จะทำอะไรต้องรู้natureของตัวเอง

ถ้ามีคนถามว่าหลักการในการดำเนินชีวิตของเราคืออะไรก็เป็นข้อนี้แหล่ะ ข้อแรกคืออย่าพยายามเป็นในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็นเพราะมันจะฝืนธรรมชาติเหมือนกับว่ายทวนน้ำแต่สิ่งที่ยากก็คือเราไม่รู้หรอกว่าเราเป็นอะไรกันแน่ เพราะว่าคนเราเกิดมาก็เริ่มจากศูนย์เราไม่รู้หรอกว่าเราถนัดอะไรดังนั้นเราควรลงมือทำให้เยอะที่สุด พอลงมือทำเยอะสุดแล้วเราจะรู้ไปเองว่า เรานั้นชอบอะไร ไม่ชอบอะไรค่ะ

การที่รู้จักธรรมชาติของตัวเองไม่ได้หมายความว่าให้เป็นอย่างนั้นตลอดไปใครห่วยก็ให้ห่วยอย่างนั้นตลอดไป แต่หมายถึง’ไคเซ็น’

ไคเซ็น=หลักการของโตโยต้าที่ใช้ในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์กล่าวคือถ้าเรารู้ธรรมชาติของตัวเองว่าตัวเราเป็นคนแบบไหนแล้วชอบอะไรไม่ชอบอะไรเราก็จะสามารถปรับปรุงตัวเองได้ง่ายกว่าคนที่ไม่รู้เลยว่าตัวเราเป็นแบบไหน หลักการนี้ก็คือการปรับปรุงทีละเล็กทีละน้อยแค่ 1% หรืออาจจะน้อยกว่านั้นแต่ปรับปรุงเรื่อยเรื่อยจนกว่าจะถึงเป้าที่ต้องการ

Bill crawford พูดในเท็ด เค้าบอกว่าการที่คนเราจะประสบความสำเร็จได้ บางทีมันมาจากการDebrief กล่าวคือ เราต้องถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นฉันเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้แล้วก็ถามตัวเองว่าจะปรับปรุงได้ยังไงมีอะไรที่สามารถแก้ไขให้ได้. ซึ่งคนส่วนมากก็แค่ตั้งเป้าหมายแล้วลงมือทำแต่ขาดการ debrief ค่ะ

เช่น ถ้าเราวาดรูปแล้ว ให้ประเมินตัวเองด้วยว่า ด้านไหนยังด้อย ด้านไหนยังต้องการการปรับปรุง ด้านไหนยังสามารถไปต่อได้ เราเรียนรู้อะไรจากการทำงานครั้งนี้

วันนี้ได้ดูวีดีโอนี้ เกี่ยวกับการหาสไตล์ เค้าบอกว่า บางคนซีเรียสกับการก็อปปี้ และมองว่าการก็อปปี้ไม่ได้ดี จริงๆทุกอย่างเป็นดาบสองคม สไตล์ ใช่ว่าจะมาจากการก็อปปี้ไม่ได้ บางที การก็อปปี้ก็ทำให้เราสามารถเรียนรู้จังหวะของเส้นของคนอื่นๆ ว่าวาดยังไง ถึงแม้เราไม่ได้อยากได้สไตล์นั้นทั้งหมด แล้วเราก็เรียนรู้ว่าใช้จังหวะเส้นยังไง จากนั้นสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับของตัวเองได้ จากนั้นก็พยายามก็อปปี้โดยใช้ลายเส้นของตัวเองในการก็อปปี้ภาพเดิม วิธีนี้เราก็ทำ การหาสไตล์เป็นเรื่องของการสังเคราะห์ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะหาสไตล์ได้เหมือนกันหมด อยู่ที่แต่ละคนว่าจะหาสไตล์ได้ไหม เพราะว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้จักหยิบจับ แล้วเอามาสังเคราะห์ได้ มันขึ้นอยู่กับว่าคนๆนั้นช่างสังเกต และรู้หรือเปล่าว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
https://www.youtube.com/watch?v=2pkSRhZphn8

แล้วก็ได้ดูอีกวีดีโอนึง เป็นการที่บอกว่า อาร์ติสท์ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการวาดนั้นเกิดมาจากอะไร?
มันเกิดมาจากการที่ไม่ดูโครงสร้างของภาพให้ดีๆบางอย่างถ้าวาดแล้วคอมโพสชัดจะดีกว่ามาก ๆเช่นแทนที่จะวาดคาแรคเตอร์ตัวเดียวก็เติมบางอย่างที่คอนทราสต์เข้าไปด้านหลัง แล้วสไตล์แกว่งไปมาก็อีก ห้ามเด็ดขาด แบบวาดวิวที คาแรคเตอร์ที ฟิกเกอร์ดรออิ้งที ถ้าจะฝึก ก็ไม่ต้องโพสต์หมด แอคเคาท์มีหลายอย่างโพสต์เกินไป ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่ายหรืออื่นๆ ดังนั้นเราควรแยกแอคเคาท์กับแอคเคาท์ทั้งหมด อย่าเอามาใช้ปนกัน พวกแอคเคาท์ที่ลงรูปถ่ายก็ให้มันอยู่ส่วนรูป ลงงานก็ลงงานไป นอกจากนี้การที่วาดรูปเนี่ยมันยังมีช่วงเวลาที่ได้ฟีดแบ็คลง ฟีดแบ็คลด อะไรพวกนี้ ซึ่งเราต้องสามารถจัดการช่วงเวลาเหล่านั้นได้ด้วย