สวัสดีค่ะ มาพบกับวิธีการดีลกับดราม่านะคะ แน่นอนค่ะ ถ้าเขียนอะไรไปแล้ว แล้วเรามีจุดยืนชัดเจน ก็จะมีทั้งคนชอบ และคนไม่ชอบ และมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดดราม่า มาดูกันว่า วิธีการจัดการของเราเป็นแบบไหนนะคะ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับทุกคนค่ะ ขอบคุณค่ะ

บอกตรงตรงนะไม่กลัวเลยว่าพูดสิ่งที่ตัวเองคิดแล้วจะมีคนไม่ชอบ Kurt Kobain กล่าวไว้เกลียดสิ่งที่ฉันเป็นดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น

ทำไมถึงไม่กลัวคนเกลียด?
ถ้ามีคนเกลียดเรา
ก็หมายความว่ามีคนรักเรา
ไม่มีทางที่จะมีแต่คนที่เกลียด
และไม่มีทางที่จะมีแต่คนที่รัก
 
แต่ถ้าเราไม่เลือก ที่จะเป็น
เลือกทีจะไม่แสดงความคิดเห็น
อยู่เงียบๆ
เราก็จะไม่เป็นอะไรเลยสักอย่าง สำหรับใครสักคน
แล้วก็ตายไป โดยไม่สร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร
ให้กับสังคม ให้กับโลกเลย
 
แต่ถ้าเราเลือกที่จะพูด
แน่นอน เราก็ต้องรับได้
ทั้งคนที่เกลียดเรา
คนที่รักเรา
 
การเกลียดคน มันใช้พลังงานมากนะรู้ไหม?
เพราะการเกลียด คือการให้ความสนใจแบบนึง
ถ้าเพิกเฉยสิ ถือว่าเจ็บปวดที่สุด เพราะ
เราไม่มีตัวตนในสายตาเขาเลย
 
เหมือนเรา เคยถามคนที่เราชอบว่า
เราจะเป็นเพื่อนกันได้ไหม
เขาตอบ ไม่ ไม่เลยสักที่
ผมไม่ได้เกลียดคุณ ไม่ได้รู้สึกแย่
แต่เราจะไม่เป็นเพื่อนกัน
ไม่ว่าจะส่งข้อความไปเท่าไร
ก็เหมือนกับจมหายไปในทราย
แบบนี้เจ็บปวดยิ่งกว่าบอกตรงๆว่าเกลียดอีก

เลือก 1 like ที่ชอบเราจริงๆ
มากกว่า 1 ล้านไลค์ ที่ชอบเรา
เพราะเราเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้เป็นคนอื่น

เอาละ มาดูวิธีการจัดการดราม่านะคะ

1.จะเรียกวิธีป้องกันก็ไม่ถูกเรียกว่า’หลบระเบิด’ดีกว่า
สิ่งที่อันตรายมากๆอันตรายสุดๆคือ’ฟีดหน้าแรก’ค่ะกับ’ทวิตเตอร์’
เซฟๆเราจะงดรูดฟีด facebook หน้าแรกไปเลยอาทิตย์หนึ่งหรือสองสามวัน
ไม่เข้าทวิตเตอร์ด้วยนะคะ

2.เพราะฉะนั้นโพสต์อะไรไปแล้วเราจะหลบระเบิดโดยการไม่ไปตอบคอมเม้นต์อะไรใดใดทั้งสิ้นที่อยู่นอกเหนือจาก Facebook เรา
ปล่อยคนที่คิดต่างถกเถียงกันเองค่ะ

3.ถามว่าทำไมทำแบบนี้เพราะว่าถ้าฟังคนอื่นมากๆมันเสียจุดยืนเลยค่ะ แล้วสุดท้ายก็กลายเป็นคล้อยตามคนอื่นไป ฟังคนอื่นก็มีแนวโน้มที่จะเสียแนวความคิดดั้งเดิม ไม่ใช่เราไม่ฟัง เราฟัง ถ้ามาพูดกับเราตรงๆนะคะ คนเราควรเคารพความคิดเห็นแตกต่างค่ะสังคมจะอยู่ได้ดี ไม่ใช่เราไม่เคารพความคิดเห็นคนอื่นนะเราก็เคารพถ้ามาก็คอมเมนต์ในที่ของเราเราก็ยินดีจะตอบอย่างสุภาพชนนะคะ

4.ถ้าเขียนอะไรที่ดูกลางๆเซฟเซฟ ไม่เคลียร์ ไม่พูดในสิ่งที่คิดจริงๆ มันจะไม่มีอิมแพ็คอะไรเลยต่อใคร ไม่เกิดการถกเถียงและวิเคราะห์อย่างเป็นเหตุผลไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาค่ะ

5.อย่างน้อยโพสต์ดราม่าก็คิดไว้ว่าทำให้คุณรู้ว่าคนแต่ละคนคิดยังไงและเลือกข้างไหนหรือว่ามีจุดยืนยังไง ดังนั้นเราจะไม่เคยห้ามให้มันเกิดดราม่าถามว่าเรากลัวไหมก็กลัวแต่ไม่ห้ามค่ะปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติถ้ามันจะเกิดมันก็เกิด

6.เวลาเขียนอะไรไปมันก็จะมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยคนที่เห็นด้วยก็จะเขียนเชียร์คนที่ไม่เห็นด้วยก็จะโจมตีเพราะฉะนั้นเป็นเรื่องปกติมากๆที่จะเกิดดราม่าเพราะว่ามันจะมีสองฝ่ายชัดเจน

7.คุยกันด้วยเหตุผล อย่าใช้อารมณ์นะคะ

8.เราเลือกที่จะจบที่ตัวเราค่ะโดยการแสดงความคิดเห็นออกไปแล้วจบที่ตรงนั้นและไม่ไปตอบคนที่โจมตีหรือไม่ไปตอบคนที่เห็นด้วย

9.ปิดช่องคอมเม้นต์ให้หมดค่ะในเว็บไซต์ที่เราปิดเพราะว่าเราไม่อยากให้เว็บเป็นที่ที่คนมาเถียงกันแล้วกลายเป็นสนามรบแต่เราขอใช้เว็บไซต์ในการสื่อสารความคิดของเราเฉยเฉย

10.ถ้าฟังคนอื่นเราจะฟังคนที่กล้ามาโต้ตอบกับเราตรงตรงในที่ของเราอย่างสุภาพชนค่ะ นอกนั้นเราถือว่านอกเหนือจากการควบคุมค่ะ ทำไมคำว่า’สุภาพชน’สำคัญ เพราะคุณกำลังเอากำแพงที่ชื่อว่า’อารมณ์’ออกไป แล้วคุยกันด้วยเหตุผลจริงๆ และเป็นสิ่งที่สมควรรับฟังนะคะ เรารู้ว่า ถ้าเขียนให้คนไม่พอใจ ส่วนมาก ก็จะถูกโจมตีไม่กี่เรื่อง เราเป็นครู ก็จะถูกโจมตีเรื่องผลงาน การสอน และเรื่องส่วนตัว

ถ้าหากชอบในเนื้อหาและต้องการสนับสนุน sasi tanadeerojkul สนับสนุนได้ที่ Patreon ค่ะ