‘เนื้อเรื่อง’สิ่งที่สำคัญต่อภาพมาก

การเขียนภาพถ้าภาพไม่มีเรื่องเบื้องหลังมันก็เป็นแค่ภาพธรรมดาทั่วไปที่เราเห็นกันได้วันนี้เราจะมาดูตัวอย่างงานเรื่องเบื้องหลังภาพค่ะ

เนื้อเรื่องเบื้องหลังภาพนี้’โทรจิต’ค่ะ

เลยชื่อภาพว่า’โลกที่ไร้เสียง’หมายความว่าไม่จำเป็นต้องคุยกันด้วยเสียง

ถ้ามีพลังจิตมีโทรจิตสามารถติดต่อกับคนที่คุณรักได้หรือแอบรักได้คุณจะบอกเขาว่าอะไรคะ?

รูปนี้เขียนขึ้นมาด้วยความคิดที่ว่าเฮ้ยอยากมีพลังจิตอยากคุยกับคนที่เรารักได้เรื่องมันคงไม่เป็นแบบนี้อะไรแบบเนี่ย 555 แต่ไม่แน่นะมันอาจจะเหมือนเดิมก็ได้ เราแค่คิดว่าถ้าเรามีโทรจิตอาจจะไม่ต้องทะเลาะกันก็ได้นะอะไรแบบนี้เรื่องมันก็คงจะดีขึ้น. เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ความคิดของกันและกันอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องพูดอะไรที่มันตรงข้ามกับความรู้สึกออกมาอะไรแบบนี้เพราะว่าคำพูดมันจะทำให้เราเจ็บปวดเปล่าๆ

อันนี้เนี่ยมันก็เลยกำเนิดตัวละครขึ้นมาสองตัวก็คือไกอา และ อิควินอกซ์ ซึ่งจริงๆแล้วสองคนนี้สามารถสื่อสารผ่านกันได้ทางจิตตามในเรื่องนิยาย ที่เราเขียน

บางทีเราก็อินนะในระหว่างที่เขียนเรื่องเราก็ลองจินตนาการดู. แล้วเราก็ลองทำดูจริงๆก็คือลองคุยแล้วดูซิว่ามีเสียงตอบกลับมาไหมมันอาจจะเป็นเสียงจิตใต้สำนึกเราก็ได้แต่ว่ามันมีเสียงตอบกลับมาจริงๆ

ลักษณะคล้ายคุยกับแชทกันแต่มันไม่มีเสียงเลยเอาประสบการณ์ไปเขียนนิยาย

แล้วเรารู้สึกว่าการที่มีพลังจิตมันเป็นเรื่องที่สุดยอดมากเพราะว่าการเทเลพาทีเท่ากับว่าเราร่วมรู้ความคิดของคนอื่นของคนที่เราชอบอยู่ด้วยแบบนี้เค้าก็โกหกเราไม่ได้เลยสิ 555

สิ่งที่’ตาเห็น’หรือสิ่งที่’ใจเห็น’

ขอพูดถึงรูปนี้นิด เพื่อนเรามาบ้านค่ะแล้วเพื่อนก็บอกว่าให้เราวาดหน้าเค้าให้ทีอยากรู้ว่าเขาจะหน้าตาเป็นยังไงเวลาเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเราบอกได้เลยว่าเราว่าไม่เหมือนเพราะว่าเราใช้ใจไม่ใช่ใช้ตาในการมองเพื่อนเราสวยงามเสมอในความทรงจำของเรา

เพื่อนเลยบอกเฮ้ยไม่เหมือนเลยนี่มันสวยเกินความเป็นจริง

ใช่ถ้าใช้ตามองมันก็จะไม่เหมือน

บางทีเรามัวแต่จะโฟกัสว่า

เฮ้ยต้องวาดให้เหมือนต้องวาดให้เป๊ะแล้วยังไงเหรอวาดเหมือนแล้วยังไงต่อใช้กล้องถ่ายรูปก็ได้ป่ะ?

อองตวนประพันธ์เอาไว้ในเจ้าชายน้อยบอกว่า

‘สิ่งสำคัญอาจไม่เห็นได้ด้วยตา’

แต่ทั้งทั้งที่มนุษย์มีหัวใจต่างจากเครื่องจักรแต่พยายามวาดให้เหมือนเครื่องจักรทำไม. ไม่ได้โจมตีนะแต่เป็นคำถามเฉยเฉยประโยคคำถามค่ะ

ถ้าใครมาเรียนกับพี่พี่บอกเลยว่าพี่ไม่สอนวาดเหมือนแต่พี่สอนวาดรูปไม่เหมือน

Take off your mask and be real

เราทำงานศิลปะบางทีเราก็คิดนะว่าเราเป็นตัวเองหรือเป็นคนอื่นอยู่กันแน่. โดยเฉพาะเวลาทำงานจ้างเมื่อก่อนรู้สึกเหมือนแบบไม่ได้เป็นตัวของตัวเองเลยซึ่งมันก็ยากเพราะว่าจะบ่นได้ยังไงในเมื่อลูกค้าต้องการให้งานของเราทำเงินให้เขา ในเมื่อโจทย์ของงานคือขายได้เราก็ต้องเปลี่ยนตัวเองให้งานมันขายได้จริงๆบางทีก็รู้สึกว่าทำงานอื่นแล้ววาดเล่นมันก็ดีเหมือนกันนะ

หรือว่าลูกค้าอาจอยากให้ตอบโจทย์ในงานอื่นๆเพราะฉะนั้นการทำงานบางทีมันก็ไม่ได้เป็นตัวเองทั้งหมด 100%หรอกมันก็บาลานซ์บาลานซ์กันไป

บางทีเราก็คิดว่าการเป็นตัวเองแล้วมันไม่ได้เปรี้ยงมากมันดีไหมการเป็นคนอื่นเหมือนเราใส่หน้ากากสุดท้ายแล้วการเป็นคนอื่นการฝืนมันไม่สบายมันก็ต้องถอดออกแล้วก็เป็นตัวเองอยู่ดีดังนั้นเราจึงเลือกที่จะเป็นตัวเองวันนี้แล้วรอวันเบ่งบานของตัวเอง ให้คนชอบงานเราเพราะเราเป็นเราไม่ใช่เพราะเราใส่หน้ากากไม่ใช่เพราะว่าเราพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นคนอื่นไปแม้หน้ากากนั้นจะสวยงามแค่ไหนแต่ถ้ามันไม่ใช่ตัวเรามันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะใส่เอาไว้ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่รักเราเค้าจะเห็นเราแบบที่เราเป็นเราไม่ใช่หน้ากากของเรา