เรียนอะไรใหม่ๆนอกเหนือไปจากการวาดเพื่อเปิดโลก

เรียนอะไรใหม่ๆนอกเหนือไปจากการวาดเพื่อเปิดโลก

เราไปเรียนการออกแบบกราฟิคเพิ่มเติม อยากรู้ เมื่อก่อนเคยชอบทางนีอยู่ แต่ไม่ได้เลือกเดินไป ที่ไปเรียนอันนี้เป็นคอร์สฟรี 4 สัปดาห์ของ Shaw ซึ่งก็ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ประวัติศาสตร์ของ กราฟิค ความหมายที่แท้จริงของการออกแบบกราฟิค และไอคอน อะไรพวกนี้ มันเปิดโลกตรงเค้าบอกว่า ดีไซน์ที่ดีไม่ต้องการการตีความ และส่งข้อความเดียวกัน หาคนดูทุกคน


สำหรับเรา ที่เป็นนักวาดภาพประกอบ แต่รากของเรา จริงๆมาจากสายสถาปัตย์ที่เป็นงานออกแบบ เราก็มักจะสนใจงานที่การออกแบบรูป การออกแบบสิ่งต่างๆในรูปให้น่าสนใจ ดังนั้น ภาพที่โฟกัสแต่ความสามารถในการเรนเดอร์ ถ้าไม่มีดีไซน์อะไรให้น่าติดตามเลย คอมโพสแบบทั่วๆไปเห็นๆกันเราเลยไม่ค่อยสนใจค่ะ ดีไซน์ มันจะเป็นที่ตรงภาพก็ได้ ตรงคอมโพสของภาพ อย่างภาพของ Tadahiro Uesugi อะไรพวกนี้

เราไม่ค่อยเห็นคนไทยทำงานแนวน้อยแบบ Tadahiro ไม่แน่นะ การคิดเยอะทำน้อย อาจจะเป็นทางออกของเราตอนมือสั่น ชอบตรงภาพมันแบน ไม่ต้องเรนเดอร์อะไรให้มากมาย เน้นการออกแบบ ใช้สี และในเมื่อมือมั่นสั่น ตาเจ็บ ก็ไม่ต้องทำให้เส้นตรง ไม่ต้องฝืนทำให้เส้นสวยลงสีเยอะๆ เหมือนเดิม มันอาจจะเปลี่ยนมุมมองอะไรใหม่ๆ ฝึกขั้นตอนการทำงานใหม่ๆ เปลี่ยนโปรเซสการทำงาน

http://www.tadahirouesugi.com/

ที่ไปเรียนมา เขาบอกว่า

งานออกแบบ ส่งข้อความเดียวกัน หาผู้ชม |งานอาร์ท แต่ละคนอาจจะมีแมสเสจต่างกัน
งานออกแบบ ไม่ต้องการตีความเพราะมันคือความเข้าใจ | งานอาร์ท คือ การตีความหมาย
งานออกออกแบบใช้ทักษะ | งานอาร์ทใช้ความสามารถ
งานออกแบบกระตุ้น | งานอาร์ทให้แรงบันดาลใจ

และไปสัมมนาการแสดงสำหรับอนิเมชันมา ได้ทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำ

เราเขียนการ์ตูนเรื่องเป็นงานอดิเรกอยู่
แต่ไม่คิดว่าการ์ตูน คือ การ์ตูน
การเขียนการ์ตูน ก็คือ การออกแบบ
การเขียนการ์ตูนเรื่อง มันจะมี
การออกแบบส่วนคาแรคเตอร์
ส่วนของเนื้อเรื่อง เราใช้เวลาคิดเรื่อง เรื่องแรก 
ถึงสองปี กว่าจะเขียนได้จบ 
และศึกษาจากตำรามากมาย
และวีดีโอคอร์สหลายคอร์ส ดังนั้น
การเขียนเนื้อเรื่อง ที่สำคัญ มันคือ conflict ตัวละคร และ objective หรือจุดมุ่งหมายตัวละคร เมื่อ A ปะทะ B มันถึงจะเกิดเนื้อเรื่องขึ้นมา และจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกันของตัวละครนั้นจะทำให้เรื่องดูมีเป้าหมาย
แต่ที่เรารู้คือ นักวาดส่วนมาก ให้ความสำคัญกับเนื้อเรื่องน้อย
คิดว่าอ่านการ์ตูนเยอะๆ แล้วจะเขียนเรื่องได้ดี โดยไม่ต้องศึกษาโครงสร้างการเล่าเรื่องและเอาท์ไลน์เลย เรายอมทิ้งทักษะการวาดไปส่วนนึงเลย เพื่อไปศึกษา การเขียนเรื่องจริงจังก่อนที่จะเขียนการ์ตูนค่ะ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการเล่า ที่บอกตรงๆว่ายากมากๆเลย สำหรับการเขียนการ์ตูนให้ออกมาเป็นเรื่อง มันต้องใช้ passion สูงมาก นักเขียนการ์ตูนไทย หลายๆคน ไม่ทำงานส่วนพรีโปรดัคชันเลย ไม่ทำไพลอท ออกมาทดลองงานตัวเองเลย
เราไม่ใช่คนที่เขียนเรื่องได้ดีที่สุด หรือดีมาก แต่ว่า เราสามารถให้คำแนะนำเรื่องนี้ได้ เพราะเราค่อยๆฝึก ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป

และก็มีน้องถามคำถามเข้ามา

1.โจ้ การดีไซน์ คือการตัดสินใจ การเลือก การรู้ว่าอะไรดีสำหรับโปรเจคนั้น ณ.เวลานั้น อะไรคือการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ดีไซน์ เป็นเรื่องของฟังก์ชัน นำมาก่อน ถ้าในทางสถาปัตย์ จะมีคำว่า ฟอร์ม ฟอลโล่ ฟังก์ชัน นั่นก็คือ เราคิดก่อนว่า มันมีประโยชน์อะไร ที่จะใส่สิ่งนั้นเข้าไป สิ่งนั้น มันทำงานยังไงในภาพ หรือในงานออกแบบ

2.โจ้ โจ้ต้องออกไปเจอคน การเจอคน จะทำให้โจ้เป็นนักออกแบบที่ดีได้ เพราะโจ้จะเข้าใจคน โจ้จะรู้ว่าคนคิดยังไง คนรู้สึกยังไงค่ะ

3.หาโจทย์จริงแล้วลองดีไซน์เลย สมมติว่าเราได้โปรเจคมาค่ะ

4.การดูงานเยอะๆ ก็ดี แต่มันไม่ได้ช่วยให้โจ้ออกแบบดีขึ้น การออกแบบ คือการแก้ปัญหา การตัดสินใจ การลงมือทำไปเลย จะช่วยให้โจ้เก่งขึ้น การเจอคนเยอะๆ การคุยกับคน การรู้เบื้องลึกของคน จะทำให้โจ้เก่งขึ้น เพราะโจ้จะรู้ nature หรือธรรมชาติของคน ที่เป็นเบื้องลึกสำคัญ ของการออกแบบมากกว่าความสวยงามในเชิงศิลปะ มันเป็นเรื่องของพฤติกรรม และความรู้สึกของคนค่ะ

5.คนจะไปเน้น ออกแบบให้สวยงาม ออกแบบให้สวยงามก็ได้ แต่ แม้แต่ graphic ที่เป็น visual communication ก็ยังต้องมีฟังก์ชัน มีการสื่อสารของมัน แล้วการสื่อสาร มันทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ในตัวของมันแล้วหรือยัง

สัมมนาแอ็คติ้งฟอร์อนิเมชั่นวันก่อนได้อะไรเยอะมากๆเหมือนคลาสแสดงละครย่อมๆ ได้เรียนเกี่ยวกับไปป์ไลน์ในการคิดตัวละครให้ละเอียดและศิลปะที่เหมาะสมกับประเภทของสื่อติดที่ว่าปวดท้องมากเลยต้องออกมาก่อนช่วงหลัง แล้วก็ได้รู้เกี่ยวกับการทำอนิเมชั่นที่ดีเนี่ยมันจะต้องเริ่มมาจากส่วนพรีโปรดักชั่นที่ดีก่อนในต่างประเทศเนี่ยส่วนนี้ให้เวลากันเป็นปีๆ

เริ่มแรก
ครูให้แนะนำตัวแล้วก็มีปากกาให้อันนึงถามว่าถ้านี่ไม่ใช่ปากกาจะเป็นอะไร มีให้ออกมาคุยกันแล้วก็ชิงบอล แล้วตอนหลังก็มีให้สุ่มตัวเลขสร้างคาแรกเตอร์แล้วก็ออกมาแสดงละครกันหลายหลายคนก็สร้างสรรค์มากคือแบบคิดได้ไงอ่ะแล้วก็แสดงได้ดีมากด้วย ส่วนท้ายเนี่ยไม่รู้แล้วเพราะว่าออกมาก่อนปวดท้องก่อน

รู้สึกสะใจมากเวลาได้ยินคำว่าคิดตัวละครหรือคิดผลงานให้เหมาะกับสื่อนั้นนั้นไม่งั้นงานก็ไม่เกิดเพราะอะไรเพราะว่าสื่อแต่ละชนิดต้องการการสื่อความไม่เหมือนกันและมีความคาดหวังของผู้บริโภคไม่เหมือนกันด้วย หลายหลายคนพยายามใช้สื่อเดียวกันมาแอพพลายด์ในทุกสื่อมันเลยไม่ได้ผลค่ะ

แล้วก็พึ่งรู้ว่าเวลาที่เค้าคิดอะไรก็เนี่ยเค้าต้องมีการแสดงหรือว่าการซิมูเลชันไม่ใช่การก๊อบปี้refอย่างไม่ลืมหูลืมตาแล้วไม่มีคำอธิบายหรือการวาดภาพสวยสวยไปงั้นงานไม่มีคำอธิบายว่าดีไซน์นั้นมาได้ยังไง
นอกจากนี้ภายใต้ภูเขาน้ำแข็งอันยิ่งใหญ่ยังมีสิ่งมากมายที่เรามองไม่เห็นอยู่เยอะแยะเหมือนกับคาแรคเตอร์หนึ่งตัวที่เราจะต้องคิดให้ละเอียด
นอกจากนี้ยังต้องมีความเข้าใจในเรื่องของประวัติศาสตร์และอื่นๆก่อนที่จะใส่อะไรเข้าไปในสิ่งใดสิ่งหนึ่งเราจะต้องรู้ก่อนว่าประวัติศาสตร์ของสิ่งนั้นมันใช่หรือเปล่าที่เราจะใส่เข้าไปเรารู้จริงหรือไม่ในสิ่งที่เราจะทำสิ่งนั้น

พอฟังฟังไปก็เริ่มรู้สึกอยากแก้บทอีกรอบ