งานเมื่อ 16 ปีก่อน สมุดรวมภาพขาวดำ NOIR | MEISANMUI

ก็เป็นงานสมุดรวมภาพขาวดำเล่มแรกของพี่มุ่ยที่ทำออกไปค่ะ รู้สึกว่าทำได้อย่างใจมาก แม้จะ 16 ปีผ่านมาแล้วเพราะทุกรูปตั้งใจทำมากๆ ไปดูกันนะคะ เพิ่งเอามาโพสต์เพราะรู้สึกว่ามันนานแล้ว บางคนอาจจะทำต้นฉบับหายไปแล้วค่ะ

5 ข้ออ้างของคนที่ยังวาดรูปไม่เก่ง

มาดู 5 ข้ออ้างยอดฮิตของคนวาดรูปไม่เก่งสักทีค่ะ

ออกแบบคาแรคเตอร์ยังไงให้รูปร่างดูปัง!

ออกแบบคาแรคเตอร์

เอนทรี่ ออกแบบคาแรคเตอร์ ยังไงให้รูปร่างดูปัง!นี้หาข้อมูลประกอบการเขียน ให้คนที่ไม่ใช่แนว manga นำไปประยุกต์ใช้ได้ค่ะ ภาพประกอบทำเองนะคะ อ้างอิงจากบทความด้านล่างลักษณะนิสัยของการ ออกแบบคาแรคเตอร์ เป็นจุดสำคัญของ คาแรคเตอร์ดีไซน์ ที่ทำให้ การ ออกแบบคาแร็คเตอร์ นั้นโดดเด่นขึ้นมาและมีความน่าเชื่อถือ มันไม่ใช่แค่การร่างภาพ หรือวาดภาพให้สวยๆอย่างเดียว ในยุคก่อนๆผู้คนได้จดจำสิ่งต่างๆผ่านทางเรื่องเล่า เพราะมนุษย์เราชอบเรื่องเล่าไงคะ ดังนั้นเราจึงโหยหาเนื้อเรื่องที่อยู่ภายใต้คาแรคเตอร์นั้นๆด้วยเช่นกัน

ดีไซน์เนอร์ต่างเป็นกังวลว่าจะออกแบบคาแรคเตอร์ยังไงให้ปัง เพราะว่าดีไซน์ที่ประกอบไปด้วยเนื้อเรื่องและคาแรคเตอร์ ได้รับคำวิจารณ์เชิงบวกจากผู้ชมมากกว่า

ในปี 1946 โซโลมอน แอช ได้เขียนรายงานชื่อว่า ความประทับใจในรูปร่างหน้าตามีผลต่อความประทับใจในนิสัยอย่างไร ในบทความนี้ คุณจะรู้ว่า ศิลปินมีการใช้เทคนิคที่แตกต่างกันเพื่อที่จะสร้างคาแรคเตอร์แล้วใช้ลักษณะทางกายภาพของพวกคาแรคเตอร์ เครื่องมือที่ศิลปินใช้ในการนี้ก็คือ รูปร่าง,ความหลากหลายและขนาด ถ้าคุณใช้ให้ถูกต้องแล้ว ผู้คนจะเชื่อมต่อกับดีไซน์ของคุณและรักงานดีไซน์ของคุณ

20 ไอเดีย จัดองค์ประกอบ ภาพอย่างเซียนที่ ‘มือใหม่’ ก็ทำได้:ตอนที่ 1

จัดองค์ประกอบ

มีทั้งหมด 4 ตอนค่ะ

ไม่มีกฏที่ไม่สามารถหักได้เมื่อมาถึงเรื่องที่ว่าคุณจะ จัดองค์ประกอบ ภาพถ่ายและภาพวาดคุณอย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นใครชอบกฏกันหละ นอกจากอาจารย์ใหญ่หรือไม่ก็หัวหน้าแผนก H.R  อย่างไรก็ตามยังมีไกด์ไลน์หลายๆอันที่คุณสามารถใช้ในการปรับปรุงการจัดองค์ประกอบ ของภาพถ่ายหรือภาพวาดคุณได้(ทั้งสองอันใช้หลักการใกล้เคียงกัน)

ใน tutorial นี้เราได้ลิสต์ 20 ไกด์ไลน์ที่มากับตัวอย่างในแต่ละอัน เราเริ่มจาก อันที่ง่ายที่สุดก่อน แล้วก็จบด้วยอันที่มีเทคนิคการจัดองค์ประกอบที่ความซับซ้อนมากกว่า

อย่างแรกก็คือ เราต้องจำกัดความว่าอะไรหมายความถึงการจัดองค์ประกอบ การจัดองค์ประกอบอ้างอิงถึงวิธีการที่องค์ประกอบหลายอย่างในฉากนั้นถูกจัดวางภายในกรอบ อย่างที่เราเคยกล่าวไว้ว่านี่ไมใช่กฏแต่เป็นไกด์ไลน์ ที่พูดว่าหลายๆอันนั้นใช้ในงานศิลปะมานานนับพันปีแล้วและมันช่วยในการจัดองค์ประกอบที่น่าดึงดูด เราพบว่าเรามักจะมีไกด์ไลน์เหล่านี้มากกว่าหนึ่งอันเวลาที่เราได้วาดภาพประกอบหรือถ่ายรูป

เราจะเริ่มจากการจัดองค์ประกอบที่เป็นที่รู้จักที่สุด ได้แก่ กฏสามส่วน

1. จัดองค์ประกอบ แบบ กฏสามส่วน

ดังนั้นเราจะบอกคุณว่าไม่มีกฏที่เร็วและเข้มงวดเมื่อพูดถึงการจัดองค์ประกอบ และสิ่งที่รวดเร็วที่เราพูดถึงนั้นก็คือ”กฏ”สามส่วน เราไม่ได้เป็นคนคิดชื่อ กฏสามส่วนนั้นมันง่ายมาก คุณแค่แบ่งกรอบเป็นเก้าส่วน สามส่วนแนวตั้งและสามส่วนแนวนอน อย่างที่มีภาพประกอบด้านล่าง โรงงานผลิตกล้องหลายโรงงานนั้นรวมความสามารถที่จะแสดงกริดนี้ในโหมด live view เช็คคู่มือของกล้องของคุณว่าทำอย่างไรถึงจะเปิด feature นี้ได้

แนวความคิดก็คือการวางองค์ประกอบที่สำคัญไปตามแนวเส้นหรือบริเวณที่เส้นนั้นตัดกัน(มีสี่จุด) เรานั้นมีแนวโน้มที่จะวางองค์ประกอบไว้บริเวณกึ่งกลางของรูป วางไว้ห่างจากตรงกลางไว้โดยการใช้กฏสามส่วนนั้นมักจะนำสายตาไปให้เกิดการจัดองค์ประกอบที่น่าพึงพอใจ

ในรูปถ่ายนี้ ผู้ถ่ายรูปนี้ได้วางองค์ประกอบในแนวนอนไปตามแนวของส่วนที่สามของกรอบและต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดและใกล้ที่สุดไปตามเส้นทางขวา รูปถ่ายนั้นจะไม่มีความ impact ในระดับเดียวกันถ้าต้นไม้ทีใหญ่กว่านั้นอยู่บริเวณกึ่งกลางของกรอบ


การจัดจะวางแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้

ในรูปถ่ายจตุรัสเก่าของปราก ผู้ถ่ายรูปนี้ได้วางเส้นระดับสายตาไว้ที่ระดับบนของสามส่วน ตึกส่วนใหญ่นั้นอยู่ในส่วนกลางของสามส่วนและจตุรัสได้ครอบคลุมบริเวณครึ่งล่างของสามส่วน ตัวยอดโบสต์นั้นอยู่ในเส้นใกล้กับระดับสายตาทางขวาของกรอบ

2.การจัดวางแบบกึ่งกลางและแบบสมมาตร

เมื่อกี้เราได้บอกคุณว่า อย่าวางซับเจคหรือหัวข้อหลักไว้ตรงกลางของกรอบ  แต่เราจะบอกให้คุณทำในสิ่งตรงกันข้าม มีเวลาบางเวลาที่การวางซับเจคตรงกลางนั้นดูดี ฉากแบบสมมาตรนั้นเหมาะกับการ จัดองค์ประกอบ แบบตรงกลาง มันใช้ได้กับกรอบสี่เหลี่ยมด้วยเช่นกัน(เช่นการถ่ายรูปลง instagram)
https://www.pinterest.com/pin/42713896437128915/
https://www.pinterest.com/pin/561261172298472961/

รูปถ่ายนี้เป็นรูปของสะพานฮาเพ็นนี่ในบ้านเกิดของผู้ถ่ายรูปในเมืองดับบลิน เป็นการแสดงอย่างดีของการจัดวางแบบกึ่งกลาง สถาปัตยกรรมและถนนมักจะเป็น subject ที่ดีในการจัดวางองค์ประกอบแบบกึ่งกลาง

ฉากที่มีเงานั้นเป็นโอกาสที่ดีในการใช้ความสมมาตรในการจัดองค์ประกอบ ในรูปถ่ายนี้ ผู้ถ่ายได้ใช้การผสมระหว่างกฏสามส่วนและสมมาตรเพื่อจะสร้างองค์ประกอบของฉาก ต้นไม้ได้วางไว้ออกไปจากกึ่งกลางไปทางขวาของกรอบ แต่ว่าน้ำนิ่งๆของทะเลสาปสร้างให้เกิดความสมมาตร คุณสามารถใช้ไกด์ไลน์เหล่านี้หลายๆอันในภาพเดียวได้

4.ฉากหน้าและความลึก

มีฉากหน้าในภาพนั้นทำให้เกิดความลึกในฉาก การถ่ายภาพนั้นเป็นสองมิติโดยธรรมชาติ การใช้ฉากหน้าในกรอบนั้นเป็นเทคนิคของภาพที่จะทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนสามมิติมากขึ้น

มีการไล่ระดับระหว่างนกยูงสองตัว และฉากหลังทำให้ฉากหลังนั้นอยู่ลึกเข้าไป โดยการเล่นระดับของระดับต้นไม้และระดับของตัวนกยูง

การไล่สีที่มีการจางลงตามความลึก

น้ำหนักสีที่ไม่เท่ากันระหว่างฉากหน้า กลาง และหลัง ทำให้เกิดความลึกลงไปในภาพ มีการจัดการน้ำหนักสีที่ดี

5.Leading line,เส้นนำสายตา

เส้นนำสายตานั้นนำสายตาของผู้ดูตลอดทั้งภาพ และโฟกัสไปยังองค์ประกอบที่สำคัญ อะไรก็ตามจากเส้น กำแพง หรือแพทเทิร์นนั้นสามารถเป็นเส้นนำสายตาได้ ดูตัวอย่างด้านล่าง

จัดองค์ประกอบ

https://www.artstation.com/artwork/zoZKQ

 

 

ในภาพถ่ายของหอไอเฟลนี้ ผู้ถ่ายได้ใช้แพทเทิร์นของหินปูพื้นเป็นเส้นนำสายตา เส้นบนพื้นนั้นนำสายตาไปสู่สายตาผู้ชมยังหอไอเฟลในระยะห่างออกไป คุณอาจจะสังเกตุว่าผู้ถ่ายรูปนี้ได้ใช้การจัดวางองค์ประกอบแบบกึ่งกลาง ความสมมาตรของสิ่งแวดล้อมทำให้การจัดองค์ประกอบแบบนี้ได้ผล

เส้นนำสายตาไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นตรงเท่านั้น ตัวอย่างอยู่ในรูปนี้ ในความเป็นจริงเส้นโค้งนั้นก็สามารถสร้างให้เกิดองค์ประกอบที่สมบูรณ์ภายในภาพได้ ในกรณีนี้ เส้นนำสายตาของผู้ชมไปยังด้านขวาของกรอบก่อนที่จะบิดตัวไปยังด้านซ้ายไปทางต้นไม้ ผู้ถ่ายรูปนี้ยังได้ใช้กฏสามส่วนในการสร้างองค์ประกอบขึ้นมา

https://medium.muz.li/?gi=d2a606deafc3

http://abduzeedo.com/daily-inspiration-2079?utm_content=buffera5079&utm_medium=social&utm_source=pinterest.com&utm_campaign=buffer

เส้นนำสายตาเป็นเส้นโค้งยึกยักเข้าสู่จุดสนใจ

ตัวสะพานและเสาเป็นเส้นนำสายตาไปสู่จุดสนใจคือบ้าน

อ้างอิง

20 Composition Techniques That Will Improve Your Photos

เมื่อเกิดอาการ…”หลายใจ”…ใช้อันไหนระหว่าง สีน้ำ แพนกับหลอด

สีน้ำ

อะไรคือสิ่งที่แตกต่างระหว่าง สีน้ำ ที่มาในรูปแบบแพน และ สีน้ำ ที่มาในรูปแบบหลอด คุณจะตัดสินใจได้ยังไงว่าอันไหนดีสำหรับคุณ ในเอนทรี่นี้จะเป็นการบอกลักษณะของแต่ละอัน ที่จะช่วยคุณตัดสินใจว่าจะใช้อันใดอันหนึ่ง

Character designer ตัวพ่อจากดิสนีย์ Aaron Blaise แชร์เทคนิค 7 ขั้นตอนการออกแบบคาแร็คเตอร์ที่ปัง!

character designer

“7 ขั้นตอนสู่การเป็น character designer ที่ดี” by Aaron Blaise

Podcast ep 46:ความเชื่อผิดๆที่ฉุดรั้งคุณไว้จากการวาดรูปเก่ง

นักวาดรสนิยมดีฝีมืออลัง:Ayaka Suda

วันนี้มาพบกับงานของ Ayaka Suda ค่ะ ข้อมูลเธอน้อยมาก ไปดูรูปและถ้าชอบก็ไปติดตามเธอที่เว็บนะคะ

พังประตูสู่ความคิดสร้างสรรค์ปลดล็อคสมองกันด้วย ‘Blind contour drawing’

เราอาจจะสงสัยว่าการพัฒนาตัวเองให้เกิด ความชัดเจนของความคิดทำได้อย่างไร
การก้าวข้ามกำแพงของความคิดสร้างสรรค์และความสงบภายในจิตใจคุณในขณะที่คุณพักจากจิตใจที่วิ่งวุ่นไปมา
เรามาพูดถึงสิ่งเหล่านี้ดีไหมคะ
คุณต้องเหลาดินสอแล้วหละ

5 เหตุผลที่ผู้ประกอบการควรวาดรูปเป็น

เมื่อเช้านี้มีคุณแม่ท่านหนึ่งโทรมาลงเรียน คุณแม่ท่านนี้เป็นผู้ประกอบการ และสามีก็เป็นผู้ประกอบการด้วยเช่นกันทำโรงงานพลาสติก
โดยคุณแม่มีไอเดียว่าจะเอาภาพวาดนั้นสร้างคอนเทนต์

วิธีประสบความสำเร็จในการวาดรูปได้สไตล์ ‘underdog’

underdog คือมวยรองบ่อนค่ะ เราไม่ใช่คนเรียนเก่ง
บ้านไม่รวย ไม่มีเส้นสายใดๆ และเราเคยวาดรูปไม่เก่งมาก่อน
เราก็สามารถไปทำงานในต่างประเทศได้ และได้ลงแม็กกาซีนต่างประเทศ
ถามว่าทำได้ยังไง ก็ต้องบอกว่ามีเคล็ดลับดังต่อไปนี้ค่ะ

3 เหตุผลทำไมคุณยังวาดรูปไม่เป็นเลย

บางครั้งคุณก็ไม่เข้าใจ ว่า ไม่ว่าจะพยายามเท่าไร ไม่ว่าจะมองแบบแค่ไหน แต่ภาพวาดคุณก็ยังดูผิดเพี้ยน คุณอ่านหนังสือฮาวทู และอาจจะไปลงคลาสสอนศิลปะบางคลาส แต่การวาดไม่เป็นก็ยังคงหลอกหลอนคุณ

และคุณเริ่มจะถามคำถามกับตัวเอง ถ้าสาเหตเป็นที่เรา ถ้าเราไม่มีความสามารถมากเพียงพอ?
ถ้าเราไม่ปรับปรุงขึ้นหละ เรื่องนี้คุณไม่ได้เจอแค่คนเดียว

การเข้าใจภาพวาดสามารถเป็นกุญแจสำหรับความสำเร็จ และความคิดสร้างสรรค์ที่เฉียบคม แต่มันสามารถเป็นความติดค้างก็ได้ ถ้าหากมันมีคำตอบที่ง่ายขึ้น และชิ้นส่วนของปริศนาที่คุณไม่รู้ว่ามีอยู่

ความลับสามอย่างที่สามารถช่วยพัฒนาภาพวาดและภาพเพนท์ของคุณได้ในทันที คุณจะลองดูไหม?

1. ถ้าเราบอกว่าคุณ”พูดมาก”เกินไปหละ

annamf

cr:http://www.frog-prince.com/Pictures/AnnaM&F.jpg

การพูดและการวาดนั้นแยกกัน ปัญหาที่เกี่ยวกับการวาดก็คือเมื่อคุณพูด คุณได้ใช้สมองซีกซ้ายมากค่ะ สมองส่วนนี้จะรู้ชื่อวัตถุ ติดป้ายให้มัน และจัดกลุ่มมัน หลายครั้งเมื่อคุณเรียนรู้ที่จะวาด คุณต้องปิดโหมดการตัดสินใจและไม่พยายามที่จะตัดสินว่าวัตถุที่คุณวาดนั้น”คืออะไร” มากกว่าการดูว่าวัตถุนั้นรูปร่าง”เหมือนกับอะไร” เมื่อคุณพยายามที่จะวาดอะไรบางอย่างเหมือนจริง คุณต้องใช้สมองซีกขวา ที่ใช้ภาพและความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่มากกว่า

มันยากที่จะทำทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน

ทำไม?

เพราะว่าจิตเราจะถูกแช่แข๊ง

คุณเคยไหมที่อยู่ในจุดที่มีการดูดซับความคิดสร้างสรรค์มาก ณ.จุดที่เวลาผ่านไปเร็วมากและสิ่งที่นักจิตวิทยา อาจารย์Mihaly Csikszentmihalyi เรียกว่า

การไหล

มันจะรู้สึกอย่างไรเมื่ออยู่ในการไหล

  1. เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรากำลังทำอย่างเข้มข้น มีการโฟกัสอย่างเต็มที่
  2. เซนส์ของการออกจากโลกของความเป็นจริง
  3. ความชัดเจนภายใน รู้ว่าอะไรที่ควรต้องทำให้เสร็จ และเราทำได้ดีอย่างไร
  4. ประสาทสัมผัสของความสงบสุข ไม่ต้องห่วงกังวลเกี่ยวกับใคร และความรู้สึกเจริญเติบโตเหนืออีโก้ตัวเอง
  5. ไร้เวลา มีการโฟกัสอยู่ที่ปัจจุบัน
  6. แรงกระตุ้นภายใน อะไรก็ตามที่สร้างให้เกิดการไหลกลายเป็นรางวัลของมัน

การไหลเป็นสภาวะทางจิตเมื่อคุณได้หลอมรวมเข้ากับกิจกรรมนั้นๆ ความรู้สึกที่เกี่ยวดองและมีพลัง
คุณสามารถเข้าสู่สภาวะนี้ได้โดยการวาดภาพ จนกว่าคุณจะถูกรบกวนโดยอะไรก็ตาม
การรวมกันของของสมองซ้ายและขวาและการสู้กันระหว่างสมองทั้งสองทำให้การวาดรูปเป็นเรื่องยาก
คุณสามารถเรียนรู้ที่จะพูดและวาดรูปในเวลาเดียวกันแต่มันใช้เวลา มันเริ่มจากความเข้าใจว่าจิตของคุณทำงานอย่างไร และคุณทำลายความพยายามของคุณในระดับจิตใต้สำนึกอย่างไร

2. คุณได้ติตัวเองจากภายใน

คุณเรียนรู้ที่จะวาดภาพ คุณอาจจะไม่เชื่อและนี่สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยๆหลังจากที่พยายามข้ามสิ่งกีดขวางในการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ การวาดภาพก็เหมือนกับเกมทางจิตโดยเป็นเกมการสำรวจ
แน่นอนว่าคุณต้องการทักษะเบื้องต้นในการจับดินสอและเริ่มวาดลงไป แต่มันไม่มากเท่าที่คุณคิด มันมากเท่ากับทักษะของการเซ็นลายเซ็นคุณลงในกระดาษหรือปาลูกบอล

เปลี่ยนสคริปต์ที่คุณพูดกับตัวเองภายใน

โดยมากความสำเร็จในชีวิตของเรามาจากความเชื่อภายในของเรา  และนี่สามารถพัฒนาคุณได้ในฐานที่เป็นนักวาด,ศิลปินหรือในส่วนอื่นๆของชีวิต

ผู้คนที่ฉลาดโดยมากจะไม่ทำให้ตัวเองพ่ายแพ้ซ้ำๆกันในนิสัยของพวกเขา

Robert Brooks PH.D และ Sam Goldstein, authors of The Power of Resilience.

ถ้าคุณคิดว่าคุณวาดไม่ได้ คุณก็จะวาดไม่ได้

ถ้าคุณสามารถวาดอะไรบางอย่างที่เหมือนจริง และมันเริ่มจะผิด การวิจารณ์ภายในตัวเองของคุณจะหันเหไปทางอื่น

ส่วนมากภาพวาดจะถูกวาดขึ้นดีตอนแรกและคุณสามารถสังเกตสิ่งต่างๆอย่างแม่นยำ มันเป็นแค่ตอนที่คุณรู้สึกว่ามันยากหรือมีลูกหลอกในรูปคุณเริ่มที่จะถามคำถามตัวเอง ความเป็นจริงก็คือ บางทีคุณเริ่มต้นที่จะแก้ไชส่วนอื่นของรูปและหยุดเชื่อในสิ่งที่คุณคิดว่ามันเป็นจริงๆ

แต่ส่วนที่เป็นคำวิจารณ์ภายในตัวคุณจะพูดออกมาว่า
นั่นไม่เหมือนเรือเลย หยุดวาดเลยนะ นี่มันหยั่งกะภาพเด็กๆวาด
ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำคือ เราควรจะหยุดที่จะติดป้ายให้กับสิ่งของและเริ่มที่จะมองสิ่งต่างๆเป็นนามธรรมมากขึ้น

3. คุณติดป้ายให้กับสิ่งของมากเกินไป

จริงหรือเปล่า?
คุณต้องติดป้ายและดูวัตถุ คุณต้องโฟกัสกับมัน นั่นคือสิ่งที่คุณต้องดู ใช่หรือไม่

เอาล่ะ ใช่และไม่ใช่
เมื่อเราวาดขวด เราไม่ได้วาดขวด เราวาดรูปร่างรอบๆขวด และขวดวาดตัวมันเองให้เรา

4c98eec318bc2a308a074ed2af9f2fa5

สับสนไหม

ให้เราอธิบายบางอย่างมากขึ้น
ขอบของรูปนั้นเป็น Shared edge หรือขอบที่แบ่งปันกันอยู่ คุณไม่สามารถวาดเส้นโดยไม่แบ่งปันขอบทั้งสอง
ลองจินตนาการดูว่าการวาดส่วนล่างของเรือ เส้นตรงนอนหนึ่งเส้น
ตัวเส้นตรงนอนหนึ่งเส้นนั้นได้แบ่งปันขอบของมันกับก้นของเรือและผิวน้ำ
เส้นเดียว สองขอบ
เรือที่คุณวาดกำลังมีปัญหา ก็มาจากชุดของเส้นและรูปร่าง

เราวาดได้อย่างไร

ดังนั้นถ้าเราวาดพื้นที่ว่างรอบๆขวด มันแบ่งขอบกับพื้นที่และตัวขวด ดังนั้นตัวขวดจึงเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ต้องวาดมัน

ในภาพวาด ถ้าคุณพยายามที่จะไม่ติดป้ายให้กับวัตถุอะไรก็ตาม ทำให้สมองด้านซ้ายของคุณไม่สามารถบอกคุณให้วาดในสิ่งที่จำได้ มันอาจจะดูผิด มันอาจจะดูเหมือนคิดจากหลังไปหน้า แต่นี่ทำให้คุณไม่สามารถวาดได้ ในการที่จะมองอย่างศิลปิน คุณต้องสามารถเรียนรู้จาก cognitive shift จากสมองด้านซ้ายไปด้านขวา

ถ้าคุณพยายามที่จะคุยกับตัวเอง เพื่อเข้าถึงคำติภายในจิตใจของตัวเอง คุณจะตกอยู่ภายใต้สมองซีกซ้าย

เคยสงสัยไหมทำไมแจ็คสัน พอลล็อค กินเหล้า ,แวนโก๊ะกินเหล้าแรงๆ แอลกอฮอล์ทำให้คุณสงบลง ดังนั้นคุณจึงไม่ติตัวเอง ดังนั้นแม้ว่าเราไม่แนะนำคุณให้ไปผับบาร์ก่อนจะจับดินสอ พยายามระวังเสียงภายในที่ติคุณเองที่ดึงคุณไม่ให้ไปข้างหน้า

วาดภาพนั้นเป็นสิ่งที่แปลก.

การเห็นบางอย่างที่ศิลปินเห็น คุณต้องพยายามมององค์ประกอบทางนามธรรมภายใน พยายามไม่โฟกัสที่วัตถุอย่างเดียว พยายามที่จะไม่ติดป้ายอะไรให้กับวัตถุ พยายามคิดให้มันเป็นรูปร่างง่ายๆ

องค์ประกอบเชิงนามธรรมเมื่อวาดแล้วกลายเป็นสิ่งที่เป็นจริงในสายตาของตุณและสมองซีกซ้ายจะพยายามนึกถึงรูปร่างที่นึกออกและพยายามจะติดป้ายให้มัน

ข้อสรุปสั้นๆเกี่ยวกับสมองซีกซ้ายและขวา

สมองซีกขวาในชีวิตจริงจะให้มุมมองแบบองค์รวมกับเราในขณะที่ซีกซ้ายนั้นเป็นรายละเอียด

นักคิดแบบสมองซีกซ้ายจะโฟกัสที่ตรรกกะ,เหตุผล,ลำดับและการวิเคราะห์ในขณะที่นักคิดแบบสมองซีกขวาชอบการสุ่มมากกว่า,ชอบความเป็นองค์รวมและความคิดแบบอิสระมากกว่า

นักจิตวิทยาพูดว่าสมองซีกซ้ายโฟกัสที่คำพูดและตัวเลขในขณะที่คนสมองซีกขวาโฟกัสที่ภาพและแพทเทิร์น นักคิดด้วยสมองซีกขวานั้นใช้การร่วมกับสิ่งที่อยู่ข้างเคียงมากกว่าในขณะที่สมองซีกซ้ายพยายามหาตรรกกะจากกองข้อมูลที่มีอยู่ คนส่วนมากมีลักษณะทั้งสองปนๆกัน แล้วคุณคุ้นๆกับลักษณะเหล่านี้บ้างไหมคะ?

หน้าที่สมองซีกซ้าย      

  • ตรรกกะ
  • เน้นรายละเอียด
  • เน้นข้อเท็จจริง
  • คำและภาษา
  • ปัจจุบันและอดีต
  • เลขและวิทยาศาสตร์
  • สามารถเข้าใจได้
  • รู้
  • ตระหนักรู้
  • ความเป็นระเบียบ,การจัดแพทเทิร์นหรือรูปแบบ
  • รู้ชื่อวัตถุ
  • มีพื้นฐานอยู่บนความเป็นจริง
  • สร้างกลยุทธ
  • ปฏิบัติงาน
  • ความปลอดภัย

หน้าที่สมองซีกขวา

  • ใช้ความรู้สึก
  • เน้นการมองภาพรวม
  • การจินตนาการ
  • สัญลักษณ์และภาพ
  • ปัจจุบันและอนาคต
  • ปรัชญาและศาสนา
  • สามารถเข้าใจความหมาย
  • ความเชื่อ
  • ความซาบซึ้งใจ
  • การรับรู้่ความสัมพันธ์
  • รู้หน้าที่ของวัตถุ
  • มีพื้นฐานบนความเพ้อฝัน
  • ความเป็นไปได้ในปัจจุบัน
  • หุนหันพลันแล่น
  • ชอบเสี่ยง

การวาดรูปเป็นทักษะที่เรียนรู้ได้

เหมือนกับทักษะทั่วไป ทักษะของคุณจะพัฒนาขึ้นเมื่อคุณเรียนรู้ในพื้นฐานและฝึกฝน กุญแจในการเรียนรู้การวาดภาพ ก็เหมือนกับการเรียนรู้การเขียน คุณต้องมีคำแนะนำในพื้นฐานที่แน่นก่อนแล้วคุณก็ปฏิบัติจนกว่าจะบรรลุมัน ไม่มีใครบอกว่ามันง่าย หรือไม่คุ้มค่าที่จะทำ และเพราะว่ามันท้าทายก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ว่าคุณจะใช้เวลาและทำงานหนัก คุณจะวาดแล้วได้ผลเสมอไป มันขึ้นอยู่กับว่าคุณได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องหรือไม่ จากใคร และคุณได้ทำอย่างสม่ำเสมอหรือไม่และมีปัจจัยอีกมากมายที่ส่งผลต่อการวาดรูปได้ดี ทั้งนี้ถ้าคุณรู้สิ่งเหล่านี้และนำไปปฎิบัติอย่างสม่ำเสมอ งานคุณจะดีขึ้นแน่นอน

เนื้อหาอ้างอิงจาก

The 3 reasons why you can’t draw, (and what to do about it)

 

10 พื้นฐานที่จำเป็นของนักวาดที่อยากประสบความสำเร็จ

พูดในฐานะนักวาดมืออาชีพที่ทำงานมา 10 กว่าปีแล้วและสอนมา 6 ปี

5 สิ่งสั้นๆที่นักวาดรุ่นใหม่ๆควรคำนึง

1.พี่ย้ำเสมอนะคะ น้องควรใช้ reference ให้เป็น

การใช้ให้เป็น ไม่ใช่การก็อป เพราะถ้าก็อปมันจะเป็นการวาดรูปเหมือน ถามว่ามันผิดไหม ไม่ผิด ถ้าเราต้องการฝึกแสงเงา หรืออื่นๆ เราก็สามารถวาดภาพตามแบบให้เหมือนได้ ประเด็นคือเราต้องเข้าใจสิ่งที่เราจะวาดจริงๆก่อน เพื่อไม่ให้สิ่งนั้นเวลาวาดออกมาแล้วดูเฟค เสมือนเราไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จักสิ่งนั้นจริงๆแล้ววาดออกมาค่ะ

2.เราสามารถใช้แบบ แล้ววาดตามแบบ

ไม่ว่าจะเป็นภาพลายเส้นการ์ตูน หรือ ภาพถ่าย หรือของจริง
เพื่อใช้ในการฝึกวาดได้ทั้งนั้นไม่ผิดค่ะ ตราบเท่าที่เราไม่เอางานพวกนั้นมาโพสต์แล้วแอบอ้างว่าเป็นของตัวเอง
แต่ว่ามันจะขาดสไตล์ในทันที เพราะงานมีแต่”ทักษะ” งานที่มีสไตล์ประกอบไปด้วยทักษะ+personal taste


หรือรสนิยมส่วนตัว แต่เด็กส่วนมากในปัจจุบัน มักจะพัฒนาทักษะให้สูงๆไว้ก่อน เพื่อไปทำงานในบริษัทเกม
หรือเป็น concept artist ในบริษัทใหญ่ๆ หรืออีกแบบเน้นวาดรูปเอาดังไว้ก่อน เพราะถ้าเข้าไป ในบางครั้ง บางงานต้องตบสไตล์ให้เป็นแบบที่ สากลชอบกัน ถึงแม้จะบอกว่าการฝึกแต่ทักษะนั้นไม่ทำให้เกิดสไตล์  ยังไงก็ตามถ้าน้องไม่มีทักษะสไตล์ก็ไม่ออกมาเช่นกัน ดังนั้นศิลปะการทำให้งานเป็นที่นิยม โดยมีสไตล์ด้วย จึงเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง

3.พี่อยากให้น้องๆที่เริ่มฝึกวาดรูปอย่าเพิ่งนึกถึงความดังหรือชื่อเสียง

ให้คิดว่าเราอยากจะวาดอะไรจริงๆ โดยที่ไม่สนความต้องการของตลาดก่อน แน่นอนว่าน้องอาจจะรู้สึกว่าแล้วงานผม งานหนู จะขายได้ไหม ถ้าน้องวาดโดยมีความกังวลอย่างนั้น งานน้องจะออกมาไม่มีพลัง งานที่มีพลัง คืองานที่คนดูเห็นแล้วโอ้โห วาดได้ไง คิดได้ไง งานแบ่งเป็นสองส่วน 1)เทคนิคหรือวิธีการที่เราใช้วาดรวมไปถึงพื้นฐานอย่างเช่นอนาโตมี แสงเงาและอีกอย่างที่สำคัญ 2)สิ่งที่เราจะเล่าค่ะ

4.ถ้าเราเป็นคนเทคนิคไม่ดี ให้หาเทคนิคที่ถนัดที่สุด

อะไรก็ได้มาใช้ในงานของเรา ไม่ว่าจะเป็นหมึก ดินสอ โคปิค สีน้ำ สีไม้ สีเมจิค หรือแม้กระทั่ง พับกระดาษ ป็อบอัพ ดิจิตัล อะไรก็ได้ที่เราคิดว่าง่ายสำหรับเราที่สุดแล้ว หาให้เจอแล้วมุ่งไปที่เทคนิคนั้น แต่ก่อนจะหาเทคนิคเจอ น้องอาจจะต้องทดลองไปเรื่อยๆก่อน ดูว่าเทคนิคไหนมันใช่เรา

5.ส่วนสิ่งที่เราจะเล่า เราต้องมีประเด็นอะไรสักอย่าง

จะเป็นจากเพลง วลี กลอน ชื่อภาพที่เราจะตั้งก็ได้ แล้วเราก็วาดมันออกมา โดยให้มีความรู้สึกร่วมที่สุด จะดีที่สุดถ้าในเวลานั้นเรารู้สึกแบบนั้นจริงๆเวลาที่เราวาด เช่น เศร้ามาก,อกหักรักคุด,หรือไม่ก็มีความสุขสุดๆค่ะ แล้วเราจะอินมากในการวาดสิ่งนั้นๆ เพราะมันเป็นประสบการณ์ที่เราผ่านมาแล้วนั่นเอง

คนที่จะมาเรียนที่ illustcourse คือคนที่อยากสร้างสไตล์เป็นของตนเอง และพัฒนาให้เกิดหน้าตาและคาแรคเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองมากกว่าจะเรียนเพื่อไปเป็นพนักงานประจำนะคะ เพราะทางเราจะมีข้อมูลในส่วนของนักวาดที่ทำงานเป็นผู้ประกอบการเองมากกว่านิดหน่อย

เพราะฉะนั้นที่ illustcourse ใครอยากเรียนวาดรูปเหมือนทำใจได้เลย เพราะที่นี่ “สอนวาดรูปไม่เหมือน”ค่ะ
เป็นการดึงจังหวะจาก reference ออกมาให้เป็นลายเส้นในแบบของตัวเอง

พี่มุ่ย

ทำความรู้จักกระดาษเขียนโคปิคและวิธีใช้ในโปรเจคต่างๆ

มาดูกระดาษเขียนโคปิคกันค่ะ