สิ่งที่ไม่ฆ่าฉัน จะทำให้ฉันเข้มแข็งขึ้น

ก่อนอื่นถ้าใครไม่รู้ว่าพี่มุ่ยป่วยเป็นไบโพลาร์มา 10 ปีแล้ว ไปดู entry ด้านบนก่อนค่ะ

โรคไบโพลาร์ มี 2 episode คือ mania และ depression อาการจะขึ้นๆลงๆ เหมือนกับว่าเป็น curve ซึ่งไม่ค่อยแน่นอน เหมือนกับว่าเราไม่สามารถควบคุมมันได้ มันจะขึ้นมาเป็น mania ตอนไหนก็ไม่รู้ แต่ช่วงที่มันขึ้น อาการจะมองโลกผิดไป เปลี่ยนไปจากความเป็นจริง
.
ถ้าใครมีอาการของโรคทางจิตเวช สามารถ inbox มาถามได้ว่าเราผ่านอุปสรรคนั้นมาได้ยังไง
.
เราโดนด่าเรื่องงานเยอะมาก ด่าเละ เรื่องงานไม่เหมือนเดิม งานเปลี่ยนไป เหมือนคนละคน งานไม่สวยเหมือนเดิม ซึ่งคนที่เค้าเข้ามาดูงาน ไม่รู้ว่าเราเจออะไรบ้างในชีวิต ซึ่งโรคมันเกิดจากการที่มียีนอยู่แล้ว แล้วก็มีเรื่องของความเครียดสะสม ทำให้เกิดอาการของโรคขึ้นมา ฝีมือเราขึ้นๆลงๆมาตลอด 10 ปีที่เป็นโรคนี้

https://flic.kr/p/27uNeYm

เราไม่ได้คิดจะเอาโรคมาเป็นข้ออ้างนะคะ แต่…
.
ถามว่าเราต้องต่อสู้กับอะไรบ้าง อย่างแรก เราต้องปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ซึ่งอึดอัดมาก แต่ที่เปิดเผย เพราะรู้สึกว่า เราเป็นคนปกติ แค่เป็นโรค ซึ่งโรคจิตเวช สามารถรักษาให้หายได้ เหมือนโรคทางกาย เหมือนปกติทั่วไป ที่ต้องมีขั้นตอนการรักษา
.
ที่นี้คนก็มักจะคิดว่าโรคไบโพลาร์ เป็นโรคที่ใช้ใจ ทำไมคุณถึงจิตใจอ่อนแอ ทำไมคุณถึงเป็นโรคนี้ ทำไมคุณจิตใจไม่เข้มแข็งทำไมฝีมือคุณตก คำถามประดังประเด เข้ามา บางคนก็บอกว่าจบอนาคตในด้านการวาด ไม่สามารถไปต่อได้ เรามองว่าเรื่องนี้เล็กน้อยมาก กับสิ่งที่เราต้องเจอจริงๆ
.
การสอนนักเรียน การวาดรูป มันรักษาเรา การที่เรามีกิจวัตรประจำวันเหมือนคนปกติ มันทำให้เราหายโดยไม่ต้องกินยา ต้องอาศัยความเข้าใจของครอบครัวและคนทั่วไป เราไม่กลัวสังคม จะพูดว่ายังไง
สำหรับเรา คนที่เคยผ่าน จุดที่มีคนชอบงานเยอะๆ มันดี ที่มีคนชอบงานเยอะทั้งงานเขียนและงานวาด งานวีดีโอ
.
ณ.ตอนนี้ ถามว่าเราวาดเหมือนเดิมได้ไหม เราไม่อยากวิ่งตามเทรนด์ เราไม่อยากวิ่งตามกระแสโลก เราอยากวาดแบบตัวเรา แล้วมีคนติดตาม มีคนชอบ จะขายได้ไม่ได้อีกเรื่อง แต่เราอยากหายจากโรคที่เป็นอยู่ อย่างแรกที่เราทำคือ เราคิดว่าเราไม่ป่วยก่อน ทีนี้คุณก็ใช้ชีวิตแบบคนปกตินะคะ เหมือนคนทั่วไป เหมือนคนอื่นๆที่เค้าใช้กัน แค่คุณทานยาตรงเวลา ไปหาจิตแพทย์ตรงเวลา
.
แล้วคุณก็ปรึกษาแพทย์และนักจิตวิทยา ของอาการที่คุณเป็น นักจิตวิทยาจะฟังเรื่องของคุณ จิตแพทย์จะฟังอาการแล้วจ่ายยา ถามว่าเราดีลกับตรงนั้นยังไง การที่คุณป่วยเป็นโรคทางนี้ คุณต้องยอมรับก่อนว่าคุณป่วย เหมือนคุณมีปัญหา คุณต้องยอมรับว่าตัวเองมีปัญหาก่อน ถึงจะแก้ไขปัญหานั้นได้
.
แต่อย่าทำตัวเองเหมือนคนป่วย คุณต้องเป็นคนปกติให้ได้ สำคัญยิ่งกว่าทุกเรื่อง คุณต้องมี mindset ว่าคุณไม่ได้ป่วย แล้วสิ่งที่คุณทำออกมา มันจะเป็นไปตามนั้นค่ะ
.
ถ้าถามว่าโรคนี้สอนอะไรเรา สอนให้เรารู้จัก ความหมายที่แท้จริงของชีวิต และอยู่กับปัจจุบันค่ะ
.

https://flic.kr/p/26tcyTm

สำหรับงานที่เน่านั้น เนื่องมาจาก เราหมดหวังในเรื่องของการวาดภาพและชีวิตขั้นสุด แล้วคิดว่า ไม่รู้จะเก่งไปเพื่ออะไรอีกต่อไป รู้สึกหมดแรงในการดำเนินชีวิตขั้นสุด ก็เลยไม่มีแรงบันดาลใจในการที่จะวาดรูปให้ดีขึ้นแล้วในตอนนั้น สาเหตุก็มาจากเรื่องเพื่อนเหมือนเดิม มันมาจากการที่เราปล่อยวางไม่ได้สักทีในตอนนั้น

12417843_1110120135674636_7651796058071664289_n

 

ส่วนที่กลับมาได้

33167017_10155169208760793_2450298822555860992_n

เพราะว่า อยากเก่งขึ้น เพื่อนักเรียนจะได้เห็นว่าเราทำได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นค่ะ รวมถึงอาการที่เคยรู้สึกผิดหวัง รู้สึก fail ในชีวิตมันเริ่มจากลงมากๆแล้วก็เลยคิดว่าตัวเองน่าจะเก่งขึ้นได้ โดยที่กลับมาคราวนี้ ไม่ได้จะวาดเอาไลค์ เอาโล่ห์อะไร ก็คิดว่าวาดเพื่อให้ตัวเองหายดี วาดเพื่อให้ตัวเองอาการดีขึ้นด้วยส่วนหนึ่ง
.
แล้วเราก็พบความจริงที่ว่า ความเชื่อว่าตัวเองเก่งแล้ว สำคัญกว่าตัวเองเก่งจริงๆเสียอีก เพราะถ้าหากเราเชื่อว่าเราเก่ง การกระทำมันจะเป็นไปตามนั้น เหมือนกับเราเชื่อว่าตัวเองปกติ ไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่ได้ป่วย จำเอาไว้ว่า…

นีชเช่กล่าวไว้ค่ะ

สิ่งที่ไม่ฆ่าฉัน จะทำให้ฉัน เข้มแข็งขึ้น