7 องค์ประกอบ ของการเล่าเรื่องที่ดี

7 องค์ประกอบ ของการเล่าเรื่องที่ดี

1.สมมติฐานกึ่งกลาง(Central premise)

2.คาแรคเตอร์ที่มีสามมิติ ที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา

3.เสปซที่มีขอบเขตหรือเบ้าหลอม

4.ตัวเอกที่มีเควสต์บางอย่าง

5.ฝ่ายตรงข้ามที่จะมาหยุดตัวเอก

6.จุดสูงสุดของทุกสิ่ง ไม่ว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลง

7.และดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด conflict

1. สมมติฐาน

สมมติฐานก็คือจุดของเนื้อเรื่องที่เราต้องการจะสื่อ เช่น “คนเลวสามารถเป็นคนดีได้” หรือ “การช่วยโลกนั้นคุ้มค่ากับความพยายาม” หรือแม้แต่สิ่งที่อาจจะไม่เป็นจริงในโลกแห่งความเป็นจริง เช่น “ความดีก็เหมือนความเลว” ในขณะที่ผู้อ่านไปจนถึงตอนจบของเนื้อเรื่อง เขาจะได้รับในสิ่งนี้ ในความเป็นจริงแล้ว องค์ประกอบทุกอย่างของเนื้อเรื่องสร้างขึ้นมาเพื่อจุดนี้

ในการที่จะแสดงจุดนี้ออกมา ลองนึกถึงเนื้อเรื่องที่จะพยายามที่จะพูดว่า “ความเลวนั้นไม่ดี” แล้วก็แสดงให้เห็นว่ามีคนเลวที่ทำในสิ่งเลวๆแต่ไม่ได้รับผลตอบแทนอย่างสาสม ณ.จุดนี้มันจะดูผิดพลาดไป และดูโง่ คุณจะรู้สึกยังไงถ้าฝั่งจักรวรรดิชนะในสตาร์วอส์ทั้งสามภาค ถ้าจุดยืนของคุณเกี่ยวกับการชนะของความเลวเหนือความดี ดังนั้นตอนจบของเรื่องความเลวต้องชนะความดีจริงๆ

เนื้อเรื่องหลายๆเรื่องอาจมีหลายส่วนของสมมติฐาน เช่น “พลังอำนาจอันเสื่อมทราม แต่ความดี สามารถแก้ไขการเสื่อมทรามนั้นได้” ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือการรวมที่ทำให้หนังสตาร์วอส์นั้นดูแล้วน่าพึงพอใจ

คาแรคเตอร์นั้นมีสมมติฐานของตัวเองเช่นกัน โดยมากแล้วเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเชื่อเกี่ยวกับตัวเอง ถึงแม้ว่านั้นไม่ใข่ความเป็นจริงทั้งหมด มันกำหนดความเชื่อ,ความเชื่อมั่น และความต้องการ ทั้งหมดสามารถรวมได้เป็นหนึ่งหรือสองเสตทเมนต์อย่าง “การทำงานหนักนั้นสำคัญ” หรือ “ฉันพูดความจริงเสมอ” ถ้าคาแรคเตอร์ทำลายสมมติฐานตัวเอง อย่างเช่น ผู้ที่ทำงานหนักจู่ๆก็อู้โดยไม่มีเหตุผล หรือผู้ที่พูดความจริงตลอดเวลาจู่ๆก็โกหก เราจะรู้สึกว่า มีบางอย่างผิดพลาด เพราะเราไมสามารถจับคู่การกระทำของพวกเขากับเนื้อเรื่องที่เขาพยายามจะบอกเราเกี่ยวกับตัวเอง มันอาจจะเป็นอุบาย ถ้าคาแรคเตอร์ถูกเซ็ททางนั้นโดยนักเขียน แล้วก็ทิ้งสมมติฐานนั้นไปยังสิ่งที่ดีกว่า ถ้าไม่อย่างนั้นก็แสดงให้เห็นว่าคาแรคเตอร์นั้นเป็นพวกหลอกตัวเอง

คุณสามารถบอกได้ว่าเนื้อเรื่องนั้นมี สมมติฐานที่ เคลียร์เมื่อคุณสามารถพูดได้ว่าเนื้อเรื่องนั้นเกี่ยวกับอะไรในไม่กี่ประโยค ถ้าคุณไม่สามารถที่จะทำสิ่งนั้นได้ ดังนั้นเนื้อเรื่องของคุณไม่มี สมมติฐานกึ่งกลางเลย และเชื่อเรา เหตุผลที่ทำไมคอมพิวเตอร์เกมส่วนมากเนื้อเรื่องไม่ดี เพราะมัน’ไมมีจุดยืน’

ในการออกแบบเกมนั้น นักพัฒนาเกมได้ต้องการที่จะสร้างความเสมือนจริงให้เข้าสู่จิตใจของตัวผู้เล่น ดังนั้น ผู้เล่นต้องมีจุดยืนในการอยู่ในเกม นอกเหนือไปจาก การเช็คว่ามีวิธีใหม่ๆในการต่อสู้ ดังนั้น เลือกในสิ่งที่คุณต้องการจะบอก แล้วพยายามบอกในทุกทางที่คุณทำได้ตั้งแต่ต้นจบจบ ถ้าคุณไม่มีจุดยืน เกมก็ไม่ควรจะมีเหตุผลในการมีอยู่แต่แรก

2. คาแรคเตอร์

หลังจากที่สมมติฐานได้รับการบ่งชี้แล้ว การออกแบบเนื้อเรื่องได้เข้าสู่การพัฒนาคาแรคเตอร์ที่มีส่วนร่วมและคาแรคเตอร์ที่มีความน่าเชื่อถือ ที่เราสามารถที่จะแคร์หรือใส่ใจ ,เหยียดหยามหรือเกลียดไปเลย

เราเริ่มต้นด้วยเนื้อเรื่องที่มีคาแรคเตอร์โผล่ขึ้นมาแล้วทำในสิ่งต่างๆ ถ้าเราไม่แคร์ในคาแรคเตอร์ เราก็จะไม่แคร์เลยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับคาแรคเตอร์บ้าง หรือกรณีที่เป็นเกม ก็อาจจะหยุดเล่นไปเลย

หลายๆคนก็เขียนเกี่ยวกับคาแรคเตอร์ที่มีสามมิติ สองมิติ และไม้ประดับที่มีแค่มิติเดียว ทั้งหมดนี้เกี่ยวกับการที่คาแรคเตอร์พัฒนาไปมากน้อยแค่ไหน คาแรคเตอร์หลักต้องพัฒนาไปเท่าที่เวลาและเสปซของเนื้อเรื่องจะอำนวย ในขณะที่คาแรคเตอร์ที่มีสองมิติ หรือ คาแรคเตอร์ที่โผล่มาแค่ฉากเดียวเลือกที่จะเผยเพียงแค่ด้านเดียวของตัวเขา และนี่คือสิง่ที่ผู้อ่านนั้นคาดหวัง ส่วนที่เหลือล่องลอยอยู๋ในฉากหลัง เพื่อจะทำให้ที่นั้นไม่ว่างเปล่าจนเกินไป ถ้าหากพวกเขาทำอะไรที่เป็นที่ผิดสังเกตุ อาจจะทำให้เนื้อเรื่อง ถูกดึงดูดความสนใจไปทางอื่นได้

แล้วอะไรคือการพัฒนาของคาแรคเตอร์

ง่ายๆเลยคือ ผู้อ่านเริ่มต้นที่ความว่างเปล่า และเนื้อเรื่องค่อยๆเผยออกมา ในขณะที่เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับคาแรคเตอร์ และเมื่อเขาเรียนรู้ เขาก็ได้รู้นิสัยของคาแรคเตอร์และนั้นก็คือการพัฒนาคาแรคเตอร์ ถ้าหากทำได้ดี ผู้อ่านจะสามารถเข้าใจได้ว่าคนเหล่านี้คือใคร และพื้นฐานความเข้าใจนี้ ผู้อ่านอาจจะอยากให้คาแรคเตอร์สำเร็จหรือล้มเหลว

การพัฒนาคาแรคเตอร์ในจิตใจของผู้อ่านนั้นมีเทคนิค บางทีอาจจะยากที่สุดในการเขียนเนื้อเรื่องเลยก็ว่าได้ เพราะว่าคาแรคเตอร์สามารถเปิดเผยตัวเอง จากเหตุการณ์ต่างๆที่เราเขียนขึ้น นั้นคือทั้งหมดที่เราต้องทำ ก็คือให้เขาเงียบ,ก้าวร้าว หรือ ช่างคิด หรือโง่ หรืออะไรก็ตาม เมื่อเนื้อเรื่องเผยออกมา ถ้าคาแรคเตอร์ทำตามนิสัยและสิ่งที่เขาต้องทำที่อยู่ภายใต้สมมติฐานเบื้องหลัง เขาจะเผยตัวเองอย่างถูกต้อง และเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น จะไม่มีใครที่โบกมืออย่างขยะแขยงแล้วบอกว่า “เฮ้ย ทำไมนายทำเยี่ยงนี้”

การสม่ำเสมอ เป็นแค่จุดเริ่มเท่านั้น

ถึงแม้ว่าคาแรคเตอร์จะต้องซื่อตรงต่อความเป็นตัวเอง ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องปกติ ถึงจะดูเชื่อได้ หรือดูจริง ในความเป็นจริง ผู้อ่านไม่ต้องการอ่านเรื่องของคนธรรมดา เพราะคนธรรมดามีการเปลี่ยนแปลงไม่มาก คนธรรมดาน่าเบื่อ และไม่ควรที่จะเป็นเนื้อเรื่องใด ยกเว้นจะเป็นคนธรรมดาแล้วค่อยๆเติบโตจากตรงนั้น เมื่อเราเจอลุค สกายวอล์คเกอร์ครั้งแรก เขาดูเหมือนจะเป็นเด็กน่าเบื่อ แต่อดีตของเขาบังคับให้เขาไปสู่เส้นทางของสิ่งที่เขาควรจะเป็นก็คือเจได แต่ถ้าเขายังเป็นเด็กน่าเบื่อเหมือนเดิม พวกเราคงรีบเดินออกจากโรงหนังไปเลย

ปัญหาคลาสสิคของนักเขียนก็คือ การเปิดเผยคาแรคเตอร์ที่อยู่เหนือจริงเหล่านี้ เราต้องการทางที่เลวร้ายที่สุด เพื่อที่จะให้พวกเขาลุกขึ้นมาและบอกโลกเกี่ยวกับตัวเอง แต่ในหนังไซไฟ และเกม ที่เลวร้ายหน่อย เป็นบทพูดคนเดียวที่เปิดเผยตัวเองอย่างไม่มีสาเหตุ ซึ่งมันขัดกับพื้นฐานของมนุษย์ที่จะเปิดใจกับใครก็ได้โดยไม่มีสาเหตุ ไม่มีคาแรคเตอร์ในนิยายที่ควรค่าแก่การเคารพทั้งหลาย เปิดเผยจิตใจของตัวเอง ถ้าเขาไม่ได้รับการกระทำจากสถานการณ์ภายนอกอย่างสมเหตุสมผล

สำหรับคาแรคเตอร์ที่จะกลายเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือจริงๆในจิตใจของผู้ดู เขาต้องพูดผ่านการกระทำของตัวเอง

บทสนทนาไม่สามารถแทนการกระทำได้ บางอย่างเราสามารถคิดได้จากการกระทำของคาแรคเตอร์ ไม่ใช่คำพูด คนเราต้องการที่จะสัมผัสเนื้อเรื่องไม่ใช่จากการที่คาแรคเตอร์บอกว่าเขาทำอย่างนั้นอย่างนี้ โดยไร้ซึ่งเหตุผล

ตัวคาแรคเตอร์นั้นก็จะต้องยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่ตัวเขาเป็น ในขอบเขตที่เป็นไปได้สำหรับมนุษย์(ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องจะเกี่ยวข้องกับสัตว์ชนิดอื่นก็ใช้หลักการเดียวกัน) สิ่งที่เขาทำ สิ่งที่เขาเป็น จะต้องโดดเด่น ในการเป็นเอกลักษณ์หรือพิเศษเหนือธรรมดา ผู้อ่านจะต้องรู้สึกว่าเขาแตกต่างและไม่สามารถลืมได้

คาแรคเตอร์จะต้องกล้าหาญที่จะทำเควสต์ในจุดไหนก็ตาม คาแรคเตอร์ที่มีความเข้มแข็งเกินไป ไม่สามารถทำให้ผู้อ่านเห็นในสิ่งที่เขาต้องการต่อกรหรือว่ามีความท้าทาย และสิ่งนี้ก็ประยุกต์ใช้ได้ทั้งฮีโร่ และ ฝ่ายตรงข้าม

คาแรคเตอร์ที่ไมเ่ปลี่ยนไปเลยนั้นน่าเบื่อ นอกจากนี้ คาแรคเตอร์ที่เข้มแข็งขึ้น โดยไม่มีเหตุผลที่ดี ก็ไม่สามารถเชื่อได้เช่นกัน คาแรคเตอร์นั้นจะเติบโตขึ้นก็ต่อเมื่อรอดชีวิตจากอันตราย หรือมีการสูญเสียอะไรบางอย่าง ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงไปถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ที่สุดๆเสียก่อน

คาแรคเตอร์ต้องมีเนื้อเรื่องเบื้องหลัง ที่แสดงให้เห็นเซนส์ของจุดกำเนิดบางอย่าง เขาเป็นคนแบบนี้ได้ยังไง ถ้าเรามีเซนส์ของอดีตบางอย่างของเขา นอกจากนี้ เหตุการณ์ในอดีตยังสามารถแสดงให้เห็นว่าคาแรคเตอร์นั้นแสดงพฤติกรรมอย่างไรในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิสัยเลวๆ

คาแรคเตอร์ต้องมีจุดอ่อน หรือ ความหลอนจากอดีต ที่หลอกหลอนพวกเขาระหว่างเควสต์ แม้แต่ซุปเปอร์แมนยังมีจุดอ่อนเป็นคริปโตไนต์

3.เบ้าหลอม

สมมติฐานตอบคำถามเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง เบ้าหลอม ตอบคำถาม เกี่ยวกับอะไรจะเกิดขึ้นกับคาแรคเตอร์เหล่านี้

สำหรับเนื้อเรื่องที่มีโอกาสที่จะสร้างจุดยืน มันต้องทำลายรายละเอียดทั้งหมด โฟกัสที่ฉากท้งหมดและกลุ่มของคาแรคเตอร์ที่มีเหตุผลที่จะอยู่ตรงนั้น

มันยากในการที่จะเชื่อถ้าคาแรคเตอร์ที่มีความผิดแผกแสดงตัวออกมา หรือฉากดูไม่สมเหตุสมผล ทำไมเนื้อเรื่องถึงเกิดขึ้นตรงนี้ ทำไมคาแรคเตอร์เหล่านี้ถึงอยู่ที่นี่ ทำไมถึงยังอยู่ และอะไรพิเศษในช่วงเวลานี้ สถานที่ และเนื่อเรื่องที่จะเกิดขึ้น

ถ้าต้องการหลอมเหล็กได้ ความร้อนจะต้องมากพอ เนื้อเรื่องก็เหมือนกันมันต้องมีขอบเขค เนื้อเรื่องที่แล่นไปเรื่อยๆโดยไม่มีจุดที่เผยให้ทุกอย่างออกมา หรือเผยออกมาในสถานการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้อง จะทำให้ผู้อ่านสับสนได้

จินตนการถึงโลกของสตาร์วอส์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับสารคดี เอเลี่ยนอยู่บนโลก บางคนอาจจะบอกว่านี่อาจจะเป็นแบคกราวนด์ที่ดีแต่มันใช้ไม่ได้ มันไม่มีเวลาในการเล่าเรื่องนี้ และที่แย่คือคนอ่านไม่เห็นแล้วว่าอะไรสำคัญ หรืออะไรเป็นแรงขับถ้าเขาไม่ได้เป็นลมล้มพับจากการเบื่อหน่ายในการดู

เนื้อเรื่องที่ดีสามารถจำกัดได้ในหลายอย่างเช่น ช่วงเวลา,ชีวิตในเรือ,เกาะ หรือเมืองเล็กๆจะดีมาก เพราะว่าเรื่องที่มีเสกลใหญ่เกินไปทำให้มีเซ็ทติ้งหรือฉากที่ไม่เกี่ยวข้อง เรื่องบางเรื่องเกิดขึ้นโดยมีจำนวนคนน้อยและเกิดขึ้นในสถานที่เดียว

ขนาดของเบ้าหลอมนั้นไม่สำคัญที่มันจะเป็นเบ้าอย่างไร

4. ตัวเอก

บทบาทของตัวเอกนั้นคือ การที่จะทำให้ผู้ดูนั้น ดูไปจนจบเรื่อง นี่คือเหตุผลที่ทำไมจึงเป็นคาแรคเตอร์ที่สำคัญ ตัวเอกนั้นเห็นได้ชัด เข้าใจได้ชัด เดาได้ถูกและไปในเส้นทางที่ถูกต้องในขณะที่ทุกคนยังคงสับสน

โดยทั่วไปแล้ว คาแรคเตอร์นี้เป็นคนดี แต่ไม่ใช่ดีแบบสากลโลก เราอาจจะรู้สึกว่าเขาเป็นคาแรคเตอร์ที่ไม่น่าเป็นที่ชื่นชอบเอาซะเลย บางครั้ง ตัวเอกก็งงงวย โดยทำในสิ่งที่เป็นความชั่วเหมือนกัน และตัวเอกนั้นมีข้อผิดพลาด และจุดอ่อน พอๆกับการสู้กับเหล่าร้ายเลย แต่อันนี้เป็นการสู้สองทาง คือการต่อสู้กับตัวเอง ซึ่งมันทำให้เวทมนตร์ของการเล่าเรื่องร่ายไปสู่จิตใจผู้อ่าน แล้วทำให้ผู้อ่านนั้นมองเห็นการเดินทางนั้นด้วยตัวเองเสมือนว่าเขาได้เดินทางไปกับนิยายนั้นๆด้วย

มึบางอย่างที่คุณจะต้องคำนึงถึงเวลาคุณเขียนตัวเอกของคุณ

-ตัวเอกจะต้องการจุดมุ่งหมายของการเดินทาง มีเหตุผลที่ดีในการที่จะต้องการจุดหมายนั้น และมันต้องยากที่จะได้มา

-ตัวเอกเริ่มจากการไม่สนใจว่าอะไรอยู่เบื้องหน้า และเรียนรู้ที่จะเติบโตและมีชีวิตอยู่ยาวจนกระทั่งจบการเดินทาง

-ตัวเอกไม่สามารถที่จะอยู่นิ่งได้ หรือทำตัวโยเย หรือ อ่อนแอเกินไป หรือถ้าทำ ก็ทำได้ไม่นาน เพราะว่า คนอ่านต้องการจะเห็นผู้ชนะ และบางคนที่ชนะโดยบังเอิญ หรือไม่พยายาม ก็จะดูว่าเป็นผู้แพ้อยู่ดี

-บางครั้ง ตัวเอกก็คือกลุ่มคนที่เหมือนกัน ที่ทำเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกันทแต่โดยปกติมันง่ายกว่าที่จะเซ็ทตัวเอกตัวเดียว และตัวประกอบที่มีความเข้มแข็ง มากกว่าการที่จะทำให้ผู้อ่านสับสนจากการที่มีตัวละครมากกว่าหนึง่ตัว

-ตัวเอกนั้นเป็นตัวละครที่เราต้องการเห็นที่จะให้ชนะมากที่สุด มากกว่าคำว่าความดี

5. ฝ่ายตรงข้าม

หน้าที่ของฝ่ายตรงข้ามคือ การยืดหยัดตรงข้ามฮีโร่ เนื้อเรื่องไม่สามารถจบจนกว่าจะเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ หรือว่าอะไรที่แทนสิ่งนั้น ในทางที่เหมาะสม โชคร้ายที่ คาแรคเตอร์นี้สร้างมาไม่ดีซะส่วนมาก สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ คาแรคเตอร์ที่ไม่ใช่มนุษย์ อย่างคอมพิวเตอร์ หรือเอเลี่ยนที่ไม่ใช่มนุษย์ที่ไม่มีคาแรคเตอร์ของมนุษย์ ตัวละครที่ไม่ใช่มนุนย์สามารถที่จะให้เหตุผลที่ดีว่าทำไมถึงอยากเอาชนะมนุษย์หรือไม่ ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น

แต่ไม่ได้บอกว่า ฝ่ายตรงข้ามต้องเป็นมนุษย์เท่านั้น มันอาจจะเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เลียนแบบมนุษย์ก็ได้ อาจจะเป็นพระเจ้าที่มีร่างกายเป็นมนุษย์หรืออาจจะเป็นพลังด้านมืดที่นิสัยของคาแรกเตอร์ถูกสร้างมาจากจิตใจของมนุษย์ที่มีความชั่วมากๆ ตราบใดที่ฝ่ายตรงข้ามมีความชั่วแบบมนุษย์หรือความพึงพอใจแบบมนุษย์หรือมีอีโก้ของความชั่วร้ายแบบมนุษย์ ดังนั้นตัวเอกก็มีเหตุผลในการที่จะต่อต้านฝ่ายตรงข้ามไม่เช่นนั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ตัวร้ายจะต้องไปต่อต้านตัวเอกหรือฝ่ายตรงข้ามจะต้องไปต่อต้านตัวเอก

ยิ่งตัวเอกต้องการที่จะสำเร็จในการเดินทางของเค้าเท่าไหร่ฝ่ายตรงข้ามก็มีเหตุผลที่ยิ่งใหญ่ในการที่จะห้ามไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้นและมันไม่ได้มีเหตุผลแค่ว่าเค้าเป็นคนเลวแต่มันอาจจะทำให้แผนของเค้าพังพินาศมันทำให้เขาไม่ได้ไปถึงจุดหมายที่ต้องการและทำให้เขารู้สึกแย่ในส่วนที่เจ็บปวดที่สุด

ตัวเอกและตัวร้ายต้องอยากที่จะเอาชนะมากที่สุดและความหวังของเขาที่จะเอาชนะและแม้แต่ความสามารถในการที่จะทำเช่นนั้นมันจะต้องจับคู่กันอย่างสมบูรณ์ถ้าฝ่ายตรงข้ามนั้นเข้มแข็งเกินไปและแพ้ดังนั้นความสำเร็จของฮีโร่มันดูไม่สมเหตุสมผล ถ้าฝ่ายตรงข้ามอ่อนแอเกินไปเราก็จะไม่อินกับตัวฮีโร่

มันยากเท่าที่เรารู้สึกนักเขียนจะต้องใช้พลังงานในการสร้างฝ่ายตรงข้ามที่มีความน่าเชื่อถือและสร้างฮีโร่ที่มีความน่าเชื่อถือเช่นกันต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณจะต้องทำหนึ่งเพื่อที่จะสร้างฝ่ายตรงข้ามที่ดูน่าเชื่อถือ

-ฝ่ายตรงข้ามนั้นมีเหตุผลในการที่จะเป็นในสิ่งที่เขาเป็น คนชั่วคนเลวหรือฝ่ายไม่ดีไม่ได้เกิดมาไม่ดีอย่างนั้น แต่เขาจะต้องมีเหตุผลที่ดีว่าทำไมเค้าถึงกลายเป็นคนแบบนี้

-สิ่งที่ฮีโร่ต้องการเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการและเขาจะต้องขวางทางของฝ่ายตรงข้ามเท่าที่ฝ่ายตรงข้ามขวางทางฮีโร่

-ฝ่ายตรงข้ามนั้นมีจุดที่เป็นมนุษย์หรือว่าเป็นจุดอ่อนที่มีความดีอยู่ในนั้นในบางหนทางเขาไม่สามารถที่จะเป็นคนร้ายโดยสมบูรณ์และยังคงมีความเชื่อถือได้

-ฝ่ายตรงข้ามจะต้องมีการเติบโตเช่นเดียวกับฮีโร่ โดยการผ่านอุปสรรคต่างๆฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถที่จะเข้มแข็งโดยไม่มีเหตุผลที่ดีได้

-ในบางครั้งฝ่ายตรงข้ามมันเป็นแค่แนวความคิดหรือไอเดียมากกว่าการที่จะเป็นตัวละครที่เป็นคนจริงๆแต่ว่ามันเกิดขึ้นมาเพื่อขวางทางฮีโร่โดยเฉพาะ

6. จุดสูงสุด

ในการที่จะทำให้เนื้อเรื่องเป็นที่น่าพึงพอใจกับผู้อ่านทุกสิ่งและทุกคนจะต้องมีการเปลี่ยนไปใจคนหนึ่งไปยังอีกขั้วหนึ่ง ถ้าหากตัวละครมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองเค้าจะกลายเป็นคนดีคนที่ไม่เอาแต่ใจตัวเองตอนจบของเนื้อเรื่อง

ไม่มีอะไรที่สามารถบ่งบอกเนื้อเรื่องได้ชัดเจน เท่ากับการเปลี่ยนแปลง ไม่มีองค์ประกอบใดใดที่ทำให้เป็นเหมือนเดิมตั้งแต่เนื้อเรื่องนั้นได้รับการพัฒนา อากาศไม่เย็นลงก็มีฝนหรือมืดขึ้น

เสียงไม่ดังขึ้นก็สงบขึ้น. หิมะตกหนักขึ้น แผนของฝ่ายตรงข้ามนั้นเร็วขึ้น ตัวเอกจะต้องพบกับความท้าทายที่หนักหนาขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้ไปจากจุดหนึ่งที่สุดสุดไปอีกขั้วหนึ่งมักจะเรียกว่าจุดสูงสุดของเนื้อเรื่องมันเป็นรูปร่างของลายเส้นที่ต่อเนื่องที่วสดจากขั้วโลกเหนือไปยังขั้วโลกใต้ ไม่มีอะไรที่ยังคงเดิมและเหมือนเดิมตลอดไป

7. ความขัดแย้ง

เนื้อเรื่องไม่น่าพึงพอใจเมื่อใครบางคนสามารถพูดในสิ่งที่อยู่ในจิตใจของเขาโดยไม่มีเหตุผลอะไรเลย แต่ในระหว่างที่ถูกเถียงกันหรือว่าต่อสู้กันผู้คนจะพูดในสิ่งที่เค้าอยากจะพูดไม่ว่าจะเป็นการโกหก,ความจริงหรือว่าสิ่งอื่นอื่นที่เขาคิดที่คิดไม่เหมือนกับคนอื่นหรือจดจำเหมือนกับคนอื่นสิ่งที่คุณต้องทำก็คือทำให้คาแรกเตอร์พูดในสิ่งที่สำคัญอย่างแรกก็คือต้องทำให้แน่ใจว่าเค้าโกรธหรือว่ารู้สึกผิดหวังในบางจุด นั่นก็คือเหตุผลว่าทำไมคาแรคเตอร์ถึงพูดสิ่งต่างๆออกมา

โดยรวมแล้วคนจะเข้ากันไม่ได้ในเนื้อเรื่องความขัดแย้งและความตึงเครียดเพิ่มขึ้นเมื่อเราไม่รู้เลยว่าคนเหล่านี้จะแสดงต่อกันยังไง

ใช้ความขัดแย้งในการที่จะทำให้คาแรกเตอร์มีเหตุผลที่ดีในการพูดอะไรบางอย่างที่น่าสนใจและสร้างให้เกิดโอกาสที่จะทำให้คาแรคเตอร์ได้เปลี่ยนผ่านจากความคาดหวังของพวกเรา ถ้าคุณต้องการที่จะทำให้มีเซ้นส์ของความเป็นจริงดังนั้นให้คาแรกเตอร์ของคุณมีโอกาสในการที่จะพิสูจน์ตัวเองในสถานการณ์ที่ยากค่ะ

https://msu.edu/course/tc/842/SevenElements%20Story.htm