อาร์ติสท์เก่งๆจากเวียดนาม
http://moonywolf.deviantart.com/ Moony wolf ค่ะ คนนี้ชอบงานมาก งานดูทึมๆ เล่นtextureได้ดี เส้นละเอียดๆ จัดองค์ประกอบสวย งานดูมีเบื้องหลังความคิด http://clap-san.deviantart.com/ คนนี้ชื่อ Clap san ตอนแรกนึกว่าเป็นผู้หญิง แต่จริงๆเป็นผู้ชาย สไตล์สวยเหมือนการ์ตูนผู้หญิงเลย สวยละเอียด แต่ดูหนักแน่นแบบผู้ชาย ลงสีน้ำได้สวยมาก สไตล์แน่นช่วงหลังๆเลย ไปดูงานเขาช่วงแรกๆแล้วทึ่งมากพัฒนาได้ขนาดนี้เก่งจัง http://yulankokoro.deviantart.com/ สไตล์สีน้ำ สวยค่ะ ดูซอฟท์ๆ บรรยากาศดี รูปที่ 2 นี่ชอบมากเลย http://dark134.deviantart.com/ คนนี้ชอบมาก เป็นผู้ชายเหมือนกัน(นึกว่าเป็นผู้หญิงอีกแล้ว) งานละเอียดมาก เก่งทั้ง cg ทั้ง สีน้ำ สวยมาก ใช้สีเก่ง งานดูมีจินตนาการสูง แล้วก็ดูแล้วให้ความรู้สึกเหงาๆ http://wantou.deviantart.com/ คนนี้จะเด่นในเรื่องภาพขาวดำค่ะ ส่วนสีน้ำก็สวย คนเวียดนามส่วนใหญ่เก่งสีน้ำ งานละเอียดมาก จัดองค์ประกอบดี ดูมีเนื้อเรื่อง และมีความหลากหลาย http://lllinai.deviantart.com คนนี้ก็เด่นที่สีน้ำค่ะ สไตล์ต่างจากคนอื่นในที่นี้ สวยมาก งานจัดองค์ประกอบดี ส่วนงานอื่นๆ ก็เส้นจะดูแตกต่างไปนิดหน่อย ออกเป็นแนวภาพประกอบนิทานเด็ก ก็สวยค่ะ http://banp.deviantart.com วาดสวยมากเลย คือชอบภาพแรกมากๆ วาดเด็กน่ารักมาก แล้วก็มีนก มีองค์ประกอบอะไรทุกอย่างลงตัวหมดเลย ภาพดูมีเนื้อเรื่อง สีซอฟท์ๆ ผสมสีเก่ง สรุปว่าสวยมากค่ะ
Danny Shinya Luo
ชอบงานเธอคนนี้มากเลย วาดได้แม่นฟิกเกอร์แล้วก็ผสมสไตล์ manga เข้าไปด้วย เพราะแรงบันดาลใจของเธอคือ Terada Katsuya เธอคนนี้จบ illustration จาก art center college of design ค่ะ ด้วยคะแนนเกียรตินิยม ส่วนใหญ่แล้วงานของเธอจะเป็นสีน้ำนะคะ ไปดูงานของเํธอได้ที่ http://dshinya.blogspot.com/
5 ขั้นตอนในการหาสไตล์การวาดของตนเอง
drawing with pencil on A3 Canson sketchpad,paint with photoshopCS size 29cmx40c process of image is here 5 ขั้นตอนในการหาสไตล์การวาดของตนเอง สำหรับคนที่ชอบวาดรูป คงผ่านกันมาทุกคน เรื่อง "ความเป็นตัวของตัวเอง" หรือ"สไตล์ตัวเอง"นี่ หากันยังไง บางคนวาดมาเป็นสิบปี แต่ก็ยังไม่รู้ว่า "ความเป็นตัวเอง" มันคืออะไรกันแน่.... ก่อนอื่น ลองอ่านกฏนี้ดูก่อน เรียกว่า กฏ 80/20 ค่ะ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับ กฏ 80/20 นั้นคือ เวลาที่เราวาดรูป จะมีทั้งงานที่ถูกใจหรือไม่ถูกใจเรา แต่งานจำนวน 20% ของเรา จะเป็นงานที่ทำให้คนจำเราได้ แต่ว่า สิ่งที่สำคัญนั้น คือเรื่องที่ว่า... "ถ้าเราจับจุดใน 20% นั้นได้ ว่าคนจำงานเราได้ เพราะอะไร เราก็จะสามารถพัฒนาสไตล์ของตัวเองขึ้นมาได้ ค่ะ" "งานสไตล์ไหนที่เราทำแล้วไม่ต้องใช้พลังงานมากนัก งานก็ออกมาดีได้" "อะไรที่ง่ายสำหรับเรา แต่ยากสำหรับคนอื่น" อันนั้นแหละ จะเป็นหนทางที่ทำให้เราสามารถพัฒนาสไตล์ตัวเองขึ้นมา บางคนอาจจะผ่านคำติ เจอคนอื่นติแล้วเขว สิ่งที่สำคัญในการวาดรูป ไม่ใช่ "ความพอใจของคนอื่น" แต่เป็น "ความสุขของเรา"ค่ะ และคนที่สไตล์โดดเด่นมักจะวาดตามความพอใจของตนเองมากกว่า โดยไม่สนว่า คนจะชอบงานหรือไม่ หรือ คนจะติงานว่ายังไง ถ้าคุณค้นหา ความสุขในการวาด ของตัวเองเจอ คุณจะเจอสไตล์ในการวาดของตัวเองไม่ยากค่ะ ขั้นตอนในการสร้างสไตล์ของตัวเอง 1.วาดไปเรื่อยๆ อาจจะเริ่มจากดูงานคนที่เราชอบก่อน ดูเยอะๆ อย่าจำกัดแค่งานสไตล์เดียว ดูงานสไตล์อื่นๆด้วย แต่ดูที่ชอบเป็นหลัก แล้วจับจุดให้ได้ว่า อะไรทำให้งานเขาสวย เตะตา บางที งานในช่วงพัฒนา เราอาจจะยังไม่ขาดจากคนที่เป็นแรงบันดาลใจ แต่ว่าพอวาดไปเรื่อยๆสุดท้ายคนที่อึด จะหาตัวเองเจอในที่สุดค่ะ เหมือนว่ายน้ำในทะเล ถ้าเห็นฝั่งเราก็ว่ายถึงฝั่งได้ 2.ให้ตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยๆว่า "เราวาดอะไรแล้วรู้สึกว่า นี่แหละใช่ตัวเราเอง" "เราวาดอะไรแล้วรู้สึกว่า นี่แหละคือตัวตนของเรา" อย่าไปฟังคนอื่นมากค่ะ เช่น คำติ ฟังมากแล้วจะไขว้เขว คนอื่นอาจจะบอก กายวิภาค ผิด บ้าง สัดส่วนผิดบ้าง บางทีฟังเอาไว้ เก็บไว้พัฒนา แล้วไม่ต้องเครียดมาก เพราะว่าศิลปะไม่มีคำว่าถูกหรือผิดค่ะ บางคนสัดส่วนเพี้ยนจนกลายเป็นสไตล์ที่โดดเด่นไปเลย 3.เมื่อวาดจนคนเริ่มจำสไตล์เราได้ ให้ถามตัวเอง ว่าคนจำเราได้เพราะอะไร เรามีความสุขหรือเปล่ากับสไตล์นั้น 4.พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ เมื่อเราวาดรูปได้โดยไม่รู้สึกว่าเป็นการฝืนทำงานเมื่อไร แปลว่าเราเริ่มเจอ"สิ่งที่เป็นตัวเรา"แล้ว 5.ทุ่มเทพลังงานลงไปใน 20% นั้น แล้วสไตล์เราจะเกิดเอง วิธีนี้ใช้ได้กับสไตล์ของ"งานเขียน" ด้วย
Latest Entries »
มีเสียงบรรยายไทยค่ะ
1. ทัศนคติ “ฉันทำได้”

เป็นขั้นแรกของการวาดรูปเลยนะคะ ก่อนอื่น น้องจะต้องมี “ทัศนคติบวก” ต่อการวาดรูปก่อน เพราะหลายๆคนที่ไม่เก่งขึ้น เป็นเพราะน้องยัง ”ขาดความมั่นใจในการวาด”
เพราะน้องยังคิดว่า คนนั้นเก่ง คนนี้เก่งเขาเลยทำได้ จริงๆไม่ใช่นะคะ
เพราะว่า พรสวรรค์นั้น 1% เท่านั้น อีก 99% คือการฝึกฝนค่ะ
วิธีนี้น้องลองคิดว่าน้องกลายเป็นอาจารย์ที่น้องชอบดู
น้องต้องคิดว่า ตอนนี้เราวาดรูปเก่งมากนะคะ
อาจจะส่องกระจกแล้วพูดกับตัวเองก็ได้ว่าเราวาดรูปเก่งมาก
อาจจะเป็นวิธีที่ดูเพี้ยน แต่พี่อยากจะบอกว่ามันได้ผล
เพราะว่ามันคือการฝังความคิดลงไปในจิตใต้สำนึกของเรานะคะ
แล้วเราจะกลายเป็นคนแบบนั้นจริงๆ แรกๆอาจจะดูฝืนๆหน่อย
เทคนิคนี้ทอม ฮอฟกินส์เรียกว่า “fake it until you get it” ค่ะ
เหมือนเวลาที่น้องคิดว่าน้องเป็นคนเรียนหนังสือเก่ง
การกระทำของน้องก็จะเป็นไปตามนั้นใช่ไหมคะ?
คือน้องจะตั้งใจอ่านหนังสือสอบ เพราะคิดว่าตัวเองทำได้
การวาดรูปก็ต้องคิดแบบเดียวกันค่ะ เริ่มจากคิดว่าเราเก่งเราทำได้ก่อนนะคะ
ถ้าอาจารย์ที่น้องชอบทำได้ น้องก็คิดว่าเราก็ทำได้เหมือนกัน
เพราะน้องกับอาจารย์ไม่มีอะไรต่างกัน เราเป็นคนเหมือนกัน
มี 2 มือเหมือนกันค่ะ
เทคนิคนี้น้องเอาไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ทุกเรื่องนะคะ
ไม่ใช่เฉพาะการวาดรูป
2.การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อทัศนคติน้องผ่านแล้วก็มาถึงการฝึกฝนนะคะ
การฝึกฝนนั้น ให้น้องคิดว่า เหมือนกับการวางกระดาษเป็นแผ่นๆนะคะ
ลงไปบนพื้น ซึ่งกระดาษนั้นมันบางมาก มองด้านข้างเราอาจจะมองไม่เห็นอะไรเลยใช่ไหมคะ ก็เหมือนกับการฝึกวาด ช่วงแรกๆอาจจะยังไม่เห็นผลมากเท่าไร
เพราะมันคือกระดาษ 1 แผ่นที่น้องวางลงไป
แต่ถ้าน้องวางกระดาษอย่างสม่ำเสมอทุกวัน 1 แผ่นก็จะกลายเป็น 1 ตั้ง
ซึ่งตอนนี้มันจะหนามากนะคะ การฝึกฝนนั้นต้องการ ”ความสม่ำเสมอ”ค่ะ
เพราะฉะนั้นน้องเริ่มจากฝึกวาด ”อะไรก็ได้” อย่างสม่ำเสมอนะคะ
เริ่มจากสิ่งรอบๆตัวน้อง สิ่งที่น้องเห็น อะไรก็ได้ที่น้องชอบวาดและอยากวาด วันละ 1 รูปก็ได้ ในขั้นนี้น้องอาจจะยังไม่รู้ว่าสิ่งที่น้องชอบคืออะไร
น้องรู้แต่เพียงว่าน้องชอบวาดรูปมากเท่านั้น ดังนั้น
ในขั้นนี้ให้น้องฝึกสังเกตุให้มากๆ และสนใจในสิ่งที่ตัวเองชอบหรือรสนิยมของตัวเอง
เพราะมันจะนำไปสู่สไตล์ของน้องในที่สุดนะคะ
3.สะสมแรงบันดาลใจ

น้องเริ่มเปิด internet อ่านการ์ตูน
เจออาจารย์ที่น้องชอบ น้องเปิดนิตยสารแฟชัน เจอภาพที่น้องชอบ น้องสะสมไว้นะคะ
น้องแต่ละคนควรจะมีแฟ้มของตัวเอง ให้น้องๆตัดนิตยสารที่น้องชอบเก็บ
(ถ้าน้องไม่อยากตัดก็แสกนแล้วปรินท์ออกมา) ปรินท์ภาพที่ชอบออกมาเก็บไว้
หรือถ้าใครไม่อยากปรินท์ ก็เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์นะคะ
ในโฟลเดอร์ที่เราหาง่ายๆ เวลาเราขาดแรงบันดาลใจเราจะได้เปิดดู
ให้เราดูสิ่งที่หลากหลายเข้าไว้ไม่ว่าจะเป็นงาน graphic,fashion,รูปถ่ายสวยๆ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่สไตล์ของน้องได้ในที่สุดนะคะ
เพราะว่าสไตล์ของน้องจะมาจากทักษะ+สิ่งที่น้องชอบ+สิ่งที่น้องเป็น
นั่นก็คือสิ่งทีน้องมีอยู่ในคลังข้อมูลของสมองน้องนั่นเอง
เพราะฉะนั้นใครที่มีคลังข้อมูลใหญ่
ก็จะสามารถสร้างงานที่แตกต่างจากคนอื่นได้ง่ายด้วยนะคะ
http://moonywolf.deviantart.com/
Moony wolf ค่ะ คนนี้ชอบงานมาก งานดูทึมๆ เล่นtextureได้ดี
เส้นละเอียดๆ จัดองค์ประกอบสวย งานดูมีเบื้องหลังความคิด
http://clap-san.deviantart.com/
คนนี้ชื่อ Clap san ตอนแรกนึกว่าเป็นผู้หญิง แต่จริงๆเป็นผู้ชาย
สไตล์สวยเหมือนการ์ตูนผู้หญิงเลย สวยละเอียด แต่ดูหนักแน่นแบบผู้ชาย
ลงสีน้ำได้สวยมาก สไตล์แน่นช่วงหลังๆเลย
ไปดูงานเขาช่วงแรกๆแล้วทึ่งมากพัฒนาได้ขนาดนี้เก่งจัง
http://yulankokoro.deviantart.com/
สไตล์สีน้ำ สวยค่ะ ดูซอฟท์ๆ บรรยากาศดี
รูปที่ 2 นี่ชอบมากเลย
http://dark134.deviantart.com/
คนนี้ชอบมาก เป็นผู้ชายเหมือนกัน(นึกว่าเป็นผู้หญิงอีกแล้ว)
งานละเอียดมาก เก่งทั้ง cg ทั้ง สีน้ำ สวยมาก ใช้สีเก่ง งานดูมีจินตนาการสูง
แล้วก็ดูแล้วให้ความรู้สึกเหงาๆ
คนนี้จะเด่นในเรื่องภาพขาวดำค่ะ ส่วนสีน้ำก็สวย คนเวียดนามส่วนใหญ่เก่งสีน้ำ
งานละเอียดมาก จัดองค์ประกอบดี ดูมีเนื้อเรื่อง และมีความหลากหลาย
คนนี้ก็เด่นที่สีน้ำค่ะ สไตล์ต่างจากคนอื่นในที่นี้ สวยมาก งานจัดองค์ประกอบดี
ส่วนงานอื่นๆ ก็เส้นจะดูแตกต่างไปนิดหน่อย ออกเป็นแนวภาพประกอบนิทานเด็ก
ก็สวยค่ะ
วาดสวยมากเลย คือชอบภาพแรกมากๆ วาดเด็กน่ารักมาก แล้วก็มีนก มีองค์ประกอบอะไรทุกอย่างลงตัวหมดเลย ภาพดูมีเนื้อเรื่อง สีซอฟท์ๆ ผสมสีเก่ง สรุปว่าสวยมากค่ะ
Roxas and Sora from Kingdom heart,done for Ultimate Kingdom Anthology in Thailand.

1.วิธีทำ ไม่ยาก ก็คือ…
เวลาวาดรูปนะ วาดเล็กๆก่อน …ทำ thumbnail sketch คือ sketch เล็กๆ เพื่อจัดองค์ประกอบของภาพ
พยายามทำให้เส้นเสก็ตซ์สะอาดๆ เวลาลงเส้นจะง่ายขึ้น
หัวแปรงที่ใช้ ก็ใช้หัวกลมธรรมดาใน photoshop ลง
หรือถ้า painter ก็ scratchboardtool
เราไม่ชอบใช้โปรแกรมอื่นๆเนื่องจากบางทีมัน crash เวลาทำงาน
2.จากนั้นก็ลงเส้น โดยทำให้น้ำหนักของสีขาวกับสีดำสมดุลย์กัน วิธีคือ…สังเกตว่าตรงไหน
เราใช้สีดำ บริเวณข้างเคียงจะต้องมีพื้นที่สีขาวมากกว่า เพราะว่า สีดำมันหนักกว่าสีขาว
การทำสไตล์นี้จะยากกว่าการติดสกรีนโทน และต้องอาศัยความถึกในการลงเส้น
3.ลงไปเรื่อยๆ เซ็ทสีขาว กับสีดำเป็นสีพื้นกับพื้นหลังไว้
4.ลงไปเรื่อยๆให้เส้นคล้ายๆกับลงมือนะคะ
5.เสร็จแล้วค่ะ
ถึงน้องๆที่ลงเรียนคอร์ส intensive manga illustration#1
พี่ได้ส่งเมล์ไปให้น้องๆทุกคนแล้วนะคะ
แต่มาประกาศไว้ตรงนี้อีกที
สำหรับหรับสิ่งที่ต้องนำมาด้วยในวันเรียนนะคะ
วันแรกวันที่ 28 ส.ค.
1.ดินสอและอุปกรณ์การวาดที่มี สำหรับดินสอนะคะ
เตรียมดินสอกดมา 1 แท่ง ปกติที่วาดๆอยู่แล้ว ดินสอไม้หรือดินสอดราฟท์และอุปกรณ์การเหลา 1 แท่ง
ที่ให้เตรียมมา 2 แท่งนะคะ เพราะน้องๆบางคนกดดินสอกดแรงแล้วหักบ่อย จะทำให้น้องวาดได้ไม่ต่อเนื่องนะคะ
ถ้าเป็นไปได้น้องมีดินสอดราฟหรือดินสอเขียนแบบได้ก็จะดีนะคะ อุปกรณ์การเหลาพี่จะเตรียมไปให้
สนนราคาดินสอดราฟท์นั้นน่าจะแท่งละประมาณ 200 นะคะ แล้วแต่ยี่ห้อ
แต่พี่แนะนำ rotring ค่ะ ดินสอนี้น้องซื้อใช้แล้วใช้ได้ทั้งคอร์สนะคะ
คือดินสอนี้ที่มันดีเพราะมันเหมือนดินสอไม้+ดินสอกดค่ะ
ดินสอเขียนแบบนะคะ น้องๆสามารถเหลาได้โดยใช้โม่เหลาดินสอ ซึ่งโม่นั้นน้องจะเตรียมมาเองก็ได้
หรือไม่ต้องก็ได้นะคะ เพราะพี่จะมีให้น้องๆใช้ 2 อัน โม่เหลาก็ราคาพอๆกันคือ 200 แต่น้องซื้อครั้งเดียว
แล้วใช้ไปตลอดนะคะ ถ้าใครไม่อยากเสียเงินเยอะ พี่แนะนำให้นำดินสอไม้มา 1 แท่งแทนค่ะ
และดินสอกด 1 แท่งเผื่อไว้ด้วย เตรียมไส้ดินสอมาให้เรียบร้อยนะคะ 2b-4b ค่ะ
2.ยางลบค่ะ พี่แนะนำยางลบยี่ห้อ mono นะคะ
ยี่ห้อนี้จะลบสะอาดที่สุดเท่าที่เคยใช้มา
3.ปรินท์ไฟล์งานน้องน้องออกมาเป็นแผ่น พี่ขอประมาณ 5 แผ่นนะคะ ขอรูปที่แตกต่างกัน5 แผ่นนะคะ เต็มๆแผ่น
ยี่งเยอะยิ่งดีค่ะ เพราะเราจะมาวิเคราะห์สไตล์ของแต่ละคนก่อนเริ่มเรียนนะคะ
เพราะพื้นฐานการวาดของน้องไม่เหมือนกันค่ะ
4.ปรินท์รูปวาดที่น้องๆอยากวาดสไตล์ได้แบบนั้น
หรือสไตล์ที่น้องคิดว่าใกล้เคียงกับสิ่งที่น้องอยากเป็นมา 5 แผ่นนะคะ
สิ่งที่น้องจะนำมาหรือไม่ก็ได้คือสมุดนะคะ เพราะพี่จะมีให้
การบ้าน
1.คิดชื่อโดเมนเนมของน้องๆมานะคะ เป็นชื่อที่น้องจะใช้เรียก site ตัวเอง เอาสั้นๆแต่โดดเด่น
จำได้ง่าย ไม่สะกดยากจนเกินไปนะคะ ควรใช้ชื่อจริงหรือนามปากกาน้องๆเอง
2.attach รูปทั้งหมดที่คิดว่าจะทำเป็นพอร์ทโฟลิโอเป็นไฟล์ .rar มาให้พี่
3.เขียนประวัติของน้องๆนะคะ ตัวอย่างพี่นะคะ
ชื่อ ศศิ
นามปากกา Meisan
การศึกษา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาควิชาภูมิสถาปัตย์
ประสบการณ์ ตรงนี้น้องมีงานอะไรที่เคยทำไม่ว่าจะเล็กๆน้อยๆ ก็ใส่ลงไปนะคะ เช่น วาดหน้าปกให้กับสมุดของคณะ
ถ้าไม่มียังไม่ต้องใส่นะคะ
แล้วก็เขียนในเชิงเล่าเรื่องนะคะ ดูตัวอย่างได้ที่หน้าประวัติและผลงาน
ตรงนี้ให้เขียนให้ดูน่าสนใจ อาจจะดูสึกว่ายาก แต่เริ่มจากเราสนใจการวาดรูปได้ยังไง
ความฝันของเราคืออะไรนะคะ เขียนมาแล้วพี่จะช่วยดูให้
4.website อื่นๆที่น้องมี ให้บอกพี่ด้วยนะคะ เช่น น้องมี blog ที่ exteen ก็ใส่ลิงค์มาค่ะ
การบ้านพี่ขอภายในวันศุกร์ที่ 27 ก่อนเที่ยงคืนนะคะ
เพราะว่า ข้อมูลเหล่านี้จะนำมาทำเป็น homepage แสดงผลงานให้กับน้องๆ
สิ่งที่น้องต้องทำ
1.ให้ลงทะเบียนที่ webboard ใน site นะคะ
ลงทะเีบียนที่นี่
ตรงนี้ คือต่อไปน้องๆจะสามารถส่งการบ้านได้โดยการโพสต์ใน webboard
จะมีห้องส่งการบ้าน
2.ลงทะเบียนเสร็จแล้วให้แจ้งการลงทะเบียนโดยเมล์กลับมาบอก username กับพี่
เพราะพี่จะเซ็ทค่าให้น้องๆเข้าบอร์ดไปส่งการบ้านได้นะคะ
และบางทีในนั้นพี่อาจจะเข้าไปโพสต์ข้อมูลที่ให้น้องเข้าไปดูได้ด้วย
ชอบงานเธอคนนี้มากเลย วาดได้แม่นฟิกเกอร์แล้วก็ผสมสไตล์ manga เข้าไปด้วย
เพราะแรงบันดาลใจของเธอคือ Terada Katsuya เธอคนนี้จบ illustration จาก art center college of design ค่ะ ด้วยคะแนนเกียรตินิยม ส่วนใหญ่แล้วงานของเธอจะเป็นสีน้ำนะคะ ไปดูงานของเํธอได้ที่
ปกนิยายวัยรุ่นเดี๋ยวนี้ที่มีนักวาดเข้าไปทำ ก็จะเป็นมีปกแนว manga รวมอยู่
เพราะ “mangaเข้าถึงกลุ่มผู้อ่านที่เป็นวัยรุ่นได้ดี”
ก็คงปฎิเสธไม่ได้ว่าเคยอ่านการ์ตูนกันมาบ้าง
เพราะฉะนั้น manga พอมาเป็นปกนิยาย มันมีความคุ้นเคยกันอยู่แล้ว
ทำให้คนอ่านรับได้ง่าย (โดยเฉพาะวัยรุ่นม.ต้น ม.ปลาย)
แต่เราคิดว่าจะเป็นแนว manga หรืออะไรก็ตาม
ก็ต้อง“เป็นตัวของตัวเองนั่นแหละเน้อ ถึงจะดี”
อย่าง manga เราคิดว่า คนไทยวาด
ถ้าหากมีการพัฒนาเอกลักษณ์เอาตัวเองใส่เข้าไปมากๆ
งานมันก็ออกมาต่างจาก manga ที่คนญี่ปุ่นวาดอยู่ดี
เหมือนกับเกาหลี ที่บ้านเค้าก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนญี่ปุ่น
แต่ว่าเมื่อใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปเยอะๆ มันก็ออกมาไม่เหมือน
เกาหลี เรียกแนว manga ของเค้าว่า manhwa
แม้แต่ magazine ใหญ่ๆ อย่าง ImagineFX
ในเครือ futurepublishing ของประเทศอังกฤษ
(มีชื่อในด้านหนังสือ graphic และ programe ทางด้าน graphic
ส.น.พ เดียวกับที่ทำ computerart magazine
ซึ่งเป็นหนังสือที่ได้รับการยอมรับ มีผู้อ่านทั่วโลก
ก็ยังมีงานแนวกึ่ง manga ขึ้นปกเลยเน้อ
แต่เป็น manga ที่ได้รับการพัฒนา โดยผสมกับสไตล์เค้าเองแล้ว
เป็นปก imaginefx เล่ม 12 โดย cris de lara
ซึ่งเขาเขียนบทความข้างในด้วย
ชื่อบทความ “Creating fantasy manga with Cris de Lara”
chis de lara เค้าชอบ Boris Valejo
กับ Frank Frazetta ซึ่งเป็นแม่แบบ
ของ comic artist ชาวตะวันตกหลายคน
เค้าเลยเอาสไตล์ Boris+Frank+Manga
แล้วก็ออกมาเป็น Manga ในสไตล์ของเค้าที่ไม่เหมือนใคร
แม้แต่อเมริกาเอง ตอนนี้เราก็ตามดูคอมิคอเมริกา(บางเล่ม)
ยังมีแนว Manga ผสมๆในการ์ตูนอเมริกาเลย สำนักพิมพ์ดังด้วยนะ
แปลกดีเหมือนกันที่บ้านเรายังไม่ค่อยยอมรับว่า Manga
เป็นแขนงหนึ่ง ที่เราสามารถเอาไปต่อยอดในสไตล์ของบ้านเราได้
และมีกลุ่มที่กว้างมากๆรองรับด้วย
เพราะเป็นสไตล์ที่เข้าถึงคนได้หลายๆวัย
(ซึ่งจะพัฒนาให้มีแนวทางของตัวเองแบบเกาหลี ก็ต้องใช้เวลาในการพัฒนา)
แต่ในบ้านเราก็ยังคนบางกลุ่มไม่ยอมรับงาน manga เน้อ
แต่ถ้ารับงานมา ไม่ใช่ว่าคิดอยากจะผสมอะไรเข้าไปก็ได้นะ
คือดูด้วยว่าแนวที่เราทำสามารถผสมกับงานแนวอื่นๆได้ไหม
บางอย่างมันก็ไม่เหมาะ คือก็ต้องดูนิดนึง
อย่างปกหวานๆ ขืนผสม Boris หรือ Frank เข้าไป
คงไม่หวานแล้วแหละ กลายเป็นแนวถึกๆไปซะนี่
@_@; เผลอๆผู้อ่านสับสนด้วย
ว่านี่มันแนวอะไรหว่า ดูไม่ออก พระเอกล่ำยังกะโคแนน
แต่ตาดันปิ๊งกุม่อนก็ไม่ไหว 55 (ก็ดูความเหมาะสมด้วยจ้า)
ถ้าอยากทำงานปก
1.เดินดูตามแผงหนังสือ มีสำนักพิมพ์อะไรบ้าง
2.ดูแนวของตัวเอง ว่าแนวที่ตัวเองวาด เหมาะกับงานปกแนวนั้นหรือไม่
บางที่ก็ให้เราจัดเลย์เอาท์ของหน้าปกเอง
ซึ่งอันนี้ก็ต้องใช้ทักษะในด้าน graphic บ้าง เช่น การเลือกฟอนท์
หรือการจัดวางต่างๆ เราก็ต้องไปศึกษาเพิ่มเติมเอา
3.หาที่อยู่ติดต่อ แล้วส่งตัวอย่างงานไปให้เขาดู
ปกทื่ดี
1.ชื่อเรื่องและชื่อผู้แต่งควรชัดเจน ในกรณีที่จัดเลย์เอาท์เอง
เลือกใช้ฟอนท์และสีฟอนท์ให้ดี ฟอนท์ที่เลือกใช้ ไม่ควรอ่านยาก
2.ควรดูปกแล้วรู้ว่าเป็นนิยายแนวไหน
3.ปกโดยรวม ควรเด่นทั้งสีและองค์ประกอบ
เด่นในที่นี้ ไม่ใช่หมายถึงการใช้สีสดๆจัดจ้าน
แต่ว่า หมายถึง เด่นในแง่ของความลงตัวในองค์ประกอบของปก
คือพอเรามองจากแผงหนังสือปกนิยายจะดูแล้วคล้ายๆกัน
ปกไหนที่มีความเด่น ก็จะมีความดึงดูดให้ผู้อ่านเลือกหยิบขึ้นมาดูก่อน
สีสด จริงๆก็เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่จะทำให้คนอ่านหยิบขึ้นมาดู
4.เวลาพิมพ์สีจะเปลี่ยนไปจากหน้าจอ
เพราะฉะนั้น การทำปกนิยาย ควรเช็คสีตลอดเวลา
(ติดตามได้ในบล็อคต่อๆไป)
5.ควรตั้งใจทำงาน อย่าเผางานโดยไม่จำเป็น
เอาใจเขามาใส่ใจเรา ลองนึกถึงใจคนเขียน
เขาเขียนนิยายมา ใช้เวลานาน
ความฝันของนักเขียน คือการได้รวมเล่ม
ถ้ามองว่าปกนิยาย ได้เงินน้อย ไม่คุ้มค่า แปลว่าคุณคิดผิด
สิ่งที่คุณได้จริงๆ มันคือ “การที่งานได้เผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะ”
การที่งานของคุณได้เผยแพร่ไปสู่คนอีกกลุ่ม
เป็นการขยายงานให้คนรู้จักคุณมากขึ้นนั่นเอง
ซึ่งโดยปกติแล้วคนอ่านนิยาย อาจจะไม่ได้สนใจว่าใครเขียนปก
แต่ถ้าหากเจอบ่อยๆแล้ว ก็ติดตาได้เหมือนกัน และก็จำได้ว่าใครเขียนปก
บางทีคราวหลังมาซื้อ อาจจะเลือกหยิบจากปกก่อน ถ้าหากปกดี
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ “มันเป็นตัวตนของคุณ” การที่คุณเผางานบ่อยๆ
มันจะทำให้ติดเป็นตัวตนไปเรื่อยๆเน้อ ซึ่งเราคิดว่ามันไม่ค่อยดีเท่าไรจ้า
ลองคิดดูว่า ถ้าคนเจอปกคุณ แล้วคำว่าเผา
ติดเป็นยี่ห้อของไป แย่ตรงที่ทำให้เสียเครดิต
เวลาทำงาน ทำให้เต็มที่จร้า เพราะคุณค่าของงานของคุณ
ไม่ใช่แค่ว่าคุณได้เงินจากงานเยอะแค่ไหนเพียงอย่างเดียว
แต่ถ้าคุณทำงานออกมาดี มันจะได้กับตัวคุณเองในอนาคตจ้า
ปกที่ไม่ดี
ลองจินตนาการดูว่า ถ้าเราเป็นผู้อ่าน
เราเลือกซื้อหนังสือ จากอะไร
จริงอยู่ที่ว่า คนอ่านซื้อหนังสือจากเนื้อใน
แต่ปกก็จำเป็นเหมือนกัน เพราะว่าบางทีถ้าปกไม่สวยหรือดูไม่ดี
คนอ่านอาจจะไม่คิดที่จะหยิบมาลองเปิดข้างในดูก็ได้เน้อ
สิ่งต่อไปนี้ ทำให้ปกนิยายดูไม่ดีจ้า
1.ฟอนท์ที่ไม่เข้ากับหนังสือ คงเข้าใจกันดี แต่เราคิดว่าส่วนใหญ่
ก็ไม่รู้ว่าจะเลือกใช้ฟอนท์ไหน เพราะว่าไม่ได้เรียนกราฟฟิคมา
เลยไม่รู้ อันนี้เราก็เป็นเหมือนกัน เพราะเราก็ไมได้เรียนมา
แต่หนังสือด้านกราฟฟิค ก็มีให้อ่านเยอะแยะ ภาษาไทยก็มี
ลองไปซื้อมาอ่านเพิ่มเติมดูก็ไม่เสียหลาย
แถมได้สกิลทางกราฟฟิคอีกต่างหาก
ซึ่งเราคิดว่า ถ้าคิดจะทำงานปก แล้วต้องจัดเลย์เอาท์เองด้วย สำคัญมากๆ
กรณีที่ไม่ควรทำเลยคือการใช้ฟอนท์ผิดจากแนวของหนังสือ
เช่น ฟอนท์ไทยจ๋า ลายอาลักษณ์
แต่หนังสือเป็นเรื่องแนวทันสมัย…อันนี้ก็ไม่ได้เลยจ้า
สำหรับหนังสือสอนกราฟฟิค ภาษาไทย
แนะนำ Be graphic จ้า แล้วจะเข้าใจวิธีการจัดวาง
หรือการเลือกสีมากขึ้นด้วย
เราว่ามันไม่ยากที่จะเรียนรู้ (ต้องขวนขวายหาหนังสืออ่านหน่อย)

2.องค์ประกอบไม่ดี เช่น องค์ประกอบกระจัดกระจาย
ตำแหน่งในการวางองค์ประกอบต่างๆ
ไม่เหมาะสม สีขององค์ประกอบไม่เข้ากัน
ซึ่งอันนี้ไว้จะเขียนเพิ่มเติมวันหลังให้แล้วกัน
แต่เอาเป็นว่ารู้ไว้ว่าอะไรที่เราควรต้องระวังก็พอจ้า




































