตรงกับสีจริงเท่าไหร่หรอก=v=) จดรหัสสี่ใส่กระดาษโน้ตที่เค้าเตรียมไว้ให้ แล้วเอาไปยื่นให้พนักงาน แล้วเค้าจะหยิบให้เราเอง มันมีข้อเสียคือเราไม่รู้ว่าสีข้างในจริงๆมันจะเป็นยังไง ถ้าสุ่มมาไม่ถูกใจนี่เซ็งเลย แต่ทางร้านเค้าก็ต้องสงวนของของเค้าไว้ล่ะเนอะ แท่งนึงต้องหลายร้อย ลองเป็นสิบๆคน เดี๋ยวหมึกก็หมด ขายไม่ออกขาดทุนกันพอดี

วิธีที่ 3.ถ้ามีโอกาสก็ซื้อที่ญี่ปุ่นเลยค่ะ ที่นั่นสามารถลองสีของจริงได้ สีไหนชอบก็ซื้อ ไม่ต้องมานั่งเสี่ยงดวงแบบบ้านเรา

screen-shot-2016-10-07-at-2-08-15-pm

 อุปกรณ์อื่นๆทีใช้ร่วมกับโคปิก

เมื่อเรามีสีโคปิกแล้ว อุปกรณ์การวาดอย่างอื่นก็เป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้น เราจะมาดูกนค่ะว่าควรมีอะไรบ้าง ที่เราถ่ายมาในรูปอาจจะไม่จำเป็นทั้งหมด แต่จะมาแนะนำให้ค่ะ

screen-shot-2016-10-07-at-2-08-23-pm

1.ดินสอ อุปกรณ์สามัญประจำบ้าน ไม่มีก็วาดรูปไม่ได้สิคะ
2.ไส้ดินสอ(สำหรับดินสอกด) มีแบบไส้ 2B สีดำ(อันนี้จำเป็น) และไส้สีฟ้า(ไม่จำเป็น)
3.ยางลบ ของสามัญประจำบ้านเช่นเคย
4.ปากกาตัดเส้น มีแบบสีดำกับสีน้ำตาล เราแนะนำสีน้ำตาลค่ะ เพราะเวลาตัดเส้นแล้วลงสี ภาพจะ
ซอฟต์กว่าแบบใช้เส้นดำตัด แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ส่วนปากกาตัดเส้นสีดำ ก่อนซื้อควรเช็คให้ดีก่อนนะคะว่าลงกับโคปิกได้มั้ย บางยี่ห้อซื้อมาแล้วลงสีไปหมึกจะละลายเป็บแถบทาง
5.ปากกามิลค์กี้และลิควิด เอาไว้ใช้แต่งขาวให้ภาพมันดูวิ้งๆ
6.สีไม้ ใช้แต่งสีเพิ่มเติมหลังจากลงด้วยโคปิกเสร็จแล้ว อันนี้เป็นสไตล์ส่วนตัวค่ะ

screen-shot-2016-10-07-at-2-08-34-pm

7.หมึกเติม สำหรับคนใช้ไปนานๆแล้วจะประสบปัญหาหมึกหมด ถ้าชอบเล่นโคปิกจริงๆควรซื้อมาคู่เคียงบ่าเคียงไหล่ไว้กันหมึกหมดกลางคันระหว่างลงสีค่ะ
และ…ที่ขาดไปไม่ได้อีกอย่างเลยคือกระดาษ

screen-shot-2016-10-07-at-2-08-44-pm

กระดาษที่จะเอาไปโคปิกไปลงนั้น ไม่ควรจะหนาหรือบางเกินไป ควรหนาประมาณ 80-150 แกรม กระดาษที่เราเคยทดลองลงแล้ว ได้แก่

1.กระดาษ watercolor ของเรนาซองค์ อันนี้ เราใช้เมื่อตอนเริ่มเล่นโคปิกใหม่ๆ ด้วยความละอ่อน นึกว่าโคปิกใช้เหมือนสีน้ำ ต้องเอากระดาษหนาๆรอง ซึ่งเล่มนี้มันหนาถึง 200 แกรม ตอนแรกลงไปแล้วรู้สึกว่าสีไม่กระจายตัวเลย ไล่สีก็ลำบาก555(สไตล์เราเป็นคนชอบไล่สี) พอเปลี่ยนกระดาษเท่านั้นแหละ คายหญ้าออกเลยค่ะ กินมาตั้งนาน 555 มาเล่าให้ฟัง จะได้ไม่ต้องนั่งงมโข่งแบบเรา

2.กระดาษวาดเขียน canson (ไม่มีอยู่ในรูปด้าบน ปกจะสีน้ำเงินรูปบอลลูนค่ะ)เจ้านี่เป็นตัวฉุดเราให้คายหญ้าออกมาค่ะ555 ใช้ดี สีโฟลว ไล่สีง่ายกว่าเดิม(มาก) มีปัญหานิดหน่อยคือลงแล้วสีเพี้ยนนิดๆ ปกติจะใช้อันนี้เวลาวาดงานค่ะ

3.กระดาษ copic เป็นกระดาษบางๆแต่ซึมซับหมึกได้ดีค่ะ(แต่หมึกไม่รั่วไปกระดาษอีกหน้าง่ายๆนะคะ) ข้อเสียคือแห้งช้าไปหน่อย แต่สีที่ออกมาจะไม่เพี้ยนเลย แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงจึงไม่ค่อยเอาออกมาใช้เท่าไหร่ค่ะ555

4.กระดาษสมุดวาดรูปตัวเองและกระดาษ A4 ลองใช้แล้วโอเคค่ะ แต่ต้องหากระดาษมารองเพราะมันจะซึมมาก สีโฟลว ออกนุ่มๆ แต่ข้อเสียคือสีที่ลงไปจะแห้งช้า(แต่ก็เร็วกว่ากระดาษโคปิก) ทำให้เรารู้สึกว่าตอนลงแรกๆสีเข้ม แต่ถ้ารอจนแห้งสีจะเป็นปกติค่ะ

5.กระดาษวาดเขียนเล่มแดง มาสเตอร์อาร์ต ค่อนข้างบางค่ะ สีซึม แต่ก็ลงโฟลวดี ความโฟลวของสีจะอยู่ระหว่างกระดาษ A4 กับ Canson ค่ะ

สำหรับฮาวทูเบื้องต้นเกี่ยวกับสีโคปิกนี้ก็ขอจบลงไว้เท่านี้ก่อน บล็อกหน้าเราจะแนะนำวิธีการลงสีสไตล์เราเองค่ะ หากบทความนี้มีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะคะ ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ สวัสดีค่า