This article translate for education purpose.บทความนี้แปลเพื่อการศึกษา

อันนี้เกี่ยวข้องกับความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับพรสววรรค์ด้วย ถ้าคุณเรียนรู้มาเป็นปีแล้วมีผลที่แย่กว่าบางคนที่เพิ่งเริ่ม มันไม่ได้หมายความว่ามีอะไรผิดที่คุณ มันเป็นโอกาสที่ดีที่จะเรียนรู้ว่าในปีเหล่านี้คุณไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย

สิ่งนี้อาจจะเชื่อมต่อกับข้อ 3 ในบทความนี้ ถ้าการเรียนรู้ของคุณมีพื้นฐานมาจากการวาด การวาด และวาดสิ่งเดิมซ้ำๆจนมันดีขึ้น ไม่น่าแปลกใจที่คุณจะพึงพอใจผลของมัน มันก็เหมือนกับการที่จะไปถึงจุดหมายใดจุดหมายหนึ่งโดยการขับรถไปอย่างไร้ทิศทาง


ทั้งสองคนฝึกเหมือนกันแต่ในขณะที่คนแรกรอทักษะให้มาหา คนที่สองตั้งคำถาม
และหาคำตอบ
และบางทีคุณไม่แม้แต่จะพยายามเรียนรู้ คุณแค่นั่งบนรถและเมื่อคุณพบว่ารถไม่วิ่งไปเอง คุณก็ ออกมาจากรถ มันจะเกิดขึ้นเมื่อคุณเชื่อในพรสววรค์ ในกรณีนี้สิ่งที่คุณต้องทำก็คือการเปลี่ยนความคาดหวังของคุณ คุณต้องใส่ความตั้งใจลงไปตรงนี้ ถ้ามันง่ายคุณก็จะไม่เรียนรู้อะไรเลย

และบางทีมันอาจจะไม่ใช่สำหรับคุณ บางทีคุณอาจจะมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้การวาดรูปเป็นไปได้ยาก ในกรณีนี้ คุณยังสามารถเลือกวิธีอื่นในการสร้างผลงานได้ ถ้ามันคือแรงกระตุ้นสำหรับคุณ การเพนท์ภาพ การปั้น การปัก และถ้าแรงกระตุ้นของคุณนั้นได้รับการชื่นชม ดังนั้น หยุดเลยที่จะผลักตัวเองไปในความเป็นไปไม่ได้ อย่าเลือกการวาดรูปเพราะมันง่าย มันไม่ง่าย

จนถึงระดับ 5 การวาดรูปนั้นดูเหมือนจะมีเอกภาพและมีจุดประสงค์มากขึ้น แต่เมื่อคุณถึงระดับ 5 แล้วคุณอาจจะต้องตัดสินใจว่าอะไรที่คุณต้องโฟกัสไป การวาดสัตว์ประหลาด,คน,ฉาก,ยานยนตร์,เสื้อผ้า,ตึก,อาวุธ ต่อจากนั้นในแต่ละอันของตรงนี้คุณสามารถแยกย่อยลงไปได้อีก เช่น สัตว์ประหลาดสามารถแยกเป็นสัตว์มหัศจรรย์และสัตว์ดุร้าย และจากนั้นก็เป็นไดโนเสาร์,สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม,สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ,สัตว์เลื้อยคลาน,นก และจากนั้นก็เป็นสัตว์ทั้งหมด ทุกสปีชีส์ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ให้เรียนรู้

เมื่อคุณมองอย่างนี้ คุณจะเข้าใจว่าการวาดเกี่ยวกับอะไร  หลังจากระดับ 4 คุณจะสามารถวาดอะไรก็ได้จากภาพอ้างอิง แต่ถ้าคุณต้องการสร้าง นี่คือจุดที่ความยากบังเกิด และไม่มีประโยชน์ที่จะเรียนรู้ทุกอย่าง เลือกบางอย่างที่ทำให้คุณสนใจ บางอย่างที่ดึงดูดคุณมาที่การวาดภาพในตอนแรก จากนั้นก็ทุ่มทั้งใจ

การทำให้พิเศษนั้นทำงานเหมือนเป็นชิ้นๆคุณสามารถเจาะลึกลงไปเรื่อยๆ ค้นหามากขึ้น และค้นพบสาขามากมายตลอดเวลา และมันไม่มีวันจบ คุณสามารถเจอต้นไม้แห่งการพัฒนานี้ได้ในเกม rpg คุณสามารถลงทุนในพอยท์ในทักษะใดทักษะหนึ่ง หรือใช้มันใส่ลงในทักษะหลายๆอย่าง นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณ ผู้เริ่มต้น ถึงวาดสัตว์ได้ดีกว่าผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธ

มีความจริงในความเชื่อนี้บ้าง ถึงแม้ว่าศิลปินที่ดีจะไม่สามารถวาดอะไรก็ตามที่เขาอยากวาด แต่เขาสามารถเรียนรู้ได้ เขามีประสบการณ์ในการเรียนรู้และเขารู้ว่าอะไรที่ควรคาดหวังและวิธีในการวางแผนการพัฒนาของเขา แต่ยังคงดีกว่าถ้าคุณโฟกัสจนกว่าคุณจะดีเยี่ยมในหมวดหมู่ที่คุณเลือก อย่ากระโดดจากกายวิภาคมนุษย์ไปสู่ฉากเพียงเพราะว่าคุณเห็นนักวาดคนอื่นวาดมัน คุณไม่สามารถวาดได้ดีทุกอย่างได้

เมื่อผู้เขียนไปร้านหนังสือ เราสังเกตุเห็นหนังสือ “สอนวาด” เพื่อที่จะดูว่ามีอะไรไหมที่น่าแนะนำ มีหนังสือแบบนี้สองประเภท วาดเพื่อความสนุกสนาน และวาดเพื่ออาชีพ แบบแรกนั้นมีพื้นฐานมาจากขั้นตอนทีละขั้นของการวาดอะไรบางอย่าง และมันไม่ได้ช่วยสอนอะไรเลย คุณได้ภาพวาดในท้ายที่สุดแต่เพราะว่าหนังสือบอกให้คุณทำอะไรบางอย่าง ถ้าไม่มีมันคุณก็หลงทาง

แบบอื่นนั้นเล่ห์เหลี่ยมมากกว่า โดยมาก ในช่วงบทแรกๆเราจะเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องมือ ผู้เขียนสรุกว่าถ้าบางคนใช้ดินสอเท่านั้น เขาก็จะไปที่แบบแรก ดังนั้นเขาจึงพูดเกี่ยวกับดินสอหลากขนิด,ยางลบและชนิดของกระดาษ การใส่ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องมือนั้นคุณไม่ได้มีอะไรต้องทำเกี่ยวกับภาพวาดเลยอย่างเช่น หมึกและชาร์โคล

คุณอ่านบทแรกเหล่านั้น ถือดินสอเกรด HB ของคุณและยางลบถูกๆ อยู่ข้างหน้ากระดาษปริ๊นราคาถูก และคุณก็สงสัยว่า มันเหมือนกับการพยายามทำอาหารชนิดใหม่ ไม่มีวัตถุดิบเพียงพอและคิดว่าอะไรจะใช้แทนได้ มันทำให้คุณกังวลกับผลลัพธ์

สิ่งเดียวกันเกิดขึ้นเมื่อคุณเห็นคนวาดบน graphic tablet และคุณมีแค่ดินสอ เขาสามารถใช้เลเยอร์ เขาสามารถย้อนกลับไปแก้ไขทุกจุดได้ และเขามีสีด้วย คุณจะดีด้วยดินสออย่างเดียวได้อย่างไรและถ้าคุณมี tablet แต่มันไม่มีหน้าจอ(เหมือน Cintiq) คุณก็อาจจะรู้สึกตื่นกลัวกับการเห็นว่าเส้นของคุณนั้นดูแย่ได้อย่างไรเพราะมัน

เรามีคำตอบที่ให้แรงบันดาลใจกับคุณ ดูที่เสก็ตซ์ของ sketches of Leonardo da Vinci เขาไม่มี tablet อย่าพูดถึง Cintiq เลย และคุณสามารถสร้างเสก็ตซ์ได้ด้วยดินสอ หรือแม้แต่ปากกา สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ โฟกัสสิ่งที่คุณเรียนรู้ ไม่ใช่เครื่องมือ ดินสอ HB ก็เพียงพอแล้ว ถ้าคุณให้มันทำงาน

มีเทคนิคมากมายในการวาดรูป และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีเครื่องมือหลายอย่างที่คุณสามารถใช้ได้ แต่มันไม่ได้หมายความว่าคุณหวังว่ามันจะดีทั้งหมด หรือไม่มีมันแล้วคุณจะหายนะ หยิบเอาเครื่องมือที่ง่ายที่สุดณ.ขณะนั้น แล้วมาสเตอร์มัน เมื่อคุณวาดได้ดีขึ้นแล้วจนถึงระดับ 6 คุณสามารถขยายเทคนิคของคุณ แต่อย่าเปลี่ยนไปเครื่องมืออื่นเพราะว่าการเรียนรู้มันยาก

การวาดภาพมักจะถูกทำให้เป็นเกมการละเล่นของเด็กๆ เด็กๆเคยวาดในจุดหนึ่งแต่คนที่มีความสามารถทำมันต่อไปเมื่อโตขึ้น ถ้าคุณเห็นด้วยกับตรงนี้ มันอาจจะยากสำหรับคุณที่จะเริ่มเมื่ออายุ 20 ไม่ต้องถพูดถึงอายุ 40 เลย หรือ 60 แต่มันไม่ได้ทำให้คุณอยู่ไกลจากความฝันในการวาดของคุณเลย

เรามีข่าวดีสำหรับคุณ ถึงแม้จะเป็นเด็กที่มีความสามารถ ก็ไม่ได้เรียนรู้ได้ดีกว่าผู้ใหญ่ที่ฝึกฝนบ่อยๆและแอคทีฟ อีกครั้งหนึ่ง ดูที่ลิสต์ชองระดับ สี่ระดับแรกต้องการการฝึกอย่างมีสติน้อยมาก และนี่คือสิ่งที่เด็กวาด พวกเขาแค่ทำมัน แต่จากนั้นก็เป็นเด็กที่มีความสามารถ แทนที่จะถึงระดับ 5 และ 6 มาเดากันว่าจะมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไหม มันเหมือนกับว่าเด็กเหล่านั้นจะไม่ดีไปกว่าคนที่รู้ว่าตัวเองต้องเรียนรู้อะไรบ้าง

ใช่ ในตอนแรกคุณอาจจะต้องไล่ตามเด็กเหล่านี้ในช่วงระดับแรกๆ คุณอาจจะลืมทักษะมือและบางทีคุณอาจะต้องเรียนรู้ที่จะจับดินสออีกครั้งหนึ่ง แต่มันไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำไม่ได้ มันไม่แตกต่างจากการเรียนรู้ที่จะเล่นเครื่องดนตรี ทำไมมันถึงช้าไปสำหรับคุณ เพราะมันยาก มันต้องยากอยู่แล้ว

การวาดรูปไม่ใช่ทักษะพิเศษของคุณที่สามารถพัฒนาได้ตอนเป็นเด็กเท่านั้น การวาดรูปเกี่ยวกับตอนเป็นเด็ก เพราะว่าตอนเป็นเด็กเราไม่มีหน้าที่อะไรมากและมีเวลาในการทำโน่นนี่มากกว่าแค่ความสนุก เมื่อคุณแก่ตัวขึ้น คุณได้รับคำติที่ผลงานของคุณ ดังนั้นการวาดรูปจึงไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกพึงพอใจ คุณอาจจะแย่ในหลายอย่าง เช่น บาส หรือ เกม แต่คุณก็ยังเล่นมันกับเพื่อน แต่การวาดรูปสูญเสียคุณค่าของมันเมื่อไม่ได้รับการชื่นชม

“เด็กหลายๆคนวาดดีกว่าฉัน” มันเป็นความตระหนกที่คุณคิดว่าสิ่งที่เด็กทำมันง่าย

การเป็นผู้ใหญ่ คุณจะสังเกตุคนสองประเภทที่วาดรูป เด็ก และ ผู้ใหญ่ที่มีทักษะ คุณไม่ใช่พวกเขา ดังนั้นคุณจึงสิ้นหวัง แต่คุณหยุดวาดรูป เพราะคุณหยุดพัฒนา และคุณหยุดพัฒนา เพราะคุณไม่รู้ว่าหลังจากนั้นแล้วการวาดรูปเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ ไม่ใช่แค่การทำมันต่อไปอย่างเดียว ตอนนี้คุณรู้แล้ว ทำไมคุณไม่กลับมาวาดรูปล่ะคะ

ถ้าคุณไม่ได้ฝึกวาดรูปเป็นปี ทักษะการวาดรูปของคุณเป็นเท่ากับเด็กๆช่วงที่คุณหยุดวาด และไม่มีอะไรผิดหนิ! คุณเป็นผู้เริ่มต้น ดังนั้นมันเป็นเรื่องปกติที่คุณจะวาดรูปได้แย่ คุณรู้สึกแย่เพราะว่าความภูมิใจของคุณและความทะเยอทะยานของคุณ คุณต้องลืมมันไปและเริ่มที่จะเรียนรู้ เพียงแค่คุณเรียนรู้ทักษะอะไรก็ตาม มันไม่ได้เป็นในโรงเรียนอีกต่อไป การแก่กว่าไม่ได้หมายความว่ามีทักษะมากกว่า ดังนั้นไม่มีอะไรจะต้องอาย

ข้อโต้แย้งอื่นของคุณก็คือ คุณไม่มีเวลา ตอนนี้คุณมีหน้าที่มากกว่าตอนอยู่โรงเรียนและการบ้านอีก ดังนั้นคุณไม่สามารถใช้เวลาเดียวกันวาดรูปเหมือนตอนเป็นเด็กได้ เราไม่สามารถรู้สถานการณ์คุณได้ แต่โดยมากมันเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญ ถ้ามีบางสิ่งที่คุณชอบทำมากกว่าเช่น ดูทีวี หรือเล่นเกมและคุณหาเวลาให้มันได้ แต่ไม่ใช่การวาดภาพ มันหมายความว่าคุณให้ความสำคัญกับการวาดภาพน้อย

ดังนั้นมันไม่ใช่ “ฉันหวังว่าจะมีเวลาฝึกวาดรูป” มันคือ “ฉันอยากจะทำให้การวาดรูปนั้นสำคัญกว่างานอดิเรกอื่นๆที่ฉันต้องหาเวลามาทำ” แต่มันไม่มีอะไรผิด คุณแค่ต้องยอมรับว่าคุณสามารถวาดรูปได้ดีขึ้นได้ ดังนั้นมันเป็นทางเลือกของคุณที่คุณไม่มี ชีวิตที่วุ่นวายของคุณไม่ใช่สิ่งที่ต้องกล่าวโทษ รวมไปถึงอายุและการไม่มีความสามารถด้วยเช่นกัน

นี่เป็นความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคำจำกัดความของการวาดภาพ เราสามารถมองเห็นความแตกต่างชัดเจนระหว่างการวาดภาพและการปั้น แต่เมื่อมันแบนเหมือนกัน เราก็เลยคิดว่ามันเป็นผลของทักษะเดียวกัน

การวาดและการเพนท์ไม่เหมือนกัน ถ้าคุณพิจารณาว่าคุณนั้นมีความสามารถหรือทักษะที่การวาดภาพ และหลังจากเปลี่ยนไปวาดดิจิตัลอาร์ทคุณไม่สามารถใช้สีได้อย่างถูกต้องมันไม่ได้หมายความว่าคุณวาดรูปได้แย่ คุณแค่ไปสู่แอเรียอื่นๆ และถึงแม้ว่าจะเป็นการเสก็ตซ์ที่สวยงามและฝึกเป็นระยะเวลานาน คุณก็ยังเป็นมือใหม่อีกครั้งในเรื่องการเพนท์

ทักษะบางอย่างของการวาดและการเพนท์ซ้อนทับกันอยู่ สิ่งเหล่านั้นคือ การสร้างสรรค์ ทักษะที่ประยุกต์กับการปั้นได้ด้วย คนอื่นๆนั้นเกี่ยวข้องในฟีลด์ของพวกเขาเท่านั้น เช่น ความแม่นนั้นสำคัญกับการวาดมากกว่าการเพนท์ มันไม่จริงเลยที่ใครบางคนจะเรียกตัวเองว่าศิลปิน แล้วสามารถใช้วัสดุอะไรก็ได้

ถ้าคุณคิดว่า “ฉันอยากจะวาดได้เหมือนเขา” เมื่อดูรูปเพนท์ มันเหมือนกับคุณคิดว่า “ฉันอยากจะปรุงอาหารได้เหมือนเขา” เมื่อดูคนทำลูกกวาด เขาอาจจะเก่งเรื่องการปรุงอาหารจริงๆแต่คุณไม่สามารถรู้ได้

การวาดรูปนั้นมีพื้นฐานมาจากเส้น สั้นหรือยาว บางหรือหนา แต่มันก็ยังคงเป็นเส้น คุณสามารถทำให้มันกลมกลืนได้ด้วยคอตต้อนบัด แต่หลักๆแล้วคุณต้องทำให้มันกลมกลืนด้วยมือ ด้วยวิธีการอย่างเส้นสาน และนี่คือสิ่งที่คุณต้องคาดหวังเมื่อเรียนรู้การวาดรูป

นี่ยิ่งสำคัญสำหรับดิจิตัลอาร์ติสท์ เพราะว่า photoshop และซอฟท์แวร์ที่ใช้ในจุดประสงค์นี้ การวาดรูปและการเพนท์รวมกันเป็นหนึ่งเดียว คุณจะต้องดูดีๆเวลาหา tutorial เพราะว่าบางอย่างของมันนั้นใช้ทั้งสองทักษะในเวลาเดียวกัน ซึ่งทำให้มือใหม่สับสน

เมื่อเรียนรู้วิธีที่จะวาด มันดีกว่าที่จะเพิกเฉยๆต่อเรื่องสี เสก็ตซ์ของคุณไม่จำเป็นต้องดูดี ดังนั้นโฟกัสในการทำให้เป็นอย่างนั้น แสง ในอีกนัยหนึ่งเป็นบางอย่างที่คุณสามารถใช้เมื่อคุณนั้นพัฒนามากขึ้น แต่ในกฎทั่วๆไป อย่าไปเร็ว และทำให้แน่ใจว่าคุณได้มาสเตอร์ทักษะหนึ่งก่อนที่จะไปอีกทักษะ

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการวาด อันหนึ้งที่ทุกคนได้รับมาก็คือการวาดรูปนั้นง่าย ง่ายจนเด็กทำได้ และถ้าคุณทำไม่ได้ คุณแค่ไม่มีพรสววรค์เพียงพอ เมื่อคุณปลดปล่อยตัวเองจากการคิดเช่นนั้นแล้วเริ่มที่จะทำกับการวาดรูปเหมือนทักษะอื่นๆ คุณก็จะพัฒนาขึ้น ไม่ว่าจะนานเท่าไรก่อนหน้านี้ คุณต้องก้าวไปอย่างมั่นคง

มันมีค่าที่จะพูดถึงด้วยว่าคุณไม่มีอุปสรรคใดๆเลยที่จะวาดได้ดี คุณอาจจะไม่ได้เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง หรือแม้แต่นักวาดที่ดี แต่นั้นไม่ได้หมายถึงคุณล้มเหลว การเรียนรู้ที่จะวาดภาพเป็นรางวัลของตัวมันเอง ตราบเท่าที่คุณรู้สึกสนุกกับมัน ผลของมันไม่สำคัญ ถ้าอันนี้ไม่ทำให้คุณเชื่อ ลองคิดดูว่าคุณดีกว่าทุกคนที่กลัวที่จะเรียนรู้ อย่าให้ความทะเยอทะยานหยุดคุณจากการเป็นมือใหม่ 

บทความอ้างอิง https://design.tutsplus.com/articles/10-drawing-myths-that-block-your-progress–cms-23892

 

About the Author sasi tanadeerojkul

Meisan mui หรือพี่มุ่ยเป็นนักวาดภาพประกอบ ทำงานภาพประกอบ/ออกแบบคาแร็คเตอร์ มาทั้งหมดราวๆ 7 ปี มีผลงานลงสื่อทั้งไทยและต่างประเทศ และเป็นผู้เขียนหนังสือพ็อคเกตบุ็ค "ลาเจ้านายไปตามฝัน"