ทำไมเวลาพี่คิดราคามีต่ำต่ำๆสูงๆ?

ทำไมเวลาพี่คิดราคามีต่ำต่ำๆสูงๆ?

ทำไมเวลาพี่คิดราคามีต่ำต่ำๆสูงๆ?
1.งาน ประเภทที่ราคาถูกเราเรียกว่า low hanging fruit เปรียบเสมือนผลไม้ที่อยู่ต่ำสามารถสอยง่ายงานพวกนี้จบเร็วแต่ก็มีบางกรณีที่ลูกค้าเรื่องมากบ้างเหมือนกันถ้าในกรณีที่ต้องการจะสร้างแบรนด์ 
งานพวกนี้ควรเป็นงานทดลองมากกว่างานที่จะทำให้อยู่รอดได้ในแต่ละวัน อย่างเช่นเราอยากจะทดลองอะไรบางอย่างแล้วเราไม่แน่ใจว่ามันจะขายได้ไหมก็เลยตั้งราคาให้ต่ำต่ำไว้ก่อนเพื่อดูตลาดก่อน
2. งานที่ราคาแพงเนื่องจากงานราคาแพงมันไม่ได้เข้ามาบ่อยบ่อยแต่ว่ามันก็ขึ้นอยู่กับลักษณะในการที่เราวางตำแหน่งตัวเองในตลาดว่าเราอยู่ในระดับไหนบางทีหลายหลายคนมักจะเอาตัวเองไปผูกกับงานที่เป็นงานบริษัทมากเกินไปจนลืมไปว่าคนธรรมดามันเยอะกว่ามากมากถ้าได้ลูกค้าเป็นคนธรรมดาเหมือนกันที่อยากจะได้งานเราแบบนั้นอาจจะชาร์จราคาสูงสู้บริษัทไม่ได้ แต่ลูกค้าเยอะกว่านะ
3.คนในวงการรู้กันอยู่ว่าราคาของภาพมันเท่าไหร่แต่ว่าถ้าเราเอาตัวเองไปผูกกับตรงนั้น เราจะได้งานไม่ต่างจากราคาท้องตลาดมากแล้วเราจะไม่สามารถวางตำแหน่งในตลาดให้สูงขึ้นได้ค่ะ
4.Top illustrator ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นมองเราค่ะแต่เป็นคุณค่าที่เรามองตัวเองเรามองตัวเองว่ายังไงเราก็จะตั้งราคางานตัวเองแบบนั้นบางทีที่เราตั้งงานตัวเองต่ำเพราะว่าเราอยากจะรู้เฉยๆว่าเออข้อเปรียบเทียบเนี่ยมันเป็นยังไง และตั้งต่ำมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง
5.เราแนะนำว่าอย่าตั้งต่ำเกินไปค่ะถ้าตั้งต่ำคือคุณอยากทดลองอะไรบางอย่างทดลองสมมุติฐานอะไรบางอย่างแค่นั้นเองไม่ใช่จะเอามาเพื่ออยู่รอด

แค่วาดรูปสำเร็จ1รูป แต่ละครั้ง นั่นก็คือการต่อสู้เพื่อคนที่เหมือนเราแล้ว ไม่ต้องมองอะไรไกลเกินตัวมาก เดี๋ยวคนที่เห็นเค้าก็เกิดแรงบันดาลใจของเค้าเอง

คนที่เรานับถือบอกไว้ว่าถ้าเราเป็นครูใคร เราอาจจะต้องแบกรับทางเลือกหรืออะไรของคนนั้นที่ตามมาหลังจากที่เราเป็นครูสอนจริงๆแล้วเรามีต้นทุนที่ไม่เหมือนคนอื่นนั่นก็คือการที่มีโรคประจำตัว
ถ้าเราสามารถรักษาตัวเองหาย เรามีสิทธิ์ที่จะเผยแนวความคิดหรือวิธีการนั้นนั้นได้แต่เรามาคิดดูเราไม่ค่อยอยากแบกรับเพราะว่ากระบวนการรักษามันไม่ได้มีการใช้ศิลปะเท่านั้น
ศิลปะเป็นแค่ทางเลือกศิลปะช่วยในเรื่องความผ่อนคลายมากกว่ามันไม่ได้รักษาและก็ไม่ได้สามารถหยุดยาได้จริง อีกอย่างเราไม่อยากจะเป็นคนที่ทำหน้าที่ฮีลลิ่ง หรือแบกรับความรู้สึกของใคร ถ้าถามว่าแล้วเราจะต่อสู้เพื่อคนอื่นได้ยังไงในเมื่อไม่รู้จักแบกรับ
เราก็จะบอกว่าการต่อสู้แค่วาดรูป สำเร็จหนึ่งรูป นั่นก็คือการต่อสู้ของเราแล้วเพราะว่าคนที่เค้าดูอยู่เค้ารู้ แต่ถ้าเค้าเป็นเหมือนเราเค้าอาจจะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเอง stoic บอกไว้ว่าเราไม่สามารถควบคุมคนอื่น เราคุมได้แค่ตัวเอง
ที่เราบอกเมื่อเร็วนี้ว่ามีสถาบันที่นำเรื่องโรคซึมเศร้ามาเป็นจุดขายในการดึงคนมาเรียน เราคิดว่ามันไม่ได้ผิดอะไรหรอก แต่คนเขียนก็อปปี้ เข้าใจผู้ป่วยมากน้อยเพียงไหน?บอกได้เลยว่าคุณไม่เข้าใจคนเป็นโรค ตราบใดที่คุณไม่เป็นค่ะ
ในฐานะที่เป็นผู้ป่วยจิตเวช ไม่มีใครชอบเวลาที่ตัวเองถูกเรียกว่าเป็นไอ้บ้า ไอ้ไบโพ ไอ้ซึมเศร้า ไอ้โรคจิต และโรคในตระกูลเดียวกันอื่นๆ ….หรือถูกจัดกลุ่ม ให้ไปอยู่ในกลุ่ม’ผู้ป่วย’
ถ้าเป็นเรา เราจะเน้นจุดบวกมากกว่าการแก้ไขตัวโรค ไปเลย เพราะการเน้นไปที่ตัวโรค มันอาจจะทำให้คนเข้าใจผิด ว่ากิจกรรมการเรียนนั้น ช่วยรักษาโรค หรือต้านโรค ซึ่งจริงๆ การต้านโรคต้องใช้ยาช่วย
เราอยากทำศิลปะ เพื่อการฝึกสมาธิ ทำให้สมาธิดีขึ้น เช่น พวก zentangle มีหลายๆคนแนะนำให้เรานั่งสมาธิ แต่เรายังนั่งไม่ได้เลย นั่งแล้วหนักกว่าเดิมค่ะ วาดรูปคือการทำสมาธิขั้นสุดของเราแล้วจริงๆ ดังนั้น เราคิดว่า ถ้าสอน Zentangle เพื่อความผ่อนคลาย เน้นประโยชน์มากกว่าไปสปอตที่ตัวโรค ส่วนตัวเรา เราคิดว่าเราโอเคกับเวย์นะ ได้ช่วยคนที่เหมือนกันด้วย