บทสนทนาของฉันกับเจ้ที่มีต่อรูปเรย์ซัง

บทสนทนาของฉันกับเจ้ที่มีต่อรูปเรย์ซัง

https://www.pixiv.net/member_illust.php?id=74184&fbclid=IwAR2-9t9quAH6g_SGLA_dUYyBgK2SoZ47an995dY_1NWr_5A3aStaAZtSCSg

มุ่ย ไม่รู้ทำไม เจ้ มุ่ยติดใจตรงที่ คนวาดคนนี้ เป็นคนที่วาดเก่ง มากๆ แต่เค้าเป็นนักวาดไม่กี่คน ที่ใส่ใจเนื้อเรื่อง และอื่นๆที่ต้องการจะเล่าออกมา มากกว่าการวาดให้มันสวยเฉยๆ

เจ้ เพราะเขาอาจมีความในใจที่อยากจะเล่าระบายฝากซ่อนไว้ในผลงานก็ได้นะจ้ะ งานศิลปะ ถ้าศิลปินนำเสนอด้วยใจอิสระ เรามักจะซ่อนนัยยะที่เราอยากฝากไว้เสมอ

มุ่ย อยากทำอย่างนี้ได้บ้างจัง ต้องคิดบ้างซะแล้ว แทนที่เราจะเขียนเป็นคำพูด เราก็เล่าออกมาเป็นภาพซะ

เจ้ วลีหมื่นคำ มิอาจเทียบเท่า ภาพที่เล่าเพียงภาพเดียว เต๋า…ที่อธิบายได้ มิใช่เต๋า

มุ่ย ใช่เจ้ ปิกาสโซ่ถึงเปลี่ยนผู้หญิงบ่อยเพราะความรัก ทำให้เขามีแรงบันดาลใจในการเขียนภาพใช่ไหม  มุ่ยหมายถึง ผู้หญิงแต่ละคน ให้ความรู้สึกไม่เหมือนกันเลย ทำให้เขามีเรื่องที่จะเล่าต่างกัน

เจ้ เจ้คิดแบบนั้นนะ…
การสร้างงานศิลปะ เราต้องเดินทางทั้งภายในและภายนอก เพื่อหาแรงบันดาลใจสิ่งเร้าต่างๆ หรือ passion มาเป็นตัวขับเคลื่อนนะ และเราจะหาประสบการณ์เหล่านั้นจากคำบอกเล่า หรือเราจะออกเดินทางสัมผัสมันด้วยอรรถรสที่แท้จริง เจ้คิดว่า มันเหมือนเราออกเดินทางและเล่าเรื่องราวต่างๆไปเรื่อยๆ เราคงไม่สามารถเล่าเรื่องราวใหม่ๆ ได้ ถ้าเรายังนั่งอยู่ที่เดิมจากสิ่งที่เล่าไปหมดแล้ว

มุ่ย สกิลทำให้งานอลังการ แต่ประสบการณ์ จะทำให้งานมีความหมายหรือเปล่าเจ้ อะไรทำนองนั้น มุ่ยคิดว่า คนไทยน้อยมาก ที่จะคิดถึงเรื่องความหมาย ซิมโบลิค ที่ใส่ในภาพ มันหมายความว่ายังไง เพราะโดยส่วนมาก ยังติดกับการเรนเดอร์ภาพ ให้สวยๆ เน้นทักษะอยู่ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิดนะ แต่มุ่ยเคยได้ยินว่าศิลปะ เนี่ยจริงๆมันไม่ใช่ภาพวาด ไม่ใช่งานเขียน หรือไม่ใช่อะไรเลยที่จับต้องได้ แต่ทุกอย่างจะเป็นศิลปะ เมื่อมันเริ่มเปลี่ยนแปลงคน วินาทีที่อะไรก็ตามเปลี่ยนแปลงคนที่บริโภคงานนั้น งานนั้นก็คือศิลปะ

เจ้ ถ้าพูดตรงๆ เลยก็คือ บ้านเราส่วนใหญ่อาจจะเริ่มต้นมาจากการมองต้นแบบแล้วทำตาม แต่ไม่ได้เข้าใจถึงที่มาที่ไปของสิ่งที่กำลังใช้ฝึกวาดเลียนแบบ

มุ่ย มุ่ยคิดว่าเรายังติดกับคำว่า สวยแบบ universal หรือสากลป่ะเจ้ เรามี setting ของสิ่งที่เรียกว่าสวยและงามอยู่

เจ้ ตอนสมัยทำงานโฆษณาเจ้จะสอนน้องๆว่า อย่าลอกงานคนอื่นจนติดเป็นนิสัย จนคิดงานเองไม่เป็น ถ้าจะลอกงานใคร ให้มองให้แตกว่าเขาคิดงานแต่ลัชิ้นขึ้นมาด้วยคอนเส็ปท์อะไร ถ้าเรารู้ว่างานมามาจากสารตั้งต้นแบบไหน เราจะคิดต่อยอดไปได่ไกลกว่าเดิม

มุ่ย มุ่ยเห็นด้วยกับเจ้นะ แต่มุ่ยเองก็ฝึกมาแบบใช้ทางลัด คือ การก็อปปี้ลายเส้น นักวาดที่ชอบไปเลย ตอนนั้นยังเด็ก คิดภาพไม่ออก วาดให้ดูดีไม่ได้ แต่พอเริ่มวาดได้ คิดภาพได้แล้วก็เลิกก็อปปี้ไป

เจ้ มองได้สองมุม โดยส่วนตัวเจ้ไม่คิดว่ามันดีในแง่ของ imagination อาจจะดีในเรื่อง skill นะ เพราะแค่จะเริ่มครีเอท ก็ต้องครีเอทภายใต้ข้อจำกัดที่ต้องลอกแบบ มันจะเป็นภาพจำขังความคิดของเรานานเกินไปไร้อิสระภาพ กว่าที่คุณจะเก่งก้าวพ้นกนงตรงนั้น ใช่เวลานะ  ความคิดมีขีดจำกัดแต่จินตนาการ มัน infinity นะ

มุ่ย จริงเลยเจ้ เราเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบที่ทำแบบนั้นตอนยังเด็ก มันทำให้เรายึดติดกับรูปแบบศิลปะบางอย่างที่หลุดออกมายังไม่ได้ แล้วเราก็ต้องมองวา่ต้องแบบนี้จึงงาม แบบนี้เรียกว่าไม่งาม อะไรอย่างนี้ มันเป็นเหมือนห่วงผูกตัวที่กว่าจะหลุดพ้นตรงนั้นได้มันใช้เวลาจริงๆ