ก้าวข้าม Creative Block ยังไงให้ได้ผล!

Creative block คืออาการที่เราหาเรื่องที่จะวาดไม่ได้ หรือไม่มีหัวข้อที่จะวาด แม้ฝีมือยังมีอยู่แต่ไม่อยากวาดอะไรออกมาเลย ผิดกับ artblock ที่วาดอะไรไม่ได้เลย Creative block มีสองอย่าง -internal เกิดขึ้นจากเราเอง -external เกิดจากคนอื่น หรือสิ่งแวดล้อม   ประเภทของ Creative block   INTERNAL-เกิดจากเรา   mental block   เกิดจากการหมดไอเดีย ไม่มีไอเดียอะไรที่จะวาดภาพ รู้สึกเหนื่อย ไม่อยากวาดภาพ เวลาเราโพสต์ เราจะมีความคิดว่าคนจะชอบรูปนี้หรือไม่ชอบรูปนี้ เหมือนการขว้างโคลนไปที่กำแพง บางที่โคลนก็ติดบางทีก็ไม่ติด บางครั้งก็ฮิตบางครั้งก็ไม่ฮิต ถ้าเราวาดไปเรื่อยๆ จะพบว่า มันสามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้ โดยเราต้องฝากความคิดสร้างสรรค์ไว้ในธนาคารสร้างสรรค์ของสมอง หรือ   Creative bank account ก็คือเราต้องฝากความคิดสรา้งสรรค์ สร้างประสบการณ์ให้มากๆไม่ว่าจะเป็นหนัง,การ์ตูน...
ฟรีแลนซ์

ฟรีแลนซ์ กับประสบการณ์เป็นครูและ ฟรีแลนซ์ อันยาวนานนับ 10 ปี

กำลังคิดว่าจะเขียนอะไรในใจก็นึกขึ้นมาได้ว่า....เล่าเรื่องตอนเป็น ฟรีแลนซ์ เพิ่มดีกว่า เออเรื่องที่เรามา ทำ ฟรีแลนซ์ 10 ปีนี่ก็น่าสนใจจริงๆแล้วยังไม่ครบ 10 ปีดีประมาณเก้าปีครึ่งเดือนมีนาปีหน้าถึงจะครบ 10 ปีเลยนั่งเรียงไทม์ไลน์ว่าทำอะไรไปบ้าง 2008 ตอนออกจากงานประจำเคว้งคว้างมากถึงแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าเราอยากจะออกมาทำอะไรเป็นของตัวเองแต่ก็ไม่รู้ว่าเราควรจะทำอะไรดีแล้วเราเหมาะกับอะไร เป็นช่วงชีวิตที่ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ช่วงแรกๆนะเพราะว่ามันเหมือนกับว่าเราได้สูญเสียอะไรบางอย่างไป เพื่อแลกกับอิสรภาพที่เราได้มา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อ เคว้งๆ เหงาๆ เปล่าๆเปลี่ยวๆ ก็เลยลองทำงานเดิมที่เคยทำๆมาตลอด นั่นก็คือ การวาดภาพประกอบ ทำแรกๆก็รู้สึกสนุกเหมือนเดิมแต่รู้สึกเหมือนอะไรมันขาดหายไปมันไม่เฟรช มันกลับเป็นอะไรที่เรารู้สึกว่ามันไม่ได้ท้าทายหรือใช้ความสามารถใหม่ๆแต่อันนี้มันเป็นแค่ความคิดของเราเท่านั้นนะ แต่ช่วงแรกๆที่เราออกจากงานประจำนั้นฝีมือพุ่งกระฉูดมากเพราะว่าเราได้ทักษะจากการทำงานประจำเยอะ จริงๆบางคนที่เขายังรักงานวาดภาพประกอบก็มี เราเริ่มเบื่อตอนที่เรารับงานฟรีแลนซ์ คอมมิชชั่นเยอะเยอะประมาณเป็น 100 แล้วเราก็รู้สึกว่าทำงานมากไป แทนที่มันจะเป็นความหลงใหลกับกลายเป็นว่าเราเริ่มเบื่อการวาดภาพประกอบ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีหลายหลายคนอาจจะรู้แล้วเรื่องนี้แต่ detail ก็คือเราไม่ได้เล่าเรื่องระหว่างที่เราลำบากในขณะการหาลูกค้าหรืออื่นๆที่เป็น อุปสรรค ตอนเป็น ฟรีแลนซ์ สำหรับเราเรารู้สึกว่าการทำงานภาพประกอบตามสั่งไปเรื่อยๆมันไม่ใช่ตัวเราเลยค่ะ 2010...

บันทึกการฝึก 30 วันเมื่อฉันมือตก:ตอนที่ 5

สวัสดีค่ะ บันทึก สิ่งที่ได้เรียนรู้ระหว่างฝึกเริ่ม วันที่ 5 -การฝึกไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวน แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพการฝึก -เราไม่จำเป็นต้องฝึกตามคนอื่นๆ ตามสิ่งที่หนังสือบอกว่าดี หรือตามอะไร ตามใคร เราสามารถออกแบบการฝึกด้วยตัวเองได้เหมือนเออร์เนส เฮมิงเวย์ทำ ก็คือเขาเปลี่ยนร้อยแก้วเป็นร้อยกรองเปลี่ยนร้อยกรองเป็นร้อยแก้ว -การฝึกพื้นฐานจำเป็นแต่ยังไม่ใช่สำหรับตอนมือตก เพราะมือตกเราต้องหาวิธีกลับมาวาดรูปได้สนุกเหมือนเดิมก่อน -อย่าทู่ซี้ฝึกเมื่อเหนื่อยแล้ว เอารูป Razzy จากวันที่ 3-4 มาวาดต่อให้เสร็จค่ะ น้อง Opan แก้ให้ค่ะ แก้แล้ว วันนี้วาดรูปเดียวให้เสร็จพร้อมลงสีค่ะ ขอบคุณ Jom naknakorn,พี่ Lex manarae,น้อง Nanshu,น้อง Opan ทิปส์วันที่ 5 -เวลาขอคำแนะนำ จะเป็นจากรุ่นน้องหรือรุ่นพี่ก็ดี ควรเลือกนิดนึงค่ะ สำหรับเราเกณฑ์การเลือกคือ 1.ต้องเก่ง 2.ทำงานสไตล์หลากหลาย ถ้าเป็นรูปวาดเรานิยมขอคำแนะนำจากรุ่นน้องมากกว่าค่ะเพราะรุ่นน้องส่วนมากจะ...

บันทึกการฝึก 30 วันเมื่อฉันมือตก:ตอนที่ 3-4

สวัสดีค่ะ สำหรับฝึกวันที่ 4 (วันที่สามข้ามไปเพราะติดธุระ) เราวาดภาพพอร์เทรทจากคน ซึ่งก็คือรูปที่เพื่อนๆเอามาให้ค่ะ โดยการฝึกนี้จะเป็นการแปลงคาแรคเตอร์หน้าซึ่งเราสอนนักเรียนอยู่ประจำว่าเวลาวาดไม่ต้องเหมือน ให้ได้ฟีลลิ่งมากกว่า ป.ล.เราตัด Log สภาพจิตใจออกทั้งหมดในวันนี้เหลือแต่รูปและข้อคิด ถ้าจะดู วิธีเขียน log สภาพจิตใจ ให้ดูวันที่ 2 ค่ะ วาด Exodus เสร็จแระสำหรับคนที่ไม่รู้ แบบคือเรานะคะ M.(ภาพด้านล่าง) รู้สึกยังไง -เพิ่งกลับมาวาดผมแบบนี้ได้ ยังไงอีก -สนุกดี ฝึกตามโปรแกรมการฝึกมา3-4วันแล้วได้อะไรบ้าง -log สภาพจิตใจช่วยได้มาก แต่จริงๆแค่ถามตัวเอง ตอนนี้เราอยากวาดหรืออยากทำอะไรก็พอ -อย่าเน้นจำนวน -ฝึกเป็นเรื่องๆไปอย่าจับฉ่าย สำหรับภาพที่ฝึกวันนี้ก็จะไปต่อวันพรุ่งนี้นะคะ ส่วนอันนี้เขียนตามคอร์ส 10K follower ของ Jake parkerที่ดูระหว่างทำงาน 1.คุณใช้โซเซียลมีเดียอย่างไร -เป็นแหล่งแชร์ความรู้ทางด้านวาดภาพประกอบและแชร์ผลงาน 2.คุณเป็นใคร ทำอะไร และต้องการจะ accomplish...

บันทึกการฝึก 30 วันเมื่อฉันมือตก:ตอนที่ 2

เมื่อวานที่อัพบลอคไปมีคนตอบรับพอสมควร มีการกดแชร์เยอะพอสมควรค่ะ สำหรับวันนี้นั้น ก็คงจะเน้นการ input คือวันนี้เราคิดว่าเราไม่น่าจะมีอารมณ์วาดรูปทั้งวันเพราะติดสอนนั่นเองค่ะ อันนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ฝีมือไม่พัฒนาสักที เราต้องหาทางปรับอารมณ์หรือหาวิธีทำให้สามารถวาดรูปได้แม้จะมีงาน อาจจะวาดรูปน่ารักง่ายๆซักนิดหน่อยขอดูสถานการณ์ก่อน คืนวันที่ 1 บันทึกสภาพจิตใจ อยากวาดรูปมั้ย -อยาก แต่ ปวดตาแล้ว รู้สึกอยากดูรูปไหม -อยาก แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ตาจะแตกแล้ว มีแรงบันดาลใจไหม -มีแต่รู้สึกงานเยอะมาก จัด priority สิ -งานจ้าง,งานสอนมาก่อน แต่ตอนนี้ขอแก้อาการนี้ให้ได้ก่อน (มือตก เลเวล 10)ไม่งั้นทำอะไรไม่ได้ ได้ข้อคิดอะไรไหมหลังจากอัพบล็อคที่ 1 -มีสิ อาจารย์สั่งให้เขียนบันทึกนานแล้วดันไม่ทำเอง เพราะขี้เกียจเขียน ในที่สุดก็หาวิธีเขียนบันทึกที่เหมาะกับตัวเองได้ บันทึกช่วยอะไร -ช่วยค้นหาสภาพจิตใจจริงๆว่าเราคิดยังไงทำไมวาดไม่ออก แล้วเจอยัง -มันขึ้นอยู่กับความอยาก เป็นนักวาดมืออาชีพพูดงี้ได้ไง -มันก็เหมือนฉันไม่อยากกินยาแต่ต้องกินน่ะ ฝึกวันที่ 2 10.30 ตื่น อยากวาดรูปไหม -ไม่ อยากทำอะไร -ดูรูปไปเรื่อยๆก่อน ใช้เวลาไม่มากแล้วก็ทำหน้าที่ๆต้องทำให้เสร็จ https://www.pinterest.com/pin/16958936077149681/ https://www.pinterest.com/pin/345018021438516075/ https://www.pinterest.com/pin/433893745335081708/ 10.40 อยากฝึกรึยัง -ยัง ขอทำงานก่อน อยากทำงานเหรอ -ยังไม่อยากแต่ต้องทำแล้ว ทำอะไรบ้าง -อัดวีดีโอ,อัพวีดีโอ เดี๋ยวมีสอนอีกตอน สี่โมง กลับบ้านคงจะดึก ยังไม่อยากทำงานแล้วจะทำได้ดีได้ไง -เออ จริง อยากทำอะไร -อยากเขียนมากกว่า เขียนอะไร -status ว่า -เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ...

บันทึกการฝึก 30 วันเมื่อฉันมือตก:ตอนที่ 1

สวัสดีค่ะ เนื่องด้วยอาการมือตกของเรา เราจึง challenge ตัวเองว่า เราจะกลับมาวาดรูปได้สวย และทำ master piece ได้ภายใน 30 วันนี้ เราจึงเขียนบลอคนี้ขึ้นมาค่ะ เพื่อเป็นวิทยาทานแก่น้องๆทุกคนที่ตกอยู่ในสภาพมือตก เราเคยท้อเรื่องการวาดรูปหลายครั้งนะคะสุดท้ายก็กลับมาวาดจนได้ ทั้งปัญหาเรื่องตา ตานี่แสบน้ำตาไหลออกมา เรื่องมือสั่น(สั่นมากพอสมควร) เรื่องตาเรายอมแพ้ค่ะ เพราะว่าเราอยากรักษาตาไว้นานๆ เราจะพยายามจำกัดการทำดิจิตัลให้น้อยที่สุดอย่างที่บอก แต่ไม่ทิ้งค่ะ วาดบ้าง ส่วนมือ เราไม่คิดว่ามันเป็นปัญหาเท่าไรค่ะ สิ่งที่จะเป็นในระยะยาว ขายงาน(online)ในระดับ international ได้ ตัวอย่าง Shilin แผนการระยะยาว ปี 2017 -ให้เวลาตัวเอง 12 เดือน ทำ topform 12 ชิ้น(เดือนละชิ้น) -ยกเลิกโปรเจคคอร์สออนไลน์ไปก่อนจนกว่ามือจะกลับมาเหมือนเดิม...

พี่รอดจากอาการมือตกสุดๆในชีวิตมาได้อย่างไร

สวัสดีค่ะจะเล่าประสบการณ์ตอนมือตกให้ฟัง เราแทบไม่อยากวาดรูปเลยค่ะ แทบจะไม่วาดรูป วันๆก็ออกไปสอนนักเรียน ฝีมือเราขึ้นสู่ topform ในปี 2007-2011 ช่วงนั้นวาดรูปหนักมาก วาดรูปทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1-2 ภาพ และต้องเป็นรูปที่ตั้งใจวาด คนที่บอกว่าเราสำเร็จเราขึ้นสู่ระดับ top นี่คงหมายถึงช่วงนี้ ไม่ใช่ตอนนี้สำหรับสายการวาด เราฝึกทั้งพื้นฐานและทั้งลายเส้น เขียนต้นฉบับงานเขียนและสอนนักเรียน จนเราเข้าโรงพยาบาลครั้งที่ 3 ในปี 2012 ได้ เราเริ่มหมดแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต เบื่อทุกอย่าง เริ่มคิดว่าหาอย่างอื่นทำดีไหม เริ่มเบื่อการวาดรูป เหมือนคนเบื่ออาหารอย่างไม่มีสาเหตุ แล้วคิดมาเรื่อยๆว่าเราชอบวาดรูปจริงๆหรือชอบเพราะทำมันได้ดี เราคิดว่าเราใช้ชีวิตแบบฝืนธรรมชาติมากไป มันอาจจะสำเร็จรวดเร็วแต่ไม่ได้ยั่งยืนค่ะ เราเริ่มท้อถอยและฝีมือดิ่งลงมาเรื่อยๆราวกราฟหุ้น จนกระทั่งมือเริ่มกลับมาในปี 2016 และค่อยๆดีขึ้นทีละนิดค่ะ...

9 ปีติดๆกับชีวิตนอกออฟฟิศอันอิสระ

สวัสดีค่ะวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของ การใช้ชีวิตฟรีแลนซ์ของเราต่ออย่างที่หลายๆคนรู้กันว่าเราเป็น ฟรีแลนซ์มาเก้าปีแล้ว ช่วงปีที่ผ่านมาก็มีเรื่องหลายอย่างเกิดขึ้นมีสถาบันเกิดขึ้นมากมาย ทั้งใหญ่ๆ หลายคนคงจะสงสัยว่าทำไมIllustcourse ยังอยู่ได้ สิ่งที่สำคัญในการทำฟรีแลนซ์นั่นก็คือเรื่องของการปรับตัวเราต้องมีการปรับตัวที่ดีต้องดูเทรนด์โลกเป็น การที่เราดูเทรนด์โลกเป็นนั้นจะทำให้เราก้าวล้ำหน้าคนอื่นอยู่เสมอและทำในสิ่งที่ไม่เหมือนกับคนอื่น ในบางครั้งบางสิ่งที่เราทำอาจจะประสบความสำเร็จหรืออาจจะไม่ประสบความสำเร็จไม่ต้องไปสนใจลองทำไปเรื่อยๆ อันไหนสำเร็จก็พยายามพัฒนาต่อไปอะไรไม่สำเร็จก็พยายามปรับปรุง และพยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอด้วยการลงทะเบียนคอร์ส ต่างๆไม่ต้องของที่นี่ก็ได้ การที่เราไม่ติดตามเทรนด์โลกทำให้เราทำในสิ่งที่เหมือนกับคนอื่นเมื่อเหมือนกับคนอื่นเราก็ไม่มีข้อแตกต่างที่ทำให้ลูกค้ารู้ว่าเรานั้นมีความโดดเด่นอย่างไร ทำให้เราเหมือนกับคนทั่วไปหรือ คนธรรมดาซึ่งถามว่าผิดไหมไม่ผิดค่ะถ้าคุณไม่ได้ทำธุรกิจหรือไม่ได้ทำฟรีแลนซ์เพราะว่าไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะโดดเด่นมีชื่อเสียงหรือว่าเป็นที่รู้จักมาก บางคนก็อยากอยู่แบบธรรมดาอยากมี ชีวิตแบบสงบ ทางนั้นเราจะต้องรู้ว่าเราต้องการอะไรในชีวิต กันแน่ เราถึงจะสามารถกำหนดทิศทางในการ promote หรือว่าทิศทางในการดำเนินธุรกิจของเราหรือว่าแม้กระทั่งเป็นอาร์ติสก็ตามก็ต้องกำหนดทิศทางใดในการ ที่จะวาดภาพแล้วก็พรีเซนต์ตัวเองออกมาอย่างไร ทั้งหมดทั้งมวลนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลเป็นหลักไม่มีอะไรตายตัวแต่เราบอกว่าถ้าหากคุณอยากจะ promote ธุรกิจหรือว่าโปรโมทตัวเองในฐานะอาร์ติสให้ประสบความสำเร็จจะต้องมีความอดทนอย่างมากเพราะมันต้องอาศัยเวลา ไม่ใช่เวลาแค่วันสองวันเราจะได้ในสิ่งที่เราต้องการ แต่ใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปีกว่าจะเห็นผล กว่าเราจะเป็นที่รู้จักของสังคม บางทีการเป็นที่รู้จักของสังคมก็เป็นดาบสองคมเพราะว่าไม่ใช่ทุกคนที่รักเราและชอบเราป่ะคนก็เกลียดเราบางคนก็ไม่ชอบเรา ฉะนั้นถ้าอยากเป็นที่รู้จักก็ต้องทำใจ และต้องทำใจกับช่วงเวลายากลำบากให้ได้เราเคยไม่มีเงินติดตัวเลยแล้วก็มีแต่หนี้ เราต้องฝ่าฟันไปให้ได้เพราะทุกอย่างไม่เคยราบเรียบและได้อย่างใจเราเสมอในทุกๆคน การทำฟรีแลนซ์ให้ประสบความสำเร็จรวมไปถึงการเก็บรายชื่อลูกค้าและการ promote อย่างต่อเนื่องทั้งนี้เราไม่อยากให้คุณฮาร์ดเซลล์...

ชีวิตแค่โดนทำร้ายแต่ฝีมือมันต้องไม่โดนทำลาย

สวัสดีค่ะสำหรับวันนี้ก็จะมาชวนคุยเรื่องการกลับมา วาดรูปใหม่ของเรา อย่างที่รู้กันว่า ที่ฝีมือของเราตกลงไปเพราะว่าอาการป่วยทำให้มือสั่นแล้ววาดเหมือนเดิมไม่ได้เราไม่เคยคิดว่าอาการนี้มันทำให้เราไม่เหมือนคนอื่นหรือว่า รู้สึกด้อยกับอาการป่วย แต่เรากลับรู้สึกว่ามันคือบทพิสูจน์อย่างหนึ่งที่พิสูจน์ว่าเราจริงจังกับการ วาดรูปขนาดไหน ที่ผ่านมาเราอาจจะดูเหมือนไม่จริงจังแต่ว่าที่จริงแล้วการที่เป็นครูมันทำให้เราต้อง ฝึกมือ อยู่ตลอดเวลา เพราะว่าถ้าวาดรูปไม่เก่งก็จะไม่น่าเชื่อถือไม่มีใครเชื่อถือ ไม่มีใครอยากมาเรียน เราจึงอยากจะบอกทุกคนว่าอย่าท้อถอยเวลาโชคชะตามาล้อเล่นกับเรา หรือว่าทำให้เราเจ็บปวด ทำให้ เราล้มลงไป เพราะว่าทุกสิ่งมันไม่จีรัง มีขึ้นก็ต้องมีลง ที่สำคัญคือเราจะทำตัวตนของตนเองกลับมาได้อย่างไร จะทำยังไงทำให้ตัวตนของเราที่หายไปกลับคืนมา  วันนี้เราจึงมาบอกเล่าเรื่องราวว่าเรากลับมาได้อย่างไรกับฝีมือ ที่จริงแล้วหลังจากที่เรากลับมาจากสิงคโปร์เราก็ฝีมือขึ้นๆลงๆแต่ว่าตอนที่ฝีมือดีที่สุดนั้นอยู่ช่วงปี 2008 ถึง 2011 เพราะว่าจิตใจของเราวาดรูปด้วยการอยากเอาชนะ อยากเอาชนะตัวเองอยากเอาชนะผู้อื่น งานมันก็เลยออกมาไม่เพียวแต่ว่ามี ฝีมือดี อย่างเดียว แต่หลังจากนั้นเราก็ขาด motivation อย่างรุนแรง เราไม่รู้ว่าจะวาดรูปไปทำไมและเพื่ออะไร เพื่อใครซึ่งจริงๆแล้วมันไม่จำเป็นต้องหาคำตอบก็ได้ว่าเราทำเพื่ออะไรเพื่อใครหรืออย่างไรทำไม เพราะว่ายิ่งเราหาคำตอบเรายิ่งค้นพบว่า สิ่งที่เราทำบางอย่างมันก็อาจจะไม่ต้องมีเหตุผลมารองรับทุกอย่างก็ได้เพราะว่าชีวิตมันมีหลายอย่างมีหลายรสชาติมีเจ็บปวดมีทุกข์มีสุข ยิ่งเราพยายามหาคำตอบให้กับทุกอย่างในโลกใบนี้มันยิ่งทำให้เราทุกข์...

ทำไมโนอาห์ แบรดลีย์ ศิลปินชื่อดังกล่าวว่า”คุณไม่ควรไปโรงเรียนศิลปะ”

ด้านล่างนี้แปลคำพูดเขามาค่ะ น่าสนใจดี เหมาะสำหรับคนที่กำลังคิดจะไปเรียนต่างประเทศ ลองฟังความเห็นต่างดูนะ โนอาห์เขาหมายถึงโรงเรียนที่เรียนเต็มเวลาในต่างประเทศค่ะ "คุณไม่ควรไปโรงเรียนศิลปะ" เพราะผมทำมาแล้ว ผมไม่แนะนำให้ศิลปินคนไหนเข้าเรียนโรงเรียนศิลปะเลย ผมควรจะไม่ทำมัน นอกเสียจากว่าคุณได้ทุนการศึกษาเต็มจำนวน(หรือมีพ่อแม่ให้ผลาญเงิน)การเข้าเรียนโรงเรียนศิลปะนั้นเสียเงินไปเยอะมาก ผมได้รับอนุปริญญาจากโรงเรียนศิลปะเอกชนที่มีชื่อเสียง ก่อนหน้านั้นผมได้เข้าเรียนโรงเรียนศิลปะที่ดีที่สุดในประเทศ ผมไม่ใช่คนที่ไม่จบศิลปะเลย นอกจากนี้ผมยังประสบความสำเร็จในอาชีพด้วย ต้องขอบคุณอย่างมาก แต่ผมรู้สึกเศร้าและอายเหลือเกินในโรงเรียนศิลปะที่ให้ความคาดหวังนักเรียนเกินจริง การจบการศึกษานั้นไม่ได้ทำให้การเตรียมพร้อมสู่โลกแห่งความเป็นจริงของการเป็นมืออาชีพดีขึ้น แถมด้วยหนี้อีกมากโข พวกเขาได้ประเมินไว้ว่า ค่าเล่าเรียน 4 ปีที่ RSID(Rhode island school of design)  อยู่ที่ 245,816 $ ในเชิงเปรียบเทียบ ค่าเรียนอนุปริญญาของโรงเรียนกฏหมายฮาร์วาร์ดอยู่ที่ 236,100 $ นี่มันน่าขายหน้ามาก ที่โรงเรียนศิลปะจะหลอกนักเรียนให้เชื่อว่านี่คือการตัดสินใจที่ดีนั้นมันโหดร้ายและไม่ปกติ ศิลปินไม่ใช่หมอหรือผู้พิพากษา เราไม่ใช่ โดยเฉลี่ยแล้ว ได้รับเงินเดือนเป็นเลขหกหลัก เราแค่ได้รับเงินเดือนพออยู่ได้...

ทำไม illustcourse มีงานสอนเยอะ?

ช่วงนี้ได้รับโจทย์นักเรียนวาดไม่เป็นเลย ล่าสุดเป็นผู้ประกอบการ 2 คน เราคิดว่า คนในวงการมักจะเข้าใจผิด และงง ว่าทำไมเราได้งานเยอะมาตลอด ทั้งๆที่เรามือตกอยู่และวาดเบี้ยว เข้าใจว่าคนในวงการคิดงี้ แต่เผอิญเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการได้งานสอนหรือไม่ได้งานสอนค่ะ  เพราะ Trust หรือความเชื่อใจเราสูงนะคะ . คุณต้องแยกระหว่างฝีมือการสอนกับฝีมือการวาด ถ้าคุณมีฝีมือขนาดดูภาพเราออกว่ามือตก มือไม่ตก คุณไม่ได้อยู่ใน target เราอยู่แล้ว target เราคือคนวาดรูปไม่เป็นถึงปานกลางค่ะ มีเก่งๆหลุดมาบ้างแต่ว่านั่นไม่สำคัญเท่ากับการทำให้คนวาดรูปไม่เป็น หรือวาดได้ปานกลาง เก่งขึ้นมา เพราะมันจะเห็นได้ชัด ณ.ตอนนี้ บอกตรงๆว่าเรามั่นใจฝีมือการสอนของเรามากค่ะ . และเราได้สนหรือไม่ สำหรับคำด่า จริงๆคือ.....คนที่ด่าเราคุณก็มีส่วนช่วยเราโปรโมทนะคะ เพราะว่า สิ่งตรงข้ามกับความรัก ไม่ใช่ความเกลียด แต่เป็นการไม่ใส่ใจ ยิ่งมีคนเกลียดเรา...

รู้วิธีจัดการคำติสักนิดชีวิตไม่มีปัญหา

"โฟกัสที่ถนน ไม่ใช่ที่กำแพง" นักแข่งรถหลายคนพิจารณาให้มาริโอ แอนเดร็ทติ เป็นนักแข่งรถที่ประสบความสำเร็จและนักแข่งรถที่คล่องที่สุด ระหว่างการแข่งขันของเขา แอนเดร็ทติชนะอินเดียน่าโปลิส 500,เดย์โทน่า 500,formula one . การแข่งขันระดับแชมป์โลก และ Pike's peak ปีนเขานานาชาติ เขาเป็นคนเดียวในนักแข่งรถสองคนในประวัติศาสตร์ที่ชนะ Formulaone,Indy car world sport car . ในขณะที่แอนเดร็ทติให้สัมภาษณ์กับ Success magazine เขาถูกถามเรื่องการเป็นที่หนึ่งการแข่งรถ เขาบอกว่า "อย่ามองที่กำแพง รถจะไปในทิศที่ตาคุณไป" . เมื่อนักแข่งรถรุ่นใหม่ๆเริ่มแข่ง นี่เป็นบทเรียนที่สำคัญที่เขาต้องเรียนรู้ เมื่อคุณขับรถที่ 200mph คุณต้องโฟกัสที่ถนนข้างหน้าคุณ ถ้าคุณโฟกัสที่กำแพง คุณจะชนมัน . สิ่งเดียวกันสามารถพูดได้กับชีวิต การทำงาน และการจัดการปัญหาการติ . การติและสิ่งลบๆทั้งหลายจากคนก็เหมือนกำแพง ถ้าคุณโฟกัสที่มัน คุณจะหมกมุ่นอยู่กับอารมณ์โกรธ...

5 สัญญาณที่แสดงว่าคุณแคร์เสียงรอบข้างมากไป

ในปัจจุบันนี้เป็นยุค social คนอยากแชร์อะไรก็แชร์ อยากด่าอะไรก็ด่า ดังนั้น เราจึงควรระลึกถึงสัญญาณที่ว่า เราได้แคร์คนอื่นๆมากเกินไปแล้วหรือเปล่าในการวาดรูป ? ดูยังไงคะ ก็ดูจากสัญญาณต่อไปนี้ค่ะ 1.คุณพยายามเปลี่ยนลายเส้นเพื่อเอาใจเสียงรอบข้างเหล่านั้น เช่น คนบอกลายเส้นคุณไม่ญี่ปุ่นเลย ขายไม่ได้แน่นอน คุณก็เชื่อเขา และทำไปตามเสียงรอบข้างแทนที่จะเป็นเสียงในใจของคุณ มันไม่ดีเลยค่ะ เพราะว่ามันจะทำให้คุณไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง ถึงแม้เราต้องฟังคำวิจารณ์ของคนรอบข้าง แต่เราก็ควรเลือกที่จะฟัง ความคิดเห็นที่มีประโยชน์ต่อเรา ไม่ว่าจะเป็นคำติหรือคำชม แต่ไม่ใช่การ ฟังทุกๆความคืดเห็นที่เข้ามา แน่นอนค่ะว่าถ้าคุณไม่ทำแนวนั้นอาจจะขายไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้การันตีว่า คุณทำแนวอื่นแล้วจะขายได้เช่นกันค่ะ ดังนั้นคุณควรจะเลือกที่ความชอบของคุณ เพราะคุณคือคนที่ต้องอยู่กับทางเลือกนั้นของคุณ เพราะฉะนั้นตัดสินใจด้วยตัวเองค่ะ 2.คุณรู้สึกไม่มีความสุขกับการวาดภาพเหมือนเก่า เป็นเพราะคุณกลัว feedback กลัวคนว่า กลัวคนด่า กลัวคนนินทา ไม่ต้องไปกลัวค่ะ เพราะคุณโดนแน่นอน เลยทำให้คุณใช้ชีวิตอยู่ในความกลัว เรื่องนี้จะทำให้คุณเสียเปรียบมาก ความกลัวก็เหมือนผี รู้ว่าอาจจะมีแต่มองไม่เห็น ความกลัวเหมือนที่รักเป็น แม้มองไม่เห็นแต่รู้ว่ามี เพราะว่าคุณได้ทำตามความต้องการของคนอื่นๆแทนที่จะเป็นตัวเอง คุณต้องระลึกว่า ตัวคุณเองเท่านั้นที่จะทำให้คุณมีความสุขอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นควรเชื่อในปัญญาญาณของตัวเอง 3.คุณกลัวข่าวลือไม่ดีเกี่ยวกับคุณ ทำให้คุณไม่มีสมาธิทำงาน   ข่าวลือนั้นมีอยู่แล้วค่ะ ปล่อยให้เขาลือไป คุณก็ทำงานไป พอรู้ตัวอีกทีคุณก็ไปไกลกว่าคนเหล่านั้นมากแล้ว คุณคิดว่าคนที่เอาแต่สุมหัวนินทาคนอื่น โดยไม่ทำอะไรเลยในแต่ละวัน เป็นคนอย่างไรหละคะ หรือไม่เอาแค่เรื่องที่ด่าคนอื่นก็พอแล้ว...

25 เหตผลที่ควรกล้าชนกับคำติชม

“Criticism is something you can easily avoid by saying nothing, doing nothing, and being nothing.” ~Aristotle “การติชมนั้นเป็นบางอย่างที่คุณสามารถหลีกเลี่ยงได้โดยการไม่พูดอะไร ไม่ทำอะไร และไม่เป็นอะไรสักอย่าง” ~Aristotle คำวิจารณ์เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ แล้วเราจะจัดการกับคำวิจารณ์ยังไงมาดูกันค่ะ ว่าคำวิจารณ์มีประโยชน์ยังไงบ้าง ทำไมเราถึงต้องรับฟังคำวิจารณ์ ประโยชน์ของคำวิจารณ์ การเติบโตทางบุคคล 1. การมองเห็นความจริงในคำติชมนั้นอาจจะทำให้เราเจอเรื่องขำขัน มันไม่ง่ายที่จะมองข้อผิดพลาดของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาและยอมรับข้อผิดพลาดว่าเรานั้นวาดผิดตรงไหน วาดเบี้ยวตรงไหน หรือมีข้อเสียอย่างไร 2. การเรียนรู้จากคำติชมทำให้คุณพัฒนา เกือบจะทุกคำติชมนั้นให้เครื่องมือที่สามารถสร้างอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ 3.คำติชมเปิดมุมมองให้คุณเห็นมุมมองใหม่ๆและไอเดียที่คุณอาจจะคิดไม่ถึง เมื่อไรถึงบางคนท้าทายคุณ พวกเขาทำให้คุณคิด 4. การติชมของคุณให้โอกาสคุณในการฝึกฟัง นี่หมายความว่าคุณปฏิเสธการอยากที่จะวิเคราะห์ในหัวคุณ และพิจารณาในสิ่งที่คนอื่นๆพูดถึงคุณจริงๆ 5.คุณได้โอกาสในการฝึกการให้อภัย เมื่อคุณเจอกับคำติที่รุนแรง เราส่วนใหญ่มีความเครียด สับสน ก็คือ...

วิธีประสบความสำเร็จในการวาดรูปได้สไตล์ ‘underdog’

underdog คือมวยรองบ่อนค่ะ เราไม่ใช่คนเรียนเก่ง บ้านไม่รวย ไม่มีเส้นสายใดๆ และเราเคยวาดรูปไม่เก่งมาก่อน เราก็สามารถไปทำงานในต่างประเทศได้ และได้ลงแม็กกาซีนต่างประเทศ ถามว่าทำได้ยังไง ก็ต้องบอกว่ามีเคล็ดลับดังต่อไปนี้ค่ะ ที่เราบอกว่าเราเรียนไม่เก่ง เพราะเราไม่มีจุดมุ่งหมายใดๆในชีวิตหลังเอนท์ติด เราจึงเรียนไปวันๆ กลายเป็นเด็กเวรคนนึงเหมือนเอนทรี่นี้ว่าไว้ ความในใจของครูถึงเด็กเวรๆทุกคน เราไม่อยากให้ทุกคนที่อ่าน พบกับสถานการณ์เช่นเรา 1.ตั้งเป้าหมาย การตั้งเป้าหมายสำคัญมาก เพราะถ้าคุณไม่ตั้งเป้าหมาย ก็เท่ากับคุณเดินทาง โดยไม่รู้จุดหมายว่าจะไปที่ไหน อย่างเช่น เวลาคุณจะไปเที่ยว คุณต้องรู้ก่อนว่าจะไปที่ไหน อินเดีย ปากีสถาน หรือญี่ปุ่น ไม่ใช่จะไปญี่ปุ่น แต่ดันซื้อตั๋วไปอินเดีย มันก็เหมือนกับเราไม่ได้ตั้งเป้าหมายในชีวิต แล้วชีวิตเดินผิดพลาดจากที่เราตั้งใจไว้ ให้เขียนเป้าหมายลงในกระดาษ ยังไม่ต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ อะไร เขียนลงไปก่อน เมื่อเขียนลงไปแล้ว ให้เลือกเป้าหมายที่อยากทำได้มากที่สุดก่อน นำมาเขียนเป็นขั้นตอนว่า จะไปถึงจุดหมายนั้นๆได้อย่างไร เป้าหมายที่ดีนั้น สามารถวัดผลได้ และมีระยะเวลากำหนดชัดเจนค่ะ ไม่ควรตั้งเป้าหมายที่เป็นสิ่งที่จับต้องได้ยาก เช่น มีชื่อเสียง หรือ รวย แต่ให้กำหนดไปเลยว่า อยากได้รายได้เท่าไรต่อเดือน ภายในระยะเวลาวันไหน หรือถ้าอยากวาดรูปเก่ง อยากวาดได้ระดับอาจารย์อะไร ภายในระยะเวลาเท่าไร 2.ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง หลายๆคนเขียนเป้าหมาย แต่ไม่ได้ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง หรือทำนิดเดียวแล้วก็เลิก ทัศนคติที่สำคัญคือเมื่อเราตั้งเป้าหมายว่าวาดให้เก่งแล้ว เราต้องลงมือทำอย่างต่อเนื่องด้วย การลงมือทำอย่างต่อเนื่องต้องลองหลายๆทาง หลายๆการกระทำ...

Popular