อย่างที่หลายหลายคนรู้กันว่าเรามือตกมาเป็นเวลา 10 ปีด้วยกันเป็นเวลาที่ยาวนานมาก ตอนแรกเราก็หมดหวังกับการวาดรูปไปแล้วเรารู้สึกว่าคงจะวาดได้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ตลอดกาล รู้สึกสิ้นหวัง และเลิกล้มความหวังในการวาดรูปให้ดีขึ้นแต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาวาดรูปเพราะว่าสอนก็เลยต้องวาดรูปให้ดีขึ้นดีขึ้นแล้วฝีมือก็ขึ้นขึ้นลงลงมาตลอดไม่มีช่วงไหนเลยที่รู้สึกว่าเรากลับมาได้จริงๆ เราแค่ทำได้ดีเท่าเดิมจริงๆดีกว่าเดิมบางช่วง แล้วก็กลับไปตก แค่ช่วงนี้เท่านั้น ที่เรารู้สึกว่ากลับมาได้แล้วเพราะว่าปัญหาชีวิตเริ่ม คลี่คลายทีละเปลาะ เราสบายดี ไม่ป่วยขนาดเข้าร.พ.มาสองปีแล้ว


อยากฝากทุกคนเอาไว้ว่าอย่ายอมแพ้เพราะชีวิตนั้นกลั่นแกล้งเราเสมอ เราเคยคิดว่าคนบนโลกมีเยอะแยะ ทำไมเราเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ หลายๆคนอาจจะคิดว่ามัน cliche เออ ก็คิดถึงคนที่แย่กว่าเราดิ เอาเข้าจริงมันทำไม่ได้หรอกนะ เพราะเราต่างคิดว่า เราไม่น่าจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เลย เรารู้สึกว่า ตัวเองล้มเหลวที่สุด สูญเสียทุกอย่างไป แต่เราก็ต้องเดินต่อไปเพราะว่าชีวิตมันไม่มีทางสิ้นสุดด้วยคำว่าพ่ายแพ้หรือล้มเหลวมันอยู่ที่ว่าเราหยุดไม่หยุดต่างหาก สำหรับคนที่มือตกอย่าเปรียบเทียบกับคนอื่นพยายามพัฒนาฝีมือตัวเองขึ้นและอย่าไปเปรียบเทียบกับตัวเองในอดีตค่ะ

ถามว่าทำไมถึงฝีมือตกถึง 10 ปีเพราะว่าก่อนหน้านี้มีปัญหาในชีวิตหลายอย่างที่แก้ไขไม่ได้สักทีมันวนเป็นลูป ๆ นอกจากนี้ยังไม่ได้มีความคิดว่าจะเก่งขึ้นหรือว่าอยากจะทำให้ภาพวาดดีขึ้นแค่รู้สึกว่าวาดได้ก็พอ ก็สอนได้แล้ว แต่ตอนนี้ต่างไปเพราะว่าเราอยากเก่งขึ้นเพื่อที่จะทำให้นักเรียนมั่นใจในตัวเรา มั่นใจว่าเราสอนเขาได้ก็เลยต้องฝึกฝนให้เก่งขึ้น ความอยากที่จะเก่งขึ้น มันเอาชนะความเฉื่อยชา เอาชนะอาการไม่อยากวาดรูป เมื่อเราสอนแล้วนักเรียนเก่งขึ้นจริงๆ เราคิดว่าทำไมตัวเราไม่เก่งขึ้นด้วยล่ะ ในเมื่อเราสอนให้เขาเก่งได้ตัวเราก็ต้องเก่งก็เก่งขึ้นได้สิ เราแค่พยายามให้พอ ที่ผ่านมาเราแค่ไม่ได้จริงจังกับมัน

เพราะรู้สึกหมดหวังรู้สึกพ่ายแพ้กับชีวิตรู้สึกท้อถอย แต่วันเรานั้นมันไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลามันต้องผ่านไป มันจะต้องมีวันที่เรารู้สึกดีขึ้นตามลำดับ และวันนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะพัฒนาขึ้นให้ดีขึ้นไปเรื่อยเรื่อยเพื่อให้นักเรียนมั่นใจว่าครูของเขายังผ่านช่วงเวลาเลวร้ายไปได้ตัวเค้าเองก็ทำได้เช่นกัน

ตอนที่กลับมา ก็อย่างที่บอก ไม่มีช่วงไหนเลย ที่รู้สึกว่ากลับมาได้ 100% เหมือนปัจจุบันนี้ หรือในวันนี้ เพราะว่า รู้สึกไม่มั่นใจ รู้สึกคุณค่าในตัวเองหายไป รู้สึกเราไม่คู่ควรกับความสำเร็จต่างๆที่เราได้มา เพราะว่าขาดศรัทธาในตัวเอง ตามหาความรักจากภายนอก มากกว่าภายในตัว เลยทำให้เสียศูนย์ไปพักนึง ถามตัวเอง แล้วก็อ่านหนังสือเรื่อง The missing piece meet big O เราก็เป็นแค่สามเหลียมอันหนึ่งที่พยายามตามหาส่วนที่ขาดหายไปเหมือนกัน แต่ตอนนี้ เราเริมเป็นทรงกลม เราเริ่มสมบูรณ์ด้วยตัวเองแล้ว ไม่ต้องการใครมาเติมเต็ม ถ้ามี ก็ขอคนที่สามารถกลิ้งไปได้ด้วยตัวเองเหมือนกัน

ตอนที่เริ่มกลับมา เพราะว่าเพื่อนๆ คนรอบตัว นักเรียน ย้ำว่าเราเป็นคนเก่ง ๆ ทุกคนรอบตัวเชื่อมั่นใจตัวเรา นักเรียนเชื่อมั่นให้เราสอนเค้า แล้วเค้าก็เชื่อในสิ่งที่เราพูด เชื่อในการกระทำของเรา

นอกจากนี้ระหว่างมือตก ยังมีเรื่องของอาการป่วย ที่เรากินยาแล้วมือสั่นตลอดเวลา ปัจจุบันก็ยังเป็นอยู่โดยเฉพาะหน้าหนาวยิ่งสั่น ถ้าถามว่าเอาชนะอาการป่วยยังไง เริ่มแรก อย่าคิดว่าตัวเองป่วย คิดว่าตัวเราปกติดี และอย่าย้ำ อย่าบ่น อย่าโทษโชคชะตาค่ะ เราไม่เคยคิดว่าเราโชคร้ายที่ป่วย เราคิดว่านี่คือของขวัญ นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา เพราะมันทำให้เราได้เรียนรู้ ความหมายของการมีชีวิตอยู่ที่แท้จริง เรียนรู้ความรัก เพื่อนแท้ รู้จักความหมายของคำว่าความสุข และการมีชีวิต โดยไม่ต้องมีชื่อเสียงมาก และเรียนรู้ที่จะก้าวเดินต่อไป โดยที่เรามีอาการป่วยนี้อยู่

ก่อนหน้านี้ เราเคยรู้สึกว่า อยากมีเห็ดป็อก อยากย้อนเวลากลับไปแก้ไข สิ่งต่างๆในชีวิต เราคิดว่าเราปล่อยวางได้แล้ว คิดว่าเราสามารถเอาชนะโชคชะตาได้ แต่ที่จริง เราไม่เคยทำได้เลย เพราะว่าเราไม่เคยปล่อยวางได้อย่างแท้จริง มาวันนี้เรารู้สึกว่า ภาพของเรา บ่งบอกแล้วว่า เราได้ปลดปล่อย เอาภาระอันหนักอึ้งที่เหมือนก้อนหิน ที่ถ่วงเราไว้ถึงสิบปีออกไป จากเส้นที่มันเคยไม่เคลียร์ การลงสีที่วุ่ยวาย เราเริ่มเอาสิ่งที่ไม่ใช่เราออกไปทีละเล็กละน้อย ถามตัวเองว่าจริงๆแล้วเราวาดรูป เพื่ออะไรกันแน่ เพื่อชื่อเสียง เพื่อความสุข เพื่อแสดงตัวตน หรือวาดเพื่อต้องการ ให้ตัวเราพึงพอใจ ให้เราได้ปลดปล่อยความคิด หรือวาดเพื่อต้องการให้คนอื่นมาชืนชม มาไลค์ มา fav มาดูผลงานของเรา เราตอบว่า เราวาดเพื่อทั้งสองอย่าง เราอยากให้คนดูภาพ มีความสุข เมื่อดูผลงานเรา และตัวเราเอง ก็อยากมีความสุขที่ได้วาด ได้แสดงออกในแบบของเรา

ถ้าถามว่าวันนี้ เราเสียดายไหม ที่ชีวิตเรา สุดท้ายแล้วเป็นแบบนี้ เราเป็นครูธรรมดา ไม่ได้มีชื่อเสียงระดับโลก ยังไม่มีเงินทองมากมายก่ายกอง ทรัพย์สินที่มีติดตัว ก็ยังไม่มีเหมือนใครเขา ความสุขหรือ ก็ห่างไกลกับสิ่งที่อยากได้ แต่เราก็ขอย้ำว่า เรามีความสุขดี ในแบบของเรา ไม่ใช่ความสุข ที่คนอื่นนิยาม และความสุข ที่คุณคิด หรือใครๆหลายคนคิดว่า จะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ความสุขของเรา คือการได้ไปสอนนักเรียน ได้วาดรูป ทำธุรกิจของตัวเอง และได้แชร์ ได้เขียน ดูรูปเพื่อนๆ บางทีก็นอนทั้งวัน คุณละ หาความสุขในแบบคุณเองได้หรือยัง ความสุข แบบที่เป็นคุณ แบบที่ไม่ใช่ความสุข ที่สำเร็จรูป ที่ใครๆนิยามให้คุณ สวัสดีค่ะ