สอนนักเรียนสนุกตรงไหน?

ถ้าถามว่าสอนนักเรียนสนุกตรงไหน มันมีความท้าทายหลายอย่าง ตั้งแต่ background ของนักเรียนที่ไม่เหมือนกันเลย มันต้องวิเคราะห์หลายอย่าง เราไม่สามารถสอนนักเรียนสองคน ด้วยวิธีการสอนเดียวกันได้ หลักการอาจจะเหมือนกัน แต่วิธีที่ใช้สอน คำพูดที่ใช้พูดกับนักเรียนสองคนไม่เหมือนกัน เพราะนิสัยของคนสองคนไม่เหมือนกัน ต้องการการ treat ต่างกัน ในขณะที่คนนึงต้องการกำลังใจ คนนึงอาจจะต้องการแส้เฆี่ยน มันเหมือนเขามาซื้อปลา เรายื่นปลาให้ ไม่ใช่ยื่นแมวให้ นี่คือเหตุผลที่เราไม่ค่อยเปิดคอร์สกลุ่ม ไม่ใช่เพราะว่าคอร์สกลุ่มไม่ดี คนสอนสไตล์กลุ่มดีๆก็มี แต่สไตล์การสอนของเรา เหมาะกับการสอนแบบตัวต่อตัวมากกว่าจริงๆ

เพราะว่าเราจะต้องวิเคราะห์ปัญหาของนักเรียนแต่ละคนทีละขั้นๆ ว่าเขามาเพราะเขาต้องการอะไร อยากได้การแก้ไขอย่างไร ซึ่งมันต้องใช้ประสบการณ์ล้วนๆ บางคนต้องใช้วิธีการถามคำถามหลายข้อ เพื่อให้ความต้องการจริงๆของเขาออกมา เรามีประสบการณ์สอนอย่างเดียวมาแปดปี ซึ่งเราว่ามันมากพอที่จะทำให้เราได้วิเคราะห์ปัญหาต่างๆได้ถูกต้องประมาณ 70-80% และสามารถแก้ไขปัญหาได้ นอกจากนี้ background ของเราในการเรียนสถาปัตย์ ก็ช่วยเรื่องการวิเคราะห์นักเรียนได้มากทีเดียว

นอกจากนี้การสอนนักเรียน ยังทำให้เรากลับมาวิเคราะห์ตัวเอง จุดอ่อน จุดแข็ง ข้อดี ข้อเสีย สิ่งที่เรายังทำได้ไม่ดีอีกด้วย

ก่อนหน้านี้สอนพี่กวาง Nada Nakata รู้สึกดีมากที่ได้เจอพี่กวาง เพราะพี่เขาเป็นคนเก่งคนนึง แต่ไม่มีความมั่นใจในการวาดรูปได้ดี เนื่องจากปมสมัยยังเด็กๆ ที่มันเกิดขึ้น ทำให้เขายังฝังใจว่าเขาวาดรูปได้ไม่ดีพอ แต่จริงๆแล้ว พี่เขาวาดรูปได้ดีมาก ดูจากพอร์ทโฟลิโอ ที่เขาเอามาให้เราดู เราเลยเริ่มจากการปรับทัศนคติของพี่เขาว่า มันไม่ได้ยาก ถ้าทำให้มันง่าย และสนุก และอย่าคิดว่าเราจะต้องไปเปรียบเทียบกับใคร และอย่าไปคิดเลยว่างานเราจะต้องสวยเหมือนใครๆ ความสวยมัน subjective มันแล้วแต่เฉพาะบุคคลนั้นๆ ความสวยงามของเราคือเราฟิน เรามีความสุข สนุกที่ได้วาดรูปก็พอแล้ว แล้วถ้าอยากทำเป็นอาชีพ ก็ฝึกไป เดี๋ยวมันทำได้เอง อย่าไปฝืน ไปเร่งรัดพัฒนามันมาก ทำไปเรื่อยๆ จะเป็นความเก่งที่ยั่งยืนมากกว่าการหักโหม

นอกจากนี้ช่วงนี้ยังเจอน้องหวาน และน้องเกตุ สองคนนี้วาดรูปไม่เป็นเลยสักนิดแล้วมาเรียนวาดรูปกับเราจนวาดเป็น ที่น่าสนใจคือ เขาจะตื่นเต้นมากๆเวลาที่เขาทำได้ เราเองก็รู้สึกดีไปด้วย รู้สึกเหมือนเป็นส่วนนึง เหมือนพลังงานมันถ่ายทอดกันได้ เรารู้สึกเหมือนกับว่าเป็นส่วนนึงของความสำเร็จของเขา

การสอนนักเรียน สำหรับเราไม่ใช่การพยายามยัดๆความรู้ที่เรามีใส่หัวนักเรียนทั้งหมด เพราะว่าสุดท้ายแล้ว นักเรียนไม่ได้เอาไปใช้หมดหรอก ความรู้หนะ ใส่เท่าที่เราคิดว่ามันโอเคพอแล้ว เหมือนกับเรารู้ว่า แก้วใบนี่น่าจะมีปริมาตรเท่าไร แล้วค่อยๆใส่น้ำเข้าไปจนมันเต็มก่อน ถ้ามันล้น ค่อยๆรินน้ำออก ใส่เข้าไปใหม่ อย่าฝืนธรรมชาติ ไม่งั้นเด็กจะไม่ได้อะไร

การวาดรูป สำหรับเราบอกตรงๆ ทัศนคติสำคัญกว่าอะไรอย่างอื่นเลย ทัศนคติว่า เราทำได้ เราสามารถเก่งขึ้นได้ สำคัญยิ่งกว่าความเก่งณ.ขณะนั้นเสียอีก

ถ้าหากชอบในเนื้อหาและต้องการสนับสนุน sasi tanadeerojkul สนับสนุนได้ที่ Patreon ค่ะ