Please enable javascript in your browser to view this site!

คุณเลือกได้

กลัวดรามา แต่อยากพูด ขออภัยแฟนคลับด้วยขอพูดถึงงานซาคิมิ นิดนึงนะคะ จริงๆเราก็ว่าเขาเก่ง ไม่ได้ว่าอะไร แรกๆก็ชอบงานเขาเหมือนกัน งานเขาเป็นคนเดียวที่ลงสีเทคนิคซ้ำๆติดๆกันแล้วออกมาเยอะ แต่ดูไม่ได้น่าเบื่อมาก แต่หลังๆเราเริ่มไม่ชอบงานเค้าอย่างไม่มีสาเหตุ ไม่รู้ทำไม (แต่บางรูปก็ชอบนะ) น่าจะเป็นเพราะเคยชอบมาก แล้วผิดหวังในตัวเค้าทีหลังก็เป็นได้ แต่ก็ยังตามอยู่ เพราะบางรูปก็ชอบ เรารู้สึกว่า เขามี Agenda บางอย่างที่เยาวชนยุคใหม่อยากเป็น คือรวย จากการวาดภาพ แต่สำหรับเราที่ หลายๆคนว่า กินอุดมการณ์เป็นอาหาร เราไม่ได้อิจฉาที่เขารวย ได้เงินเดือนละสองล้านจากการวาดภาพ ใน Patreon แต่เรารู้สึกว่า งานเขาไม่มีอะไรจะเล่าเท่าไร นอกจากคาแรคเตอร์เรนเดอร์ ซึ่งงานแบบนี้ เราดูมากๆแล้วเหมือนดูผู้หญิงสวยๆ ภาพนางแบบสวยๆ ที่ไม่มีสตอรี่...

ทำไมคนวาดเก่งมากๆในวงการไม่ค่อยมาสอน

ขอตอบยาวนะคะ กรีด เป็นแมวครับ ทำไมคนวาดเก่งมากๆในวงการไม่ค่อยมาสอน คือการสอนนะค่ะมันต่างจากการวาดมากนะพอดีไปอ่านคอมเม้นต์ของน้องกรีดเลยอยากเขียน Status นี้เอาไว้เพื่อบอกตัวเองบางคนบอกว่าหรืออาจสงสัยว่าเออทำไมคนวาดเก่งมากๆเค้าไม่มาสอนกัน   บางทีคนที่ทำเรื่องนั้นเก่งเก่งอาจจะไม่ใช่คนสอนเก่งก็ได้ค่ะตรงกันข้ามคนสอนเก่งอาจจะไม่ได้คนที่เก่งมากระดับท็อปของวงการแต่สอนเป็นก็ถือว่าเป็นครูที่ดีได้   แล้วคนที่วาดเก่งด้วยสอนเก่งด้วยมีไหมมันก็มีค่ะความเก่งมัน subjective ถ้าคนนี้เรียนแล้วเคมีเข้ากับเราเขาก็จะมองว่าเราสอนเก่งแต่ถ้าคนนี้มาเรียนแล้วเค้าไม่ได้ต้องการในสิ่งที่เราอยากจะสอนหรือเค้าไม่ได้ต้องการในสิ่งที่เราอยากจะเผยแพร่ออกไปอันนั้นมันก็จะทำให้เขารู้สึกว่าเราสอนไม่เก่งแล้วคนที่ว่าเก่งเก่งเนี่ยส่วนมากก็จะอยากทำงานวาดเป็นอาชีพเพราะไม่ต้องยุ่งกับคนแล้วก็ไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับใครเท่าไหร่เป็นงานที่ทำเพื่อตัวเองค่ะ   แต่เราบอกว่าครูที่ดีต้องมีทั้งสองอย่างค่ะมันเหมือนครูสอนว่ายน้ำแต่ตัวเองไม่ว่ายอ่ะ ยืนอ่านทฤษฎีอยู่บนบกมันก็ได้แต่ทฤษฎี   จากประสบการณ์สอนเก้าปีพบนักเรียนมาหลากหลายรูปแบบพบว่าการที่เราจะสอนให้เขาวาดเป็นได้นอกจาก จะสอนพวกพื้นฐานสำหรับเราจะได้แนวคิดมากเพราะว่าเราจะเน้นหนักคิดก่อนเลยเนื่องจากแนวคิดเป็นพื้นฐานของทุกอย่างถ้าแนวคิดผิดทุกอย่างก็จะพังทลาย   ส่วนพวกนักวาดเก่งเก่งเค้าเหมือนนักกีฬาว่ายน้ำโอลิมปิกบางคนก็ไม่ได้อยากจะสอนคนให้ว่ายเป็นมาแข่งกับตัวเอง. บางคนที่ไม่สอนเพราะว่าไม่มีทักษะการสอนบางคนเค้าพอใจที่จะอยู่ตรงนั้นอยู่แล้วค่ะส่วนคนที่สอนก็เหมือน นักกีฬาที่รีไทร์แล้วมาเป็นโค้ช แต่บางคนอาจจะว่ายน้ำอยู่หรือบางคนอาจจะเลิกแล้วแต่ แต่สำหรับเราครูที่ดีไม่ใช่ครูที่ท่องทฤษฎีอยู่บนบกอ่านทฤษฎีว่าเออการว่ายน้ำจะต้องเอาแขนข้างนี้จ้วงแบบนี้แล้วไม่ลงไปว่ายเองมันก็ไม่มีประโยชน์   สำหรับเรากลุ่มนักเรียนที่เจอมากๆเลยก็คือกลุ่มนักเรียนที่อยากวาดรูปเป็นจากไม่เป็นเลยกลุ่มนี้เค้าจะมีความมั่นใจไม่ค่อยมากในการวาดรูปเค้าจะรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งแล้วก็เริ่มต้นช้ากว่าคนอื่นอะไรแบบนี้   ซึ่งจริงๆแล้วการจะสอนนักเรียนกลุ่มนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายมากๆสำหรับเราแล้วเราก็รู้สึกสนุกมากในการสอนนักเรียนเพราะว่าเค้ามาเหมือนแก้วเปล่าที่เราจะใส่อะไรลงไปก็ได้แล้วเขาจะพัฒนาในแนวทางที่เราสอนเหมือนกับเราเริ่มต้นปลูกตั้งแต่ต้นกล้าเลยนักเรียนกลุ่มนี้เค้าจะไม่สนใจในการวาดพื้นฐานเลยหมายถึงการวาดพวกnude ,life drawing   เหตุผลคือเวลาวาดเนี่ยเค้าอยากมีความสุขในการเรียนเค้าอยากวาดแล้วสนุก เค้าอยากมาถึงแล้ววาดเป็นเลยโดยที่เหมือนแบบเห็นผลทันทีซึ่งบางคนอาจจะบอกว่าเฮ้ยมันจะเป็นไปได้ยังไงการลัดพื้นฐานจากประสบการณ์เรามันเป็นไปได้ค่ะ แต่ก็ต้องสอดแทรกเนื้อหาเข้าไประหว่างนั้น โดยไม่ทำให้เขารู้สึกเบื่อกับการฝึกพื้น และเห็นผลได้เร็วหน่อย ก็จะทำให้เขามีกำลังใจในการวาดต่อไปค่ะ   ดังนั้นการไปอัดอะไรมากๆให้เขามันเหมือนกับทำให้เค้าเครียดมากขึ้นมันก็จะไม่สนุกในการวาดในการเรียนอีกต่อไปแล้วอาจจะทำให้เขาเลิกวาดรูป เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญในการสอนนักเรียนที่วาดไม่เป็นคือสภาพจิตใจค่ะจะต้องสอนตั้งแต่ตอนปรับสภาพจิตใจเลยว่าจริงๆแล้วเราไม่ได้เริ่มช้ากว่าใครทุกคนมีจุดเริ่มต้นและทุกคนมีวันที่วาดไม่เก่ง กันทุกคน   ถ้าคุณเริ่มจากศูนย์แล้วคุณต้องการจะเก่งให้เวลาตัวเองซักสามปีฝึกอย่างน้อย 4 ชั่วโมงสามถึง 4 ชั่วโมงต่อวันมีวินัยกับตัวเองฝึกโดยวิธีที่ถูกต้องแล้วจะเก่งขึ้นมาค่ะ แต่สิ่งที่สำคัญคือคุณต้องมีเป้าหมาย ต้องมีเป้าหมายว่าจะเก่งไปเพื่ออะไรเก่งทำไมทำอะไรอะไรแบบนี้และเป้าหมายนั้นจะต้องวัดผลได้

ทำไมคนกดไลค์งานวาดเราน้อยจัง

สวัสดีค่ะ วีดีโอวันนี้มาพูดถึงทำไม โพสต์รูปวาดของเราแล้วไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ก่อนอื่น ถามกลับว่า น้องวาดตามใจตัวเอง หรือน้องวาดเพื่อให้คนชอบ ? ถ้าน้องวาดเพื่อสนองนี้ดตัวเอง น้องก็ไม่ต้องสนใจคนภายนอกก็ได้ ว่าคนภายนอกจะคิดยังไง แต่ถ้าเราวาดเพื่อโปรโมทผลงานของตัวเอง ก็ต้องถามตัวเองว่าโพสต์ผิดที่หรือเปล่า? ถ้าถามพี่ พี่ก็จะบอกว่า อย่าไปสนใจยอดไลค์มันมากค่ะ มันเป็นแค่ตัววัดคร่าวๆ สิ่งที่สำคัญคือ เรามีความสุขกับสิ่งที่เราวาดไหม ถ้าเรามีความสุขกับสิ่งที่เราวาดดี ต่อไป ถ้าคนอื่นเห็น เค้าก็จะรู้สึกว่าเราเป็นคนที่งานดูมีความสุขจัง แล้วมันก็จะเข้าถึงคนอื่นได้เอง แต่อย่าไปคิดว่า จะต้องให้ได้ไลค์ถล่มทลายเลยค่ะ เพราะคิดแบบนั้นมันจะทำให้เราสูญเสีย inner voice หรือเสียงภายในไปในที่สุด แล้วก็กลืนไปกับกระแสสังคม เป็นตัวเองค่ะ เป็นในสิ่งที่เราอยากจะเป็น เพราะนั่นคือสิ่งที่คนอื่น ไม่สามารถเลียนแบบเราได้ค่ะ ยกเว้นเสียแต่ว่า เราอยากจะเป็น เหมือนคนอื่น อยากจะดังแบบคนอื่น แล้วก็ทำเหมือนๆกับคนอื่นๆทำ โดยที่ไม่ดู skillset ความชอบ ความถนัดตัวเอง ก็แล้วแต่ค่ะ คนเราเลือกได้ ว่าอยากเป็นแบบไหน แล้วคุณ อยากเป็นแบบไหนคะ? ดูวีดีโอเต็มๆได้ที่นี่ค่ะ https://www.youtube.com/watch?v=JHJkCt4Qhas

สอนนักเรียนสนุกตรงไหน?

ถ้าถามว่าสอนนักเรียนสนุกตรงไหน มันมีความท้าทายหลายอย่าง ตั้งแต่ background ของนักเรียนที่ไม่เหมือนกันเลย มันต้องวิเคราะห์หลายอย่าง เราไม่สามารถสอนนักเรียนสองคน ด้วยวิธีการสอนเดียวกันได้ หลักการอาจจะเหมือนกัน แต่วิธีที่ใช้สอน คำพูดที่ใช้พูดกับนักเรียนสองคนไม่เหมือนกัน เพราะนิสัยของคนสองคนไม่เหมือนกัน ต้องการการ treat ต่างกัน ในขณะที่คนนึงต้องการกำลังใจ คนนึงอาจจะต้องการแส้เฆี่ยน มันเหมือนเขามาซื้อปลา เรายื่นปลาให้ ไม่ใช่ยื่นแมวให้ นี่คือเหตุผลที่เราไม่ค่อยเปิดคอร์สกลุ่ม ไม่ใช่เพราะว่าคอร์สกลุ่มไม่ดี คนสอนสไตล์กลุ่มดีๆก็มี แต่สไตล์การสอนของเรา เหมาะกับการสอนแบบตัวต่อตัวมากกว่าจริงๆ เพราะว่าเราจะต้องวิเคราะห์ปัญหาของนักเรียนแต่ละคนทีละขั้นๆ ว่าเขามาเพราะเขาต้องการอะไร อยากได้การแก้ไขอย่างไร ซึ่งมันต้องใช้ประสบการณ์ล้วนๆ บางคนต้องใช้วิธีการถามคำถามหลายข้อ เพื่อให้ความต้องการจริงๆของเขาออกมา เรามีประสบการณ์สอนอย่างเดียวมาแปดปี ซึ่งเราว่ามันมากพอที่จะทำให้เราได้วิเคราะห์ปัญหาต่างๆได้ถูกต้องประมาณ 70-80% และสามารถแก้ไขปัญหาได้...

เพราะ”ความล้มเหลว”ไม่ใช่สิ่งถาวรที่จะอยู่กับเราตลอดไป

อย่างที่หลายหลายคนรู้กันว่าเรามือตกมาเป็นเวลา 10 ปีด้วยกันเป็นเวลาที่ยาวนานมาก ตอนแรกเราก็หมดหวังกับการวาดรูปไปแล้วเรารู้สึกว่าคงจะวาดได้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ตลอดกาล รู้สึกสิ้นหวัง และเลิกล้มความหวังในการวาดรูปให้ดีขึ้นแต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาวาดรูปเพราะว่าสอนก็เลยต้องวาดรูปให้ดีขึ้นดีขึ้นแล้วฝีมือก็ขึ้นขึ้นลงลงมาตลอดไม่มีช่วงไหนเลยที่รู้สึกว่าเรากลับมาได้จริงๆ เราแค่ทำได้ดีเท่าเดิมจริงๆดีกว่าเดิมบางช่วง แล้วก็กลับไปตก แค่ช่วงนี้เท่านั้น ที่เรารู้สึกว่ากลับมาได้แล้วเพราะว่าปัญหาชีวิตเริ่ม คลี่คลายทีละเปลาะ เราสบายดี ไม่ป่วยขนาดเข้าร.พ.มาสองปีแล้ว อยากฝากทุกคนเอาไว้ว่าอย่ายอมแพ้เพราะชีวิตนั้นกลั่นแกล้งเราเสมอ เราเคยคิดว่าคนบนโลกมีเยอะแยะ ทำไมเราเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ หลายๆคนอาจจะคิดว่ามัน cliche เออ ก็คิดถึงคนที่แย่กว่าเราดิ เอาเข้าจริงมันทำไม่ได้หรอกนะ เพราะเราต่างคิดว่า เราไม่น่าจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เลย เรารู้สึกว่า ตัวเองล้มเหลวที่สุด สูญเสียทุกอย่างไป แต่เราก็ต้องเดินต่อไปเพราะว่าชีวิตมันไม่มีทางสิ้นสุดด้วยคำว่าพ่ายแพ้หรือล้มเหลวมันอยู่ที่ว่าเราหยุดไม่หยุดต่างหาก สำหรับคนที่มือตกอย่าเปรียบเทียบกับคนอื่นพยายามพัฒนาฝีมือตัวเองขึ้นและอย่าไปเปรียบเทียบกับตัวเองในอดีตค่ะ ถามว่าทำไมถึงฝีมือตกถึง 10 ปีเพราะว่าก่อนหน้านี้มีปัญหาในชีวิตหลายอย่างที่แก้ไขไม่ได้สักทีมันวนเป็นลูป ๆ นอกจากนี้ยังไม่ได้มีความคิดว่าจะเก่งขึ้นหรือว่าอยากจะทำให้ภาพวาดดีขึ้นแค่รู้สึกว่าวาดได้ก็พอ ก็สอนได้แล้ว แต่ตอนนี้ต่างไปเพราะว่าเราอยากเก่งขึ้นเพื่อที่จะทำให้นักเรียนมั่นใจในตัวเรา...

วาดภาพประกอบ กลับไป…จนได้

note ไว้สักหน่อย พอดีเริ่มกลับไปฝึกวาดรูปใหม่ได้สักพัก หลังจากมือตกมาสองปีเต็มๆค่ะ จริงๆก็ไม่ได้ทิ้งการวาดรูป แต่วาดออกมาแล้วมันไม่ค่อยเป็นตัว ซึ่งตอนนี้ก็เป็นไปได้ด้วยดี ฝีมือดูจะพัฒนาขึ้นๆ แต่ระหว่างนี้ เราก็ไปคุยกับเพื่อนๆหลายๆคน แล้วแต่ละคนก็ให้คำแนะนำที่แตกต่างกันออกไป ปัญหาของเราตอนนี้คือ... แค่คิดว่าจะต้องฝึกอนาโตมี่เพิ่ม แค่คิดว่าจะต้องวาดรูปที่มีความหมาย หรือว่าวาดรูปเพื่อสื่อความ ใจมันก็ไม่อยากจับดินสอแล้วจริงๆกลัวว่าถ้าฝืนตัวเองมากๆ จะดีดตัวกลับไปมือตกอีก หรือว่าทางที่ดี คือวาดๆไปก่อนนะ ทั้งๆที่สอนนักเรียน พร่ำสอนว่าอย่าวาดรูปที่แบนๆ ที่ไม่มีความหมายใดๆ สอนให้ทำได้ แต่พอตัวเองคิดจะทำบ้าง กลับรู้สึกแปลกๆ เรื่องอนาโตมี่เป็นหนักกว่า แค่คิดว่าจะต้องทำมัน แค่คิดว่าวาดรูปต้องมีมิติ ก็ไม่อยากจะจับดินสอขึ้นมาวาดรูปซะอย่างนั้น เลยคิดว่า ฝึกวาดรูปจากสิ่งที่มีอนาโตมี่น้อยๆก่อนอย่างอาหาร หรือ ภาพ doodle,zentangle น่าจะดี แล้วถ้าเรื่องมิติและพื้นฐานเป็นปัญหานัก ก็วาดให้มันแบนให้สุดไปเลยดีกว่า...

งานวาดภาพประกอบ ไม่ดี เริ่มปรับที่ตรงไหน

ถ้าถามเราว่างานไม่ดีควรจะเริ่มปรับที่ตรงไหน อย่างแรกเริ่มปรับที่ไลฟ์สไตล์ก่อนเลยค่ะ นั่นก็คือการใช้ชีวิตของเราและอื่นๆ  ซึ่งเราจะบอกว่าสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งในการวาดภาพ แต่คนไม่ค่อยรู้หรือว่ามีคนส่วนน้อยที่รู้ เพราะว่าคนส่วนมากมัวแต่ไปโฟกัสที่ทักษะอย่างเดียว โดยที่ลืมหรือไม่ใส่ใจอัพรสนิยมในการหยิบจับ มีทักษะอย่างเดียว เสมือนมีวัตถุดิบดี แต่มีมืดทื่อ เตาไม่ร้อน แต่ทักษะซึ่งเป็นวัตถุดิบก็ขาดไม่ได้เช่นกัน ซึ่งรสนิยมมันจะเป็นเรื่องที่ติดตัวเราตลอดไป ไม่ว่าจะเป็นหนังที่ชอบ เพลงที่ชอบฟัง อาหารที่กิน สถานที่ที่ไป สิ่งที่ชอบดูสิ่งเหล่านี้ล้วนก่อเกิดให้เป็นตัวตนของเราทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นคนที่ตามหาเอกลักษณ์ หรือว่าตามหาสไตล์ของตัวเองแล้วไม่เจอสักที แปลว่าคุณยังไม่ได้อัพในส่วนของ 'การใช้ชีวิต' บางคนที่เป็นศิลปินถึงกับต้องศึกษาอย่างจริงจังลโดยการเอาตัวเข้าไปคลุกคลี เช่นถ้าจะวาดภาพ ที่เกี่ยวกับวิถีของชนชั้นล่างหรือชนชั้นบลูคอลลาร์ หรือคนที่ทำงานใช้แรงงานเขาถึงกับต้องไปใช้ชีวิตอยู่ตรงนั้น เพื่อศึกษาการใช้ชีวิตแบบนั้น เหมือนแมรี่ไว้ท์ วาดภาพชนชั้นล่าง ที่ทำงานในฟาร์มบ้าง หรือเป็นชาวประมงบ้าง สิ่งที่สำคัญคือวาดในสิ่งที่เป็นเราและสิ่งที่เรารู้ ไม่เช่นนั้นคนก็จะรู้หรือคนที่เค้ารู้ก็จะดูออกว่าคุณไม่ได้รู้จริงในตรงนั้น ถ้าถามว่ารากของงานที่ไม่ดีมันมาจากอะไรมันก็มาจากการที่เรา ยังหยิบจับได้ไม่ดีเรายังไม่รู้จริงในสิ่งที่เราเขียนหรือว่าเรายังไม่ถึงแก่นของสิ่งที่เราเขียนดีพอ พูดถึงเรื่องการใช้ชีวิตกับการทำงาน จริงๆเรื่องของการใช้ชีวิตหรือรสนิยมนั้นมันไม่จำเป็นจะต้องเป็นอะไรที่หรูหราหรือเข้าถึงได้ยาก เพราะถ้าเราไม่ได้ชอบที่จะใช้ชีวิตแบบนั้นแล้วมันก็จะเป็นการฝืนตัวตนของเราจนเกินไป เราควรจะใช้ชีวิตแบบตามปกติ แต่ว่าที่เปลี่ยนคือเพิ่มสิ่งที่เราบริโภคเข้าไปหรือว่าเพิ่มความแตกต่างให้ชีวิตมากขึ้นอย่างเช่นสมมุติว่า... เราเคยกลับบ้านทางหนึ่งลองกลับบ้านอีกทางหนึ่งดู เคยกินอาหารชนิดนี้บ่อยบ่อยก็ลองเปลี่ยนเป็นเมนูอื่นบ้างเคยฟังเพลงแนวนี้ก็ลองเปลี่ยนเป็นแนวอื่นที่ไม่เคยฟัง ลองค้นหาอะไรใหม่ๆที่ตัวเราชอบในสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย มันจะทำให้เรามีความคิดสร้างสรรค์ มากขึ้นแล้วเราจะมีองค์ประกอบหรือว่าไลบรารี่ในหัวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เราเป็นนักออกแบบที่ดีในตัวที่จะทำให้เราแตกต่างจากนักวาดภาพประกอบคนอื่นได้ และภาพของคุณจะไม่ดูธรรมดาอีกต่อไป

ก้าวข้าม Creative Block ยังไงให้ได้ผล!

Creative block คืออาการที่เราหาเรื่องที่จะวาดไม่ได้ หรือไม่มีหัวข้อที่จะวาด แม้ฝีมือยังมีอยู่แต่ไม่อยากวาดอะไรออกมาเลย ผิดกับ artblock ที่วาดอะไรไม่ได้เลย Creative block มีสองอย่าง -internal เกิดขึ้นจากเราเอง -external เกิดจากคนอื่น หรือสิ่งแวดล้อม   ประเภทของ Creative block   INTERNAL-เกิดจากเรา   mental block   เกิดจากการหมดไอเดีย ไม่มีไอเดียอะไรที่จะวาดภาพ รู้สึกเหนื่อย ไม่อยากวาดภาพ เวลาเราโพสต์ เราจะมีความคิดว่าคนจะชอบรูปนี้หรือไม่ชอบรูปนี้ เหมือนการขว้างโคลนไปที่กำแพง บางที่โคลนก็ติดบางทีก็ไม่ติด บางครั้งก็ฮิตบางครั้งก็ไม่ฮิต ถ้าเราวาดไปเรื่อยๆ จะพบว่า มันสามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้ โดยเราต้องฝากความคิดสร้างสรรค์ไว้ในธนาคารสร้างสรรค์ของสมอง หรือ   Creative bank account ก็คือเราต้องฝากความคิดสรา้งสรรค์ สร้างประสบการณ์ให้มากๆไม่ว่าจะเป็นหนัง,การ์ตูน...
ฟรีแลนซ์

ฟรีแลนซ์ กับประสบการณ์เป็นครูและ ฟรีแลนซ์ อันยาวนานนับ 10 ปี

กำลังคิดว่าจะเขียนอะไรในใจก็นึกขึ้นมาได้ว่า....เล่าเรื่องตอนเป็น ฟรีแลนซ์ เพิ่มดีกว่า เออเรื่องที่เรามา ทำ ฟรีแลนซ์ 10 ปีนี่ก็น่าสนใจจริงๆแล้วยังไม่ครบ 10 ปีดีประมาณเก้าปีครึ่งเดือนมีนาปีหน้าถึงจะครบ 10 ปีเลยนั่งเรียงไทม์ไลน์ว่าทำอะไรไปบ้าง 2008 ตอนออกจากงานประจำเคว้งคว้างมากถึงแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าเราอยากจะออกมาทำอะไรเป็นของตัวเองแต่ก็ไม่รู้ว่าเราควรจะทำอะไรดีแล้วเราเหมาะกับอะไร เป็นช่วงชีวิตที่ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ช่วงแรกๆนะเพราะว่ามันเหมือนกับว่าเราได้สูญเสียอะไรบางอย่างไป เพื่อแลกกับอิสรภาพที่เราได้มา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อ เคว้งๆ เหงาๆ เปล่าๆเปลี่ยวๆ ก็เลยลองทำงานเดิมที่เคยทำๆมาตลอด นั่นก็คือ การวาดภาพประกอบ ทำแรกๆก็รู้สึกสนุกเหมือนเดิมแต่รู้สึกเหมือนอะไรมันขาดหายไปมันไม่เฟรช มันกลับเป็นอะไรที่เรารู้สึกว่ามันไม่ได้ท้าทายหรือใช้ความสามารถใหม่ๆแต่อันนี้มันเป็นแค่ความคิดของเราเท่านั้นนะ แต่ช่วงแรกๆที่เราออกจากงานประจำนั้นฝีมือพุ่งกระฉูดมากเพราะว่าเราได้ทักษะจากการทำงานประจำเยอะ จริงๆบางคนที่เขายังรักงานวาดภาพประกอบก็มี เราเริ่มเบื่อตอนที่เรารับงานฟรีแลนซ์ คอมมิชชั่นเยอะเยอะประมาณเป็น 100 แล้วเราก็รู้สึกว่าทำงานมากไป แทนที่มันจะเป็นความหลงใหลกับกลายเป็นว่าเราเริ่มเบื่อการวาดภาพประกอบ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีหลายหลายคนอาจจะรู้แล้วเรื่องนี้แต่ detail ก็คือเราไม่ได้เล่าเรื่องระหว่างที่เราลำบากในขณะการหาลูกค้าหรืออื่นๆที่เป็น อุปสรรค ตอนเป็น ฟรีแลนซ์ สำหรับเราเรารู้สึกว่าการทำงานภาพประกอบตามสั่งไปเรื่อยๆมันไม่ใช่ตัวเราเลยค่ะ 2010...