อย่างแรกเลยก็คือเราไม่สามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนตอนที่อยู่เราทำงานประจำอยู่ได้เพราะว่าเรามีหน้าที่ที่จะต้องหารายได้มาทุกเดือนเพื่อใช้จ่ายชีวิตประจำวัน

เพราะฉะนั้นมันก็มีข้อจำกัดหลายอย่างที่เราไม่สามารถทำได้เช่นการใช้เงิน สมมุติว่าเราไม่รู้ว่า รายได้เดือนต่อไปเราจะมีไหมดังนั้นมันจะทำให้เราเนี่ยไม่กล้าที่จะใช้เงินหรือว่าต้องรีบเก็บเงินโดยด่วน
แต่ว่าพอเก็บแล้วเนี่ยก็จะมีเรื่องให้ใช้ออกไปอยู่เรื่อยเรื่อยนั่นก็เป็นข้อเสียเหมือนกัน สำหรับอุปสรรคอีกก็คือการที่เราไม่รู้ว่าเวลาไหนเป็นเวลาทำงานเวลาเวลาไหนเป็นเวลาพักเพราะว่าการทำฟรีแลนซ์ปีแรกนั้นเหมือนจะทำงานตลอดเวลาเพราะว่าเราไม่รู้ว่า การแบ่งเวลาที่ดีหรือการบริหารเวลาที่ดีนั้นเป็นอย่างไร

ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้ทั้งนั้นการทำฟรีแลนซ์จึงต้องรู้เรื่องหลายอย่างทั้งการตลาดการบริหารเงิน และเรื่องอื่นๆอีกมากมายไม่ใช่แค่เรื่องที่ตัวเองทำอย่างเดียวเท่านั้น

แต่จะต้องขวนขวายหาความรู้ตลอดเวลา ค่ะจริงๆแล้วอุปสรรคก็มีหลายอย่างแหละแต่ว่าเวลาที่เอามาพูด เราไม่สามารถ เอามาพูดได้ทุกอย่างเพราะว่าบางเรื่องมันก็ไม่เหมาะสมที่จะพูดออกมาเช่นรายได้เท่าไหร่หรือลูกค้าคนนั้นคนนี้เป็นยังไง เพราะฉะนั้นอุปสรรคส่วนใหญ่มาทั้งจากตัวเองจากลูกค้าและจากสภาพแวดล้อมโดยรวม
มันจึงไม่สามารถฟันธงได้ว่าเป็นอะไรบ้างแต่โดยส่วนใหญ่แล้วมันเป็นเรื่องที่เรารู้กันอยู่แล้วอย่างเช่น โดนเบี้ยวเงินบ้างโดนให้แก้หลายรอบแต่ว่าเรื่องพวกนี้มันก็เป็นเรื่องที่ทุกคนก็เจอกันดังนั้นมันจึงไม่ใช่ปัญหาแล้วก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่เราจะมาอ้างว่าเราไม่ควรทำฟรีแลนซ์ 
เพราะอย่างนี้เพราะว่างานประจำก็มีปัญหาแบบงานประจำฟรีแลนซ์ก็มีข้อดี ที่งานประจำไม่มีเหมือนกันอย่างเช่นเวลาที่มีความยืดหยุ่นกว่าและมีความอิสระเสรีมากกว่าแต่ก็ต้อง แลกมาด้วยการที่เราไม่มีเงินที่เสถียรภาพหรือว่ามีเงินเข้ามาทุกเดือนแต่ว่ามันก็ไม่ใช่ปัญหาย้อนกลับไปที่การบริหารเงินอีกทีว่าแต่ละคนมีวิธีการบริหารเงินอย่างไรมันก็แล้วแต่คนอีกล่ะ

วิธีที่เราอ่านหนังสือกับวิธีที่เราใช้จริงมันย่อมต่างกันอยู่แล้วเพราะว่านิสัยในการซื้อของกับนิสัยในการเก็บเงินของแต่ละคนไม่เหมือนกันนอกจากนี้ยังมีเรื่องของความถนัดเฉพาะบุคคลอย่างเช่นคนบางคนก็ไม่สามารถออมเงินในหุ้นได้
ดังนั้นมันแล้วแต่ค่ะแล้วแต่ชีวิตของแต่ละคนว่าจะใช้กันยังไงบางคนก็ไม่ชอบอุปสรรคที่ฟรีแลนซ์มีแต่บางคนก็ไม่ชอบอุปสรรคที่คนทำงานประจำมีเหมือนกัน
ยกตัวอย่างเช่นคุณตาว แอร์โฮสเตทสาวผู้น่ารักเพจ sunthou ซึ่งผันตัวมาเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง โดยการโค้ชลูกเรือ ก็มาจากการชอบการ์ตูนมาก่อนเธอได้ออกพ็อคบุ๊คของตัวเอง แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการเป็นแอร์โฮสเตทชื่อเรื่องบอกแล้วไงให้เป็นแอร์ คุณตาวได้ออกไปทำงานอิสระ แบบที่เธอเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงแน่นอนว่ามันต้องมีปัญหาบ้างแต่ว่าเธอก็ดูมีความสุขกับทางเลือกนี้เธอได้กล่าวในพ็อกเก็ตบุ๊ก พูดถึงความพยายามในการสอบเป็นแอร์ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงและเครียดมากเราเลยนับถือใจเธอเลยค่ะ
แต่ก็มีผู้คนอีกมากมายที่เลือกทำงานประจำอยู่เพราะว่ารายได้ที่แน่นอนและสวัสดิการต่างๆที่งานอิสระไม่มีและต้องการที่จะสร้างสิ่งต่างๆหรือว่า ต้องการที่จะสร้างเกมสร้างนิเมชั่น ที่เป็นลายเส้นของตัวเองเลยเลือกที่จะทำงานประจำอยู่ก็มี 

เราผ่านมาทั้งงานประจำทั้งงานอิสระ จึงพูดได้ว่าไม่มีอาชีพไหนดีกว่าอาชีพไหนหมายถึงประเภทของอาชีพน่ะค่ะเช่นฟรีแลนซ์หรืองานประจำ ทุกอย่างต่างมีข้อดีข้อเสีย แตกต่างกันไปบางอย่างก็ไม่ใช่ที่ที่เราจะไปแก้ไขได้ด้วยตัวเอง บางอย่างก็ต้องทำใจยอมรับว่ามันเป็นของมันแบบนั้นอยู่แล้วตามประเภทของอาชีพว่าจะเจออุปสรรคแบบนี้แบบนี้ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้ก็คืออดทนและใช้ชีวิตอย่างมีอิสระเสรี ต่อไปโดยที่หาและตามเทรนด์ของโลกบ้างแต่อย่ามากจนเสียความเป็นตัวเองค่ะ

5 ข้อสำคัญเกี่ยวกับทำงานวาดภาพประกอบฟรีแลนซ์

1.ความมีระเบียบวินัยในตนเองเพราะถ้าน้องไม่สามารถส่งงานตามเวลาได้ก็เท่ากับว่าเราทำงานคนอื่นเสียไปด้วยและทำให้ความสัมพันธ์เสียดังนั้นข้อนี้จึงสำคัญ

2. ความรวดเร็วในการทำงานก็สำคัญเพราะว่าความรวดเร็วนั้นจะทำให้เราทำงานเสร็จเร็วและเมื่องานเสร็จเร็วเราก็จะไม่ได้เหนื่อยมากกับการทำงาน เมื่อเราไม่เหนื่อยมากกับการทำงานเราก็สามารถทำงานได้อีกหรือใช้เวลาในการพักผ่อนเพื่อฟื้นตัวจากงานที่แล้ว

3. ความมีระเบียบวินัยในการทำงานได้แก่การจัดโฟลเดอร์ต่างๆการจัดตารางเวลาของตัวเองการบริหารงานและการบริหารบัญชีต่างๆก็เป็นสกิลที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการวาดภาพประกอบเพราะว่าเราจะต้องมีการจัดการเรื่องต่างๆในแต่ละวันให้เรียบร้อย นอกเหนือไปจากการทำงานวาดภาพประกอบ

4. ความอดทน ความอดทนเป็นสิ่งสำคัญเพราะว่า เราจะต้องอดทนต่อสภาพความกดดันต่างๆที่เข้ามาไม่ว่าจะเป็นการที่มีเงินเหลือน้อยในแต่ละเดือนหรือว่าจะเป็นปัญหาลูกค้าต่างๆที่เข้ามาไม่เว้นแต่ละวันถ้าเราไม่มีความอดทนแล้วเราก็ไม่สามารถที่จะเป็นนักวาดภาพประกอบได้ดังนั้นควรฝึกจิตใจให้สามารถรับความกดดันได้อาจจะนั่งสมาธิหรือว่าอ่านหนังสือธรรมะก็ดีนะคะ

5. การนำเทรนด์อยู่เสมอจะช่วยให้คุณสามารถเป็นนักวาดภาพประกอบได้อย่างยาวนานเพราะว่าคุณจะสามารถปรับสไตล์ให้เข้ากับสมัยยุคสมัยต่างๆได้อย่างดีและรู้ว่าอะไรที่เป็นที่นิยมและสามารถนำมาปรับใช้กับงานของตัวเองได้นั่นแหละถึงเรียกว่าเป็นนักวาดภาพประกอบที่จะอยู่ได้อย่างยาวนาน

ถ้าหากชอบในเนื้อหาและต้องการสนับสนุน sasi tanadeerojkul สนับสนุนได้ที่ Patreon ค่ะ